วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เป้าหมายต่อไป?

แม้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-รัสเซีย เพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์คาบสมุทร “ไครเมีย” จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่ดูท่าแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะมีการยอมคืนดินแดนกันเกิดขึ้น

เพราะจากประโยคสนทนาของนายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ไม่มีเลยที่จะพูดถึงการคืนไครเมียที่ถูกรัสเซียยึดไปให้แก่ยูเครนตามเดิม มีแต่ประเด็นอย่างเรื่องสิทธิของพลเมืองส่วนน้อยในไครเมีย การปลดอาวุธกองกำลังอาสา สิทธิการใช้ภาษาของพลเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่เอื้อต่อฝ่ายรัสเซียทั้งสิ้น

ขณะที่ในไครเมียเองก็เพิ่งมีการประกาศปรับเวลาให้ตรงกับรัสเซีย และนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ก็เป็นตัวแทนระดับสูงไปเยือนไครเมียอย่างเป็นทางการแล้ว

ดังนั้นทิศทางหลังจากนี้ที่นานาชาติจับตามองมากที่สุด จึงกลายเป็นว่ารัสเซียจะเอายังไงต่อ? เป็นไปได้หรือไม่ที่ภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ก็เชื้อชาติรัสเซีย พูดภาษารัสเซีย จะโดนผนวกเป็นรายต่อไป เพราะกองทัพรัสเซียก็มีการเสริมกำลังประชิดชายแดนยูเครนอยู่เรื่อยๆ รวมแล้วเกิน 30,000 นาย

แม้ไม่มีใครสามารถอ่านใจนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียได้ แต่สิ่งที่ชัวร์ในตอนนี้คือกองทัพรัสเซียมี “ศักยภาพ” เพียงพอที่จะทำเช่นนั้นแน่นอน โดยบรรดาผู้บัญชาการกองกำลังสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ต่างยืนยันว่าทัพรัสเซียสามารถทะลวงเข้ามาทางเมือง “โดเนตสค์” (Donetsk) ทางตะวันออก ได้อย่างไร้การต้านทานจากกองทัพยูเครนที่ด้อยชั้นกว่ามากทั้งกำลังทางบก ทางอากาศ

ที่สำคัญก็มีความเป็นไปได้ด้วยว่ารัสเซียจะไม่หยุดแค่นั้น อาจบุกตีไปทางตะวันตกเรื่อยๆ เพื่อไปสมทบกับกองกำลังที่ตีขึ้นมาจากไครเมีย จากนั้นจึงบุกต่อไปจนถึงเขตทรานส์ ดเนียสเตอร์ (Trans-Dniester) ของประเทศมอลโดวา ซึ่งเป็น เขตที่เรียกร้องขอแยกดินแดนจากมอลโดวามาอยู่กับรัสเซีย ทั้งยังเคยทำประชามติไปเมื่อปี 2549 แต่ตอนนั้นไม่มีใครรับรอง

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นการประเมินขั้นเลวร้าย และหากเกิดขึ้นจริงรัสเซียอาจได้ไม่คุ้มเสีย เพราะขนาดของปฏิบัติการมันจะใหญ่โตจนตะวันตกไม่อาจนิ่งเฉยได้ต่อไป ต่างกับตอนยึดไครเมียที่ตีกินมาเนียนๆ

ได้คืบจะเอาศอกหรือไม่? คนที่รู้อยู่แก่ใจคือนายปูติน.

ตุ๊ ปากเกร็ด

1 เม.ย. 2557 11:44 ไทยรัฐ