วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นี่แหละกติกา “ประชาธิปไตย”

โดย สายล่อฟ้า

คงเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ตกที่นั่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาที่จะต้องหาวิธีการเพื่อแก้ลำไม่ให้เพลี่ยงพล้ำกลายเป็น “คนผิด” แต่กรณีของนายกฯในฐานะผู้นำประเทศ การแสดงอะไรก็ต้องคิดคำนึงให้ดีมิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายได้

ยิ่งศาลและองค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญนั้นถือเป็นระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลที่จะต้องยอมรับผลการตัดสินเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ประชาชน นักการเมืองและข้าราชการ

หากคิดว่าไม่มีผิดก็ไม่ต้องกลัวอะไร มีข้อมูลหลักฐานก็ใช้แก้ข้อกล่าวหากันไป ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก

แบบนี้แหละที่เรียกว่าจิตใจของประชาธิปไตยว่าด้วยการกระทำ

ยิ่งปล่อยให้บรรดาเครือข่ายพรรคเพื่อไทย ทั้งอดีต ส.ส.รัฐมนตรี หรือ นปช.ที่ออกมาปลุกระดมเคลื่อนไหวต่อต้านศาลและองค์กรอิสระด้วยรูปแบบต่างๆเพื่อข่มขู่ คุกคาม ก่อเหตุรุนแรงด้วยระเบิดเป็นรายวันก็ยิ่งไปกันใหญ่

ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ยิ่งทำให้เสียหายมากเข้าไปอีก

การที่นายกฯปฏิบัติตามคำสั่ง ป.ป.ช.ด้วยการเดินทางไปยื่นคำชี้แจงกรณีถูกข้อกล่าวหาอันเกี่ยวกับการทุจริตรับจำนำข้าว แม้ไม่ได้ชี้แจงด้วยตนเองแต่การมาแสดงตัวด้วยตนเองถือว่ายอมรับในกระบวนการ

จากนี้ไปก็อยู่ที่ ป.ป.ช.จะพิจารณาคำชี้แจงเพื่อให้ครบตามขั้นตอนและคงจะกำหนดวันชี้มูลความผิดก็คงจะได้รู้กันว่าผลจะออกมาอย่างไร

ถ้าชี้ว่าผิดก็ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ และให้รองนายกฯ

คนใดคนหนึ่งเข้ามาทำหน้าที่แทนและนำไปสู่ขบวนการถอดถอนโดยวุฒิสภา

หากไม่ผิดก็จบกันไป ทำหน้าที่นายกฯรักษาการต่อไปได้

ในขบวนการถอดถอนก็เป็นหน้าที่ของวุฒิสภาที่จะต้องดำเนินการกันไปก็คงจะต้องรอให้วุฒิสมาชิกชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งอีก 77 คน ประกาศผลออกมาอย่างเป็นทางการครบจำนวน 150 คนดำเนินการในเรื่องนี้

ดูจากจำนวนวุฒิสมาชิกชุดใหม่ที่เลือกกันสดๆร้อนๆทั่วประเทศแล้วส่วนใหญ่จะเป็นเครือข่ายพรรคการเมืองและนักการเมืองแล้วแต่ละภาคจะเห็นได้ว่าภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางบางส่วนนั้นมาจากเครือข่ายพรรคเพื่อไทย

บวก ลบ คูณ หารแล้วยังไงเสียน่าจะมากกว่าฝ่ายตรงข้าม

การที่กำหนดให้มติ 3-5 จึงจะถอดถอนได้นั้น มองจากรูปการณ์แล้วคงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้พ้นจากตำแหน่งได้

ไม่ว่าจะเป็นนายกฯรักษาการ นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธาน ส.ว. หรือใครต่อใครที่จะต้องถูกถอดถอนตามมาเพราะต้องใช้เสียงถึง 90 เสียงขึ้นไป

มีการคำนวณตัวเลขออกมาแล้วจาก ส.ว.40 เสียงที่อยู่ตรงกันข้ามแล้วบวกกับ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งอีกส่วนหนึ่ง คงมิอาจที่จะถอดถอนได้

นี่กระมั่งที่ทำให้การต่อต้านเบาบางลงและยอมเข้าสู่กระบวนการ เหลืออีกด่านก็คือการดำเนินคดีทางอาญาซึ่งตามขั้นตอนแล้วคงจะใช้เวลาอีกนานพอสมควร

อีกด่านหนึ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาคือจะรับคำร้องในเรื่องการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งศาลปกครองได้ชี้ออกมาแล้วคือปฏิบัติหน้าที่มิชอบและได้คืนตำแหน่งให้ไปแล้ว

คำร้องให้ตีความว่าคำสั่งศาลดังกล่าวขัดต่อ ม.268 หรือไม่

หากรับคำร้องก็ต้องเริ่มขั้นตอนด้วยการให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องมาชี้แจงเพื่อให้ศาลวินิจฉัย เพียงแต่ประเด็นนี้ศาลปกครองชี้แล้วว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบแต่จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ถ้าชี้ว่าขัดก็ต้องไปกันทั้งพวงคือนายกฯและ ครม.ทั้งคณะ.

"สายล่อฟ้า"

1 เม.ย. 2557 14:28 ไทยรัฐ