วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศธ.เร่งเดินหน้า 'กองทุนตั้งตัวได้' หาผู้ประกอบการหน้าใหม่

"จาตุรนต์" เผยความคืบหน้าโครงการเล็งหากรรมการ ทั้งอาจารย์ นักธุรกิจ ร่วมคัดเลือกผู้ประกอบการใหม่ ขณะโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ตั้งเป้าปี 57 ใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น...

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการกองทุนตั้งตัวได้ และโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ว่า สำหรับโครงการกองทุนตั้งตัวได้ สอศ.ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมนักศึกษาให้เป็นผู้ประกอบการตามโครงการกองทุนตั้งตัวได้ดังนี้จัดตั้งหน่วยบ่มเพาะผู้ประกอบการ (ABI : Authorized Business Incubator) ซึ่งต้องมีคณะกรรมการไม่น้อยกว่า 7 คน ประกอบด้วยอาจารย์ไม่น้อยกว่า 3 คน นักธุรกิจไม่น้อยกว่า 2 คน และนักธนาคารไม่น้อยกว่า 2 คน เพื่อทำหน้าที่คัดกรองและเตรียมผู้ประกอบการใหม่ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน โดยการกู้ยืมเงินจากธนาคารและกองทุนฯปัจจุบันมี 30 แห่ง 2.บูรณาการให้ความรู้และฝึกทักษะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจให้แก่นักศึกษาโดยผ่านครูและโครงการของ สอศ. ได้แก่โครงการศูนย์บ่มเพาะอาชีวศึกษาแบบครบวงจร, Fix it Center, โครงการสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่, โครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี, โครงการส่งเสริมการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ และโครงการอาชีวะสร้างสรรค์แปรฝันสู่ธุรกิจ และ 3.ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการศึกษาผู้ประกอบการใหม่ให้เข้าถึงแหล่งทุนโดยมีเป้าหมายในปี 2557 จำนวน 400 คน

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และผู้ที่จบการศึกษาในระดับ ปวส.แล้วไม่เกิน 5 ปี กู้เพื่อไปทำธุรกิจของตนเองเป็นเจ้าของกิจการประเภทธุรกิจ เป็นได้ทั้งที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้าและบริการ โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อ จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนในสัดส่วนจากกองทุน 1 ส่วนอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปีและเงินกู้จากธนาคารอีก 2 ส่วนอัตราดอกเบี้ย 8-9% ต่อปีเป็นระยะเวลาประมาณ 7 ปีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยหน่วย ABI จะให้คำปรึกษาชี้แนะในการจัดทำแผนธุรกิจและแผนการเงิน ตลอดจนเสนอขออนุมัติสินเชื่อจากคณะกรรมการบริหารโครงการกองทุนตั้งตัวได้ โดยมีธนาคารที่ร่วมโครงการจำนวน 5 ธนาคาร คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลาม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

ขณะที่ในส่วนของโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) เป็นการปฏิบัติการแบบภาคีเครือข่าย ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และสำนักงานคณะกรรมการสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อเป็นการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ลดรายจ่าย ยืดอายุการใช้งานของเครื่องมืออุปกรณ์ประกอบอาชีพของชุมชน รวมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ และฝึกทักษะอาชีพให้กับประชาชน และให้นักเรียนนักศึกษามีประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริง เป็นการฝึกทักษะนักเรียนนักศึกษาให้มีความสามารถในการทำงานและประกอบอาชีพได้ โดยโครงการ Fix it Center วางเป้าหมายในปี 2557 ที่จะใช้เทคโนโลยีในการซ่อมสร้างที่สูงขึ้น โดยจะพัฒนาศูนย์ให้มีคุณภาพเชิงคุณภาพเชิงปริมาณและเชิงการบริหารจัดการดังนี้ จัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนใหม่ใน 1,700 อบต

โดยมีประชาชนผู้รับบริการรวม 170,000 คน ได้รับความรู้และทักษะในการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงเครื่องมืออุปกรณ์การประกอบอาชีพ และเครื่องใช้ในครัวเรือนช่างชุมชน 8,500 คน จะได้รับการยกระดับฝีมือช่างชุมชน และพัฒนาทักษะอาชีพการซ่อมบำรุง และเสริมสร้างประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการ รวมทั้งนักเรียนนักศึกษา 102,000 คน จะได้รับการพัฒนาทักษะวิชาชีพจากการบูรณาการการเรียนรู้และฝึกทักษะอาชีพจากประสบการณ์การทำงานจริง จากการปฏิบัติงานตามสภาพจริง และสามารถประกอบอาชีพอิสระ ได้มีการพัฒนาสุขอนามัยพื้นฐาน และสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างน้อย อบต.ละ 1 รายการ ประเมินผลภายในของศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน โดยคณะกรรมการบริหารโครงการในระดับจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ และประเมินผลสัมฤทธิ์ในภาพรวมโครงการระดับชาติ โดย สอศ.ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรที่มีส่วนเกี่ยวข้องโครงการ.

"จาตุรนต์" เผยความคืบหน้าโครงการเล็งหากรรมการ ทั้งอาจารย์ นักธุรกิจ ร่วมคัดเลือกผู้ประกอบการใหม่ ขณะโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ตั้งเป้าปี 57 ใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น... 1 เม.ย. 2557 12:06 1 เม.ย. 2557 14:26 ไทยรัฐ