วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องปฏิรูประบบการเลือกตั้ง

การเลือกตั้ง ส.ว. สมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันอาทิตย์ “ไม่ได้ทำให้การเมืองไทยพัฒนาดีขึ้น” หรือ “เกิดการปฏิรูป” แต่อย่างใด เพราะ ส.ว.ส่วนใหญ่ที่ได้รับเลือก ล้วนมาจากนักการเมืองหน้าเก่า ส.ส. ส.ว. อบจ. อบต.และ “ตัวแทน” หรือ “นอมินี” ของนักการเมืองท้องถิ่น เพราะสามารถคุม “คะแนนเสียงจัดตั้ง” ไม่ใช่ “คะแนนเสียงเลือกตั้งเสรี” เหมือนประเทศเสรีประชาธิปไตยที่เจริญแล้วทั้งหลาย

แม้แต่ใน กรุงเทพมหานคร ประชาชนส่วนใหญ่ก็เลือก คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการ สตง. แม้จะมีเรื่องอื้อฉาว แต่ กปปส. สนับสนุนคนก็เลือก

ผลการเลือกตั้ง ส.ว.ที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนให้เห็นถึง “ความจำเป็นของประเทศ”  ที่จะต้องมีการ “ปฏิรูปการเลือกตั้งแบบไทยๆครั้งใหญ่” การเลือกตั้ง ส.ว.และ ส.ส.ในเมืองไทยทุกวันนี้มีเพียง “รูปแบบการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย” แต่ “คะแนนเสียงไม่ประชาธิปไตย” เพราะเป็น “คะแนนเสียงจัดตั้ง” ที่บริหารแบบ “ระบบขายตรง”

ทำให้ “พรรค” และ “นักการเมือง” สามารถคุม “หัวคะแนน” ได้ หัวคะแนนก็ “คุมคะแนนเสียงในพื้นที่” ได้ ลดหลั่นกันไปเป็นรูปพีระมิดในทุกพื้นที่ ยกเว้นพื้นที่ในเขตเมืองที่เจริญแล้วและพื้นที่หมู่บ้านราคาแพงที่ประชาชนมีการศึกษาสูงซื้อเสียงไม่ได้

“การปฏิรูปการเลือกตั้ง”  จึงสำคัญอย่างยิ่งต่อ “การปฏิรูปการเมืองไทย” ถ้าไม่ปฏิรูประบบการเลือกตั้งให้ยุติธรรมเสียก่อน การปฏิรูปการเมืองไทยก็เป็นไปได้ยาก เพราะ “คนดี”  จะ “ไม่มีโอกาสเข้าสู่การเมืองไทยได้เลย”  ไม่ว่าจะเป็นคนดีขนาดไหน เก่งขนาดไหน คิดดีหวังดีต่อชาติบ้านเมืองขนาดไหนก็ตาม ยกเว้นจะไปก้มหัวรับใช้นักการเมืองแบบเก่าเพื่ออาศัยคะแนนเสียงหัวคะแนนเข้าสู่สภาแล้วก็ “รับใช้”  อย่างไม่มีสิ้นสุด จนกว่าจะกล้าปลดโซ่ล่ามตัวเอง หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็น “คนไม่ดี” ไปเสียเลยเพื่อเป็นพวกเดียวกัน

อย่าง การเลือกตั้ง ส.ว. ผมก็ไม่รู้ คนเขียนรัฐธรรมนูญ ไปเอารูปแบบอันล้าหลังมาจากทวีปไหน  มีอย่างที่ไหน  ห้ามผู้สมัคร ส.ว.หาเสียงโชว์นโยบาย ได้แต่แนะนำตัวชื่ออะไร จบอะไร ซึ่งไม่ได้บอกอะไรเลยว่า ผู้สมัครคนนั้นเป็นคนดี เป็นคนเก่ง มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ความสามารถที่จะเข้ามาช่วยกลั่นกรองแก้ปัญหาบ้านเมืองที่หมักหมมมากมายของประเทศไทยได้ เห็นแต่รูปกับเบอร์แล้วให้เลือก เลือกนายหมูนายหมานายแมวก็เหมือนกัน

ผมยังจำ วันออกพรรษาปีที่แล้ว ได้เป็นอย่างดี เป็นวันเสาร์ ผมมีนัดหมายกับเพื่อนฝูงที่เขาใหญ่ ก็ขับรถออกจากบ้านตั้งแต่ 6 โมงเช้า ลงจากทางด่วนโทลล์เวย์ก็เจอรถติดตั้งแต่รังสิต ข่าวว่าติดมาตั้งแต่คืนวันศุกร์แล้ว ผมใช้เวลาสองชั่วโมงกว่าเพิ่งถึงวังน้อย ในที่สุดก็ถอดใจวกกลับ วันนั้นได้ข่าวว่าคนที่ไปเขาใหญ่ใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมง
ทำไมวันนั้นรถสายเหนืออีสานจึงติดมหาวินาศสันตะโรขนาดนั้น

ในที่สุดก็ได้รับคำตอบว่า วันรุ่งขึ้นคือวันอาทิตย์ เป็น วันเลือกตั้ง อบต.องค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศ ชาวอีสานเหนือที่ไปทำงานในกรุงเทพฯถูกเรียกตัวกลับหมด ใครมีรถกระบะรับคนจากกรุงเทพฯกลับบ้าน เจ้าของรถก็จะได้ค่าเหนื่อยไม่น้อยเลยทีเดียว ใครที่กลับไปลงคะแนนเลือกตั้ง นายก อบต. และ สมาชิกสภา อบต. ก็จะได้ค่าเหนื่อย ต่ำสุด 1 พันบาท 2 พันบาท ไปจนถึงสูงสุด 5 พันบาท เพราะคะแนนนายก อบต.ได้ไม่กี่พันคะแนนก็ชนะแล้ว สภา อบต.บางแห่งได้ไม่กี่ร้อย คะแนนก็ได้แล้ว

นี่คือ ระบบการเลือกตั้งที่เป็นอยู่ในเมืองไทย ตั้งแต่ การเลือกตั้งที่เล็กที่สุด คือ สภา อบต. นายก อบต. ที่เป็น ฐานรากของระบอบประชาธิปไตย ขึ้นมาจนถึง การเลือกตั้ง อบจ. ในระดับจังหวัด และ การเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.

แล้วเราจะคัดสรร “คนดี” เข้าไป “ทำให้ประเทศดีขึ้น” ได้อย่างไร

การปฏิรูปประเทศไทย สิ่งที่สำคัญที่สุด ผมจึงเห็นว่าจะต้อง “ปฏิรูประบบการเลือกตั้ง”  เสียก่อน เพื่อ “เปิดโอกาสให้คนดี”  ที่ไม่มีคะแนนเสียงจัดตั้ง ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานให้บ้านเมือง มิฉะนั้น คนไทยทุกคนจะต้องจมปลักอยู่ในระบบการเมืองผูกขาดแบบนี้   ไปจนประเทศล่มจมแน่นอน.

"ลม เปลี่ยนทิศ"

1 เม.ย. 2557 14:26 1 เม.ย. 2557 14:26 ไทยรัฐ