วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวนาสุดช้ำ! ราคาข้าวตกต่ำ-ภัยแล้ง

 

วิกฤติชาวนา! ปัญหารอบด้านทั้งเงินจำนำข้าวที่รัฐบาลค้างจ่ายมานานหลายเดือน ปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำจากการที่รัฐบาลเร่งระบายสต๊อกข้าว และล่าสุด ปัญหาภัยแล้ง ที่คาดว่าจะรุนแรงกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา...
 

1 เมษายน วันแรกของเดือนที่ร้อนที่สุดในรอบปี

 
และวันแรกที่ยอดเงินค้างจ่ายค่าจำนำข้าวของชาวนา ที่ก้าวเข้าสู่เดือนที่ 7!!!!!
 
โครงการรับจำนำข้าว "เกือบ" ได้ชื่อว่าเป็นโครงการที่ยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของชาวนาได้อย่างดีเยี่ยม หากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มาพลาดพลั้งติดหนี้จำนำข้าวชาวนาเป็นเวลานานกว่าครึ่งปี คิดเป็นวงเงินค้างจ่ายสูงกว่า 1 แสนล้านบาท  ครอบคลุมจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวมากกว่า 1 ล้านรายทั่วประเทศ!!!
 
ต้องยอมรับว่า โครงการรับจำนำข้าวที่เคยสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับชาวนาในช่วงก่อนหน้านี้ มาถึงวันนี้กลับล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า เมื่อประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง อันเกิดมาจากการรับจำนำข้าวในราคาที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่การระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์เป็นไปอย่างล่าช้า และไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จึงไม่มีเม็ดเงินเพียงพอที่จะนำมาจ่ายคืนให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนทันการรับจำนำข้าวในฤดูกาลถัดไป ประกอบกับการประกาศยุบสภา ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นรัฐบาลรักษาการเป็นไปอย่างยากลำบาก
 
ทุกข์หนักของชาวนา เมื่อเงินลงทุนที่ควรจะได้รับกลับมาพร้อมผลกำไรกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด ในขณะที่ชาวนาต้องมีภาระรายจ่ายในชีวิตประจำวัน และภาระหนี้สินที่เกิดจากการลงทุนซื้ออุปกรณ์เครื่องทุ่นแรงในการทำนา เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ซึ่งร้อนและแห้งแล้งจัดกว่าทุกๆ ปี "ทุกข์ของชาวนา" ในปีนี้จึงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ!!!!!
 
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า ในปีนี้จะเป็นปีที่ชาวนาต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติซ้ำซ้อน ทั้งจากปัญหาการค้างจ่ายเงินค่าจำนำข้าว ปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำจากการเร่งระบายสต๊อกข้าวของรัฐบาล และผลพวงจากการระงับโครงการรับจำนำข้าวชั่วคราว เพื่อรอความชัดเจนจากรัฐบาลชุดใหม่ รวมทั้งปัญหาล่าสุดที่ชาวนาจะต้องเผชิญหน้า คือ "ปัญหาภัยแล้ง"
 
"ชาวนาทั่วประเทศต้องทำใจยอมรับความยากลำบาก และความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากผลพวงของโครงการรับจำนำข้าว ที่มีส่วนทำให้ราคาข้าวในตลาดปรับลดลง ชาวนาจะต้องทำใจให้ได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความจริงที่ต้องเผชิญ"
 
ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ระบุว่า ราคาข้าวจะปรับลดลงและอยู่ในระดับต่ำอีกพักใหญ่ จนกว่าผลกระทบภัยแล้งจะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน และเมื่อรัฐบาลสามารถระบายสต๊อกข้าวคงค้างที่มีอยู่ได้มากขึ้น เชื่อว่าหลังจากนั้นราคาข้าวจะทยอยปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
 
นอกจากนี้นายประพัฒน์ ยังเสนอให้รัฐบาลรักษาการ เจรจากับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขอขยายวงเงินช่วยเหลือชาวนา จากที่ปล่อยกู้ปกติในอัตรา 100,000 ต่อราย ต่อปี เพื่อให้ชาวนามีเงินหมุนเวียนสำหรับชำระหนี้นอกระบบ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร โดยในส่วนของสภาเกษตรกรแห่งชาติยังได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องแล้ว และเตรียมยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี และ ธ.ก.ส. เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายวงเงินกู้ให้กับเกษตรกร
 
ขณะเดียวกันสภาเกษตรกรฯ จะติดตามการนำงบประมาณกลาง 20,000 ล้านบาทจ่ายหนี้จำนำข้าวให้กับชาวนาอย่างใกล้ชิดว่าสามารถดำเนินการได้อย่าง รวดเร็วและมีความโปร่งใสยุติธรรมมากน้อยเพียงใด โดยในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ก็ต้องเร่งระบายข้าวออกสู่ตลาดให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ข้าวเน่าเสีย เนื่องจากเก็บไว้นานเกินไป
 
สำหรับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของชาวนาในระยะยาว ต้องให้ความสำคัญกับมาตรการการยกระดับราคาสินค้าเกษตร ซึ่งควรเดินหน้าต่อไป แต่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์บางอย่างให้มีความเหมาะสม โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพข้าวให้ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้สภาเกษตรกรฯ อยู่ระหว่างวางแผนงานเพื่อเตรียมนำเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่
 
"ห่วงเกษตรกรที่เพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรจะลำบากขึ้นกว่าเดิม เพราะปีนี้แล้งจริงๆ โดยเฉพาะนาข้าว ที่จำเป็นต้องใช้น้ำมาก แต่เมื่อน้ำแล้งจะทำให้ผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร"

ในขณะที่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ รายงานบทวิเคราะห์เรื่อง จับตาสถานการณ์ภัยแล้ง ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อธุรกิจเกษตรไทย โดยระบุว่า ในปีนี้สถานการณ์ภัยแล้งมีระดับความรุนแรงมากกว่าปกติ โดยล่าสุดมีพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 30 จังหวัด และข้าวนาปรัง ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกในช่วงหน้าแล้ง จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ในขณะที่พืชชนิดอื่นๆ จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
 
สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตามองในระยะต่อไป คือ สภาวะภัยแล้งนอกฤดูกาล ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าฝน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะส่งผลให้ผลผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทยปรับตัวลดลง ผลักดันให้ราคาสินค้าเกษตรและอัตราเงินเฟ้อในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมองว่า ผลผลิตที่ลดลงจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรและผู้ประกอบการในธุรกิจ น้ำตาล ยางพารา มันสำปะหลัง และปศุสัตว์ ซึ่งผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบดังกล่าว โดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน ในขณะที่ภาครัฐก็ควรมีมาตรการที่เอื้อต่อการนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรที่ขาดแคลน เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในประเทศ.
วิกฤติชาวนา! ปัญหารอบด้านทั้งเงินจำนำข้าวที่รัฐบาลค้างจ่ายมานานหลายเดือน ปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำจากการที่รัฐบาลเร่งระบายสต๊อกข้าว และล่าสุด ปัญหาภัยแล้ง ที่คาดว่าจะรุนแรงกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา... 1 เม.ย. 2557 09:20 ไทยรัฐ