วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลยกฟ้องสมคิด ฆ่า‘อัลรูไวลี’

ไร้พยานยืนยันญาติจ่ออุทธรณ์อุปทูตซาอุฯฉุน

พิพากษายกฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม พร้อมพวก คดีอุ้มฆ่า “อัลรูไวลี” นักธุรกิจซาอุฯ ขณะที่ อุปทูตซาอุฯประจำประเทศไทย พร้อมครอบครัวผู้เสียหายไม่พอใจคำตัดสินศาล เปิดแถลงข่าวโต้พร้อมเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อ ขณะที่อธิบดีศาลอาญาแถลงให้เหตุผล กรณีถูกอุปทูตซาอุฯตั้งข้อสังเกตมีการเปลี่ยนตัวผู้ พิพากษาเจ้าของสำนวนเป็นคนใหม่ เนื่องจากเป็นจังหวะถูกพักราชการพอดี มีกฎหมายรองรับ และทำไปตามอำนาจในกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และตามรัฐธรรมนูญ

ยกฟ้องคดีอุ้ม “อัลรูไวลี” นักธุรกิจซาอุฯ โดยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 มี.ค. ที่ศาลอาญา ศาล อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษเป็นโจทก์ นางวักดะห์ ซาเล็ม ฮาเหม็ด อัลรูไวลี มารดานายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี ผู้ตาย เป็นโจทก์ร่วมฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจ พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท อดีต ผกก.สภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล อดีต ผกก.สภ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี และ จ.ส.ต.ประสงค์ ทอรั้ง ตำรวจนอกราชการ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และเพื่อปกปิดการกระทำความผิดอื่นของตน และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญา

บรรยายโจทก์โดยสรุปฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 12-15 ก.พ.33 จำเลยทั้ง 5 ร่วมกันลักพาตัวนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย นักธุรกิจจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากเข้าใจว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนักการทูตซาอุดีอาระเบีย เป็นเหตุให้นายอัลรูไวลี ถูกหน่วงเหนี่ยว กักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย จำเลยทั้ง 5 ร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพโดยนำศพไปเผาทำลายที่ไร่ในท้องที่ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อปิดบังการตายหรือสาเหตุการตาย จำเลยทั้ง 5 ให้การปฏิเสธ ต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ รื้อฟื้นคดีขึ้นใหม่ เพราะได้พยานหลักฐานจากการเบิกความเพิ่มเติมของ พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก รวมทั้งยังมีแหวนที่อ้างว่าเป็นของนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี เป็นวัตถุพยาน

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในชั้นสืบพยาน โจทก์ไม่ได้นำตัว พ.ต.ท.สุวิชชัยมาเบิกความเพื่อให้จำเลยได้มีโอกาสถามค้าน โจทก์อ้างส่งแต่เพียงบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงของ พ.ต.ท.สุวิชชัย ฉบับลงวันที่ 31 พ.ค.56 เป็นพยานบอกเล่าที่ต้องรับฟังอย่างระมัดระวัง เมื่อศาลพิจารณาถึงพยานเหตุผลแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นแหวนที่โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าเป็นของนายอัลรูไวลี การให้การตามบันทึกถ้อยคำของ พ.ต.ท.สุวิชชัยที่ระบุว่า อยู่ร่วมในเหตุการณ์ที่จำเลยอุ้มนายอัลรูไวลี ไปที่โรงแรมฉิมพลี ย่านคลองตัน มีความแตกต่างและขัดแย้งในสาระสำคัญจากที่เคยให้การไว้เมื่อปี 35 และ 36 ว่า ทราบเหตุการณ์มาจากคำบอกเล่าของ จำเลยที่ 5 เป็นข้อพิรุธไม่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ไม่มีใครยืนยันเห็นนายอัลรูไวลี และไม่เห็นจำเลยทั้ง 5 นำตัวนายอัลรูไวลี มาที่โรงแรมฉิมพลีแต่อย่างใด เมื่อคดีนี้เป็นคดีมีโทษถึงประหารชีวิต พยานหลักฐานโจทก์ ต้องชัดแจ้งหนักแน่น การที่โจทก์ไม่นำตัว พ.ต.ท.สุวิชชัยมาเบิกความยืนยันว่าจำเลยทั้ง 5 กระทำผิด เท่ากับโจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน มีเพียงบันทึกถ้อยคำของ พ.ต.ท.สุวิชชัยเป็นพยานบอกเล่า มีข้อพิรุธหลายประการดังที่วินิจฉัยมา กรณีที่ไม่มีการยืนยันรู้เห็นการกระทำผิดของจำเลยทั้ง 5 ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าได้ร่วมกันกระทำผิดจริง ประกอบกับจำเลยทั้ง 5 ให้การปฏิเสธมาตลอด คดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้ง 5 ได้กระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

ทันทีที่ศาลพิพากษายกฟ้อง พล.ต.ท.สมคิดและพวกจำเลยทั้ง 5 ต่างยกมือไหว้ขอบคุณศาลด้วย ความโล่งอก ขณะที่นายอับดุลอิลาฮ์ โมฮัมเหม็ด อัลชูอัยบีย์ อุปทูตซาอุดีอาระเบีย ประจำประเทศไทย และกลุ่มญาตินายอัลรูไวลี ที่เข้าร่วมฟังคำพิพากษาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และมีล่ามคอยแปลภาษาให้ฟังตลอดการอ่านคำพิพากษา ล้วนมีสีหน้าที่ผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

ภายหลัง พล.ต.ท.สมคิดกล่าวว่า คดีนี้มีเหตุผลในการนำพยานหลักฐานเข้าซักค้าน และศาลให้เหตุผลตามคำพิพากษาอย่างกระจ่างชัดเจนแล้ว ขณะที่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุฯเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้นต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่อยากพูดอะไร แม้เรื่องที่เกิดมานานถึง 24 ปี มีเรื่องราวให้พูดถึงมากมายให้สังคมได้รับรู้เหมือนกัน และในวันนี้ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ลงโทษคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่เขียนในลักษณะวิจารณ์คดีนี้ ขอให้ศาลลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาล เพราะมีการชี้นำศาล แต่ศาลยกคำร้อง ตนฝากบอกคอลัมนิสต์ท่านนั้นด้วยว่าอย่าเขียนอะไรที่ทำให้ท่านต้องกลายเป็นคู่กรณีกับตัวความเสียเอง

ขณะเดียวกัน นายธงชัย เสนามนตรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา แถลงข่าวหลังมีคำพิพากษาว่า กรณีอุปทูตซาอุดีอาระเบียให้สัมภาษณ์ทำนองว่า ให้ตั้งข้อสังเกตการอ่านคำพิพากษา มีการเปลี่ยนตัวองค์คณะผู้พิพากษา ทั้งที่ผู้พิพากษาคนเดิมนั่งพิจารณามานาน 3 ปี น่าจะรู้เรื่องดีนั้น ชี้แจงว่าผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคือนายสมศักดิ์ ผลส่งได้พิจารณาคดีนี้มาตั้งแต่ปี 54 แต่มีเรื่องถูกตั้งกรรมการสอบสวนเกี่ยวกับการปล่อยตัวชั่วคราวขัดระเบียบ สมัยเป็นหัวหน้าศาลจังหวัดสระบุรี และบังเอิญมาสั่งพักราชการในเดือน ม.ค.57 ช่วงระหว่างทำคำพิพากษาพอดี ถือว่าเข้าหลักมีความจำเป็นไม่อาจกล่าวล่วงได้ ต้องให้รองอธิบดีศาลอาญาไปเป็นองค์คณะ และทำคำพิพากษาร่วมกับผู้พิพากษาอีกท่านที่เป็นเจ้าของสำนวนแทน การเปลี่ยนตัวผู้พิพากษา มีกฎหมายรองรับ ทำไปตามอำนาจในกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและตามรัฐธรรมนูญ

นายธงชัยกล่าวต่อว่า คดีนี้ยกฟ้อง เข้าใจว่าญาติผู้ตายต้องเสียใจ แต่การพิจารณาของศาล จะต้องชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานในสำนวน และประธานศาลฎีกาเป็นคนสั่งพักราชการผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเดิม การเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาครั้งนี้ มีปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณา ฝ่ายผู้ตายมีทนายความโจทก์ร่วม สามารถคัดถ่ายอ้างอิงจากรายงานกระบวนพิจารณาได้ ดังนั้น ศาลไม่มีหน้าที่แจ้งให้ญาติทราบ ประเทศไทยเป็นประเทศมีเอกราช การสืบพยาน การมีคำพิพากษาเป็นไปตามกฎหมายไทย การลงโทษประหารชีวิตต้องมีพยานหลักฐานชัดเจนปราศจากข้อสงสัย ยอมรับว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นจากกรณีแรงงานไทยไม่สามารถไปทำงานในประเทศซาอุฯเป็นแสนล้านบาท แต่เชื่อว่าอุปทูตซาอุฯจะเข้าใจเหตุผลตามคำพิพากษาของศาลอาญา ส่วนที่ญาติจะไปแถลงข่าว ไม่ว่าจะมีถ้อยคำหรือความรู้สึกใดที่อาจจะกระทบกระเทือนคำพิพากษาหรือไม่ ตนไม่ว่า ถือเป็นสิทธิ เพราะเขาอาจจะรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ทนายความต้องตักเตือน และอธิบายคำพิพากษาให้ฟังเสียก่อน ส่วน พล.ต.ท.สมคิด ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง เท่ากับมีผลเพิกถอนคำสั่งห้ามให้สัมภาษณ์ แต่พึงสังวรอย่าให้กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ต่อมาเวลา 14.15 น. ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน นายอับดุล อิลาฮ์ โมฮัมเหม็ด อัลชูอัยบีย์ อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย นายอาตีก อัลรูไวลี พี่ชายผู้ตาย นายมาทรูก อัลรูไวลี พี่เขย ร่วมกันแถลงข่าวถึงความรู้สึกผิดหวังกับคำตัดสินของศาล โดยอุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทยกล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจว่าผลที่ออกมาจะไม่เป็นผลดีของคดี หลังจากได้รับข้อมูลว่ามีการเปลี่ยนตัวผู้พิพากษา เหตุใดต้องเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาจากนายสมศักดิ์ ผลส่ง มาเป็นนายภชฤทธ์ นิลสนิท ทำให้ตนและนายฟาฮัด อาลี อัลดุซารี อธิบดีความมั่นคงของประเทศซาอุดีอาระเบีย กำกับดูแลติดตามคดี รวมทั้งครอบครัวนายอัลรูไวลีรู้สึกผิดหวังและไม่พอใจอย่างมาก เพราะตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีเดิมนั้นฟังคำให้ปากคำของพยานคือ พ.ต.ท.สุวิชัย แก้วผลึก มาโดยตลอด แต่เมื่อนายภชฤทธ์มารับมอบหน้าที่ต่อนั้น ตัดสินยกฟ้องในทันที โดยให้เหตุผลว่าพยานโจทก์ ไม่มีน้ำหนักไม่น่าเชื่อถือ ผลของการตัดสินในวันนี้ รัฐบาลซาอุดีอาระเบียไม่พอใจแน่นอน เพราะไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์ หรือประชาชนในซาอุดีอาระเบียให้ความสนใจกับคดีนี้มาก  อยากให้มีการตัดสินคดีอย่างเป็นธรรมที่สุด หลังจากนี้ครอบครัวอัลรูไวลี จะเก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารต่างๆเพื่อขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลภายใน 30 วัน

1 เม.ย. 2557 08:53 1 เม.ย. 2557 08:53 ไทยรัฐ