วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อซิวคนเช่า บ้านไปป์บอมบ์

ผลิตระเบิดย่านมีนบุรี ‘อ่าวอิสระส์’ชื่อปลอม

จ่อออกหมายจับจากภาพถ่าย คนร้ายที่มาเช่าบ้านประกอบระเบิดย่านมีนบุรี หลังเจ้าของบ้านยืนยันเป็นคนเดียวกับในรูปถ่ายติดบัตรประจำตัวอาสาสมัครตำรวจชุมชน สภ.เมืองราชบุรี ที่นำมาทำสัญญาเช่า แต่ใช้ชื่อปลอม ด้านตำรวจ กก.สส.น.3 และ สน.มีนบุรี ประชุมเครียด ต้องหาเบาะแสประกอบจากหลายด้าน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด และผลตรวจลายนิ้วมือแฝงที่บ้านหลังเกิดเหตุ ไปเทียบกับประวัติอาชญากร ก่อนปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากภาคประชาชนในการคลี่คลายคดี

จากกรณีเหตุระเบิดในท้องที่ สน.มีนบุรี จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เมื่อค่ำวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดระเบิดแบบไปป์บอมบ์ได้อีกจำนวนหนึ่ง ภายในบ้านใกล้จุดเกิดเหตุที่กลุ่มคนร้ายเช่าไว้เป็นที่ประกอบระเบิด พบเป็นขบวนการใหญ่มีสมาชิกนับ 10 ราย เข้า-ออกบ้านตลอดเวลา โดยใช้ยานพาหนะหลายชนิด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างหาเบาะแสจากกล้องวงจรปิดใกล้ที่เกิดเหตุ รวมทั้งหาความเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดป่วนเมืองในช่วงนี้หรือไม่

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 31 มี.ค. ที่ห้องประชุม ชั้น 3 บก.น.3 พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.น.3 พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง ผกก.สส.บก.น. 3 พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี พร้อมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีเหตุระเบิดไปป์บอมบ์ในพื้นที่ สน.มีนบุรี เข้าร่วมประชุมสรุปความคืบหน้าของคดี โดยที่ประชุมได้นำหลักฐานพร้อมภาพถ่ายในที่เกิดเหตุ และแผนประทุษกรรม รวมทั้งคำให้การของพยาน มาประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ใช้เวลาประชุมนาน 1 ชั่วโมง

ภายหลัง พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน เปิดเผยว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถยืนยันบุคคลที่เสียชีวิตทั้ง 2 จากเหตุดังกล่าวได้แล้ว คือนายบุญเลื่อน ปินตา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/3 หมู่ 2 ต.แม่ทราย อ.ร้องกวาง จ.แพร่ และนายเกรียงไกร สินอำนวย อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/518 ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น โดยญาติแต่ละรายชี้ยืนยัน เนื่องจากใบหน้าศพทั้ง 2 ยังสมบูรณ์ จากการสอบพยานแวดล้อม 6-7 ปาก ยืนยันชัดเจนว่าผู้ที่เสียชีวิตทั้งคู่อาศัยอยู่ในบ้านเช่าเลขที่ 49/1 หมู่ 8 ใกล้จุดเกิดเหตุ เมื่อตรวจค้นภายในบ้านเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดระเบิดไปป์บอมบ์ 5 ลูก พร้อมอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนหนึ่ง สืบสวนทราบว่า นายอ่าว อิสระส์ อายุประมาณ 45 ปี เป็นคนขอเช่าบ้านหลังเกิดเหตุจากนางกิ่งแก้ว กองเพชร อายุ 50 ปี ที่เป็นเจ้าของบ้าน โดยอ้างว่าต้องการเปิดเป็นบริษัทรับเหมาติดตั้งโทรศัพท์ ก่อนใช้หลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวอาสาสมัครตำรวจชุมชน สภ.เมืองราชบุรี ทำสัญญาเช่า ตรวจสอบเชื่อว่าเป็นการใช้ชื่อปลอม แต่เจ้าของบ้านเช่าหลังดังกล่าวยืนยันว่าภาพถ่ายในบัตรเป็นรูปของบุคคลเดียวกับที่มาเช่าบ้าน เบื้องต้นสั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งออกหมายจับคนร้ายรายนี้ตามภาพถ่าย ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง

“ส่วนการติดตามคนร้ายที่เหลือ ที่พยานยืนยันว่ามีคนพักอาศัยในบ้านหลังนี้ ประมาณ 10 คน ใช้รถตู้สีขาว กับรถ จยย.เป็นพาหนะวิ่งเข้า-ออก บ้านหลังนี้ตลอดเวลา อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสของรถตู้ รถ จยย.และคนร้ายทั้งหมด ส่วนประเด็นคนร้ายนำระเบิดไปก่อเหตุที่ใดนั้น ต้องรอขยายผลหลังจับผู้ร่วมขบวนการที่เหลือให้ได้เสียก่อน ขณะนี้ชุดทำงานอยู่ระหว่างรอผลการตรวจของเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาความเชื่อมโยงของคดีระเบิดที่ผ่านมา รวมทั้งผลตรวจลายนิ้วมือแฝงดีเอ็นเอ ตามข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านหลังดังกล่าวเพื่อเป็นการหาเบาะแสคนร้ายอีกทางหนึ่ง หากคนร้ายรายใดเคยมีประวัติในกองทะเบียนประวัติอาชญากร” ผบก.น.3 ระบุท้ายสุด

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ลานจอดรถไทวัสดุ ถนนรามคำแหง พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล รอง ผบช.น.เป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด และคดีค้างเก่า โดยมี พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.น. 3 และตำรวจในสังกัด บก.น. 3 พร้อมอาสาสมัครตำรวจบ้าน จำนวน 500 นาย เข้าร่วม

พล.ต.ต.นิพนธ์กล่าวว่าหลังเหตุระเบิดเกิดขึ้นในพื้นที่ของ บก.น.3 และพบระเบิดแสวงเครื่องอีกหลายลูก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนพร้อมแสวงหาแนวร่วมจากประชาชนที่จะให้ความร่วมมือ แจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุมคนร้าย

ค่ำวันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีกระแสข่าวว่าทหารและตำรวจ สามารถตรวจพบอุปกรณ์และสารตั้งต้นในการทำระเบิดฝังอยู่ใต้ต้นไม้รอบๆ บ้านเช่าที่เกิดเหตุ ในซอยราษฎรอุทิศ 25 ได้อีกจำนวนมาก หลังตรวจสอบรายละเอียดกับ พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รอง ผบก.น.3 ซึ่งให้การยืนยันว่าข่าวลือดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง ไม่มีการพบสารตั้งต้นผลิตระเบิดและอุปกรณ์ผลิตระเบิดจำนวนมากตามที่โพสต์ในสังคมออนไลน์ คาดต้นเรื่องเกิดจากช่วงบ่ายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีไปค้นบ้านหลังดังกล่าวเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนพบเพียงเศษขยะ ชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือและชิ้นส่วนกระเดื่องของถังดับเพลิง อาจทำให้ผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ช่องหนึ่งที่ตามไปด้วยเข้าใจผิดรีบรายงานข่าวกับตันสังกัด

1 เม.ย. 2557 08:42 ไทยรัฐ