วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ โทรทัศน์ไทยสู่ “ดิจิตอล”

โดย ซูม

เดือนเมษายน เป็นเดือนที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับคนไทยเรามาเป็นเวลาช้านานแล้ว แม้จะเป็นเดือนที่ร้อนสุด แต่ก็เป็นเดือนที่คนไทยทุกคนรอคอย

อาจเป็นเพราะเดือนนี้เป็นเดือนที่มีวันหยุดเยอะ และเป็นวันหยุดที่สำคัญสำหรับพี่น้องชาวไทย เริ่มจาก 6 เมษายน “วันจักรี” แล้วก็ตาม มาด้วย 13-14-15 เมษายน ซึ่งเป็นวันหยุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่แบบไทยๆ ที่จะมีการเฉลิมฉลองด้วยการสรงน้ำสาดน้ำกันอย่างชุ่มฉ่ำทั่วประเทศ

แต่สำหรับปีนี้ เดือนเมษายนยังเป็นเดือนที่คนไทยรอคอยอย่างใจจดจ่อเพิ่มขึ้นอีกเรื่องหนึ่ง

นั่นก็คือ จะมีการเปลี่ยนแปลงระบบการส่งสัญญาณการออกอากาศโทรทัศน์จากระบบเดิมที่เรียกว่าระบบ “อนาล็อก” ไปสู่ระบบใหม่ที่เรียกว่าระบบ “ดิจิตอล” ดังที่มีการประกาศเอาไว้ล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว

โดยจะมีการทดลองออกอากาศในพื้นที่ 4 เมืองใหญ่ อันได้แก่ กทม. (+ปริมณฑล), นครราชสีมา, เชียงใหม่ และสงขลา ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป

ระบบที่คมกว่าชัดกว่าทั้งภาพและเสียง และมีจำนวนช่องมากกว่า แถมยังสามารถพัฒนาไปได้อีกหลายรูปแบบ กำลังจะเข้ามาแทนโทรทัศน์ระบบเดิม ที่คนไทยเราคุ้นเคยมาไม่น้อยกว่า 50 ปี

ก็ต้องบอกว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ และน่าตื่นเต้นไม่น้อย และเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบชนิดเขย่าไปเกือบทุกครัวเรือนก็ว่าได้ เพราะสมัยนี้คนไทยเราแทบจะมีโทรทัศน์ดูกันครบทุกบ้านอยู่แล้ว

ผมยังจำได้ดี เมื่อประมาณ พ.ศ.2540 หรือเมื่อ 17 ปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาประกาศนโยบายว่า จะเดินหน้าพัฒนาทีวีเข้าสู่ระบบดิจิตอลทั้งประเทศ

เริ่มมีการเตรียมออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเริ่มมีการประกาศขั้นตอนว่า จะทำอย่างไรบ้าง เป็นข่าวใหญ่ที่คนอเมริกันตื่นเต้นกันมาก

พอดีผมมีโอกาสไปดูงาน ก็เลยหยิบข่าวนี้มาเขียนในคอลัมน์นี้อยู่หลายวัน ว่า “ทีวีดิจิตอล” คืออะไร? เพราะอะไรอเมริกาเขาถึงจะเปลี่ยนและการเปลี่ยนจะต้องใช้เวลานานเท่าไร?

เขาวางแผนกันว่า จะเปลี่ยนได้ครบทั้งประเทศใน ค.ศ.2005 หรือ พ.ศ.2548 แต่เอาเข้าจริงต้องรอมาจนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2009 หรือ 2552 จึงสามารถจะหยุดการออกอากาศในระบบอนาล็อกได้ทั้งหมด

เนื่องจากของเขาเป็นประเทศใหญ่ มีประชากรมากพอสมควร และมีคนดูโทรทัศน์เกือบทั้งประเทศ  จึงต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างยาวนาน

ของเราเองเท่าที่ติดตามข่าวคราว ณ เดือนเมษายนปีนี้จะรับได้เพียง 4 เมืองใหญ่อย่างที่แจ้งไว้ตอนต้น จากนั้นในเดือนพฤษภาคม จะเพิ่มอีก 3 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี และระยอง

พอไปถึงเดือนมิถุนายน จะได้อีก 4 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่น อุดรธานี รวมแล้ว 11 จังหวัด ภายในปีนี้ ซึ่งจะครอบคลุมประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ของครัวเรือนที่ดูทีวีของประเทศไทย

ตามแผนของ กสทช. บอกว่า จะสามารถออกอากาศได้ทั่วประเทศภายใน 4 ปี และเท่าที่ผมอ่านเจอ เรายังจะต้องออกอากาศในระบบเดิมควบคู่ไปด้วย จนถึงปี 2563 หรืออีก 6 ปีข้างหน้าจึงจะยกเลิกได้โดยเด็ดขาด

สำหรับการรับชมนั้นก็คงทราบแล้วว่า ทำได้ 2 วิธี คือ ไปซื้อกล่องที่เขาเรียกว่า เซ็ตท็อปบ็อกซ์ ราคาประมาณ 1,000 กว่าบาท มาติดเข้ากับทีวีเดิมก็จะรับได้ หรือไม่ก็ซื้อเครื่องใหม่ที่มีระบบนี้อยู่ในตัวเลยก็จะรับได้เช่นกัน

ส่วนใครก็ตามที่ติดจานรับสัญญาณดาวเทียม และรับเคเบิลทีวีอยู่แล้วทุกระบบ สามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้ในทันที

เพื่อเป็นการร่วมบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการโทรทัศน์ไทย ผมขอเชิญชวนท่านที่อยู่ในเขตจังหวัดที่รับได้ และมีเครื่องรับหรือบ็อกซ์ ที่จะช่วยให้รับได้ โปรดทดลองรับกันด้วย...

แล้วอย่าลืม สังเกตนะครับว่า สีหน้าสีตาของนักการเมืองเวลาเล่นบทยักษ์ทะเลาะกัน  เกรี้ยวกราดใส่กัน  เมื่อมาออกทีวีดิจิตอลแล้วน่าเกลียดมากกว่า หรือน้อยกว่าระบบเดิม.

"ซูม"

1 เม.ย. 2557 14:31 ไทยรัฐ