วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นำบุกศูนย์ราชการ‘เทือก’ชวนปฏิรูป

ชี้สู้ยกสุดท้าย‘ปึ้ง’โว5เม.ย.นี้‘แดง’เกินแสน

ร้อนระอุ ลุงวัย 65 ปี ร่วมชุมนุมม็อบ กปปส.ดับคาเต็นท์สวนลุมฯ กลางดึก “เทือก”นำมวลชนบุกชวน ขรก.หยุดรับใช้ระบอบทักษิณ 1 เม.ย. ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ต่อด้วยเดินสายตามกระทรวงในวันถัดไป ด้านกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มวันใหม่แจ้งความตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ปล้นเสียงประชาชนตัดสินให้เลือกตั้ง 2 ก.พ. เป็นโมฆะ “เหลิม” รับคำ ท้าวัดพลัง ยุแฟนคลับระดมพลร่วมชุมนุม นปช. 5 เม.ย.นี้ เย้ยกำนันอย่าลืมคำพูด เตรียมเก็บกระเป๋ากลับบ้านได้ “บิ๊กตู่” จี้หน่วยข่าวเกาะติดเหตุบึ้มรายวัน กำชับ รปภ.สำนักงาน ป.ป.ช.เข้ม ผบ.พล.1 รอ. สั่งจัดชุดลาดตระเวน 24 ชม.

จากกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศใช้ฤกษ์เสาร์ 5 วันที่ 5 เม.ย. นัดแกนนำ กปปส.ทั่วประเทศประชุม เพื่อหารือวางแผนและกำหนดวันเวลารุกไล่รัฐบาล รวมถึงใช้วันข้าราชการ พลเรือน 1 เม.ย.เริ่มปฏิบัติการเรียกร้องให้ข้าราชการออกมาร่วมต่อสู้เคียงข้างประชาชน ขณะเดียวกัน กลุ่ม นปช.จะนัดชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดงในวันที่ 5 เม.ย.เช่นกันนั้น

“ปึ้ง” อัด กปปส.ยั่วยุชน นปช.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 มี.ค. ที่กองบัญชาการ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ให้สัมภาษณ์ว่าการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศจัดชุมนุมระดับแกนนำใหญ่ในวันที่ 5 เม.ย. เป็นวันเดียวกันกับที่แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยร่วมขับไล่เผด็จการ (นปช.) จะจัดชุมนุมใหญ่ถือว่าเป็นการกระทำที่ยั่วยุให้เกิดการปะทะระหว่างมวลชนสองกลุ่ม ขอบอกว่าการชุมนุมของนายสุเทพ เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา นายสุเทพผิดหวังและไม่พอใจอย่างมาก เพราะมวลชนมาน้อยไม่เกิน 3 หมื่นคนเท่านั้น เพราะคนส่วนใหญ่ไม่เอานายกฯคนกลาง แต่ตนเชื่อการชุมนุมใหญ่ของ นปช.จะมีคนมาชุมนุมมากกว่าเกินแสนคนแน่นอน แต่ที่กังวลไม่อยากเห็นการเผชิญหน้ากัน

ลั่นมีไพ่น็อกมืด “เทือก-มาร์ค”

นายสุรพงษ์กล่าวว่า หากนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หลุดคดีสั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงบริเวณราชประสงค์ ปี 2553 ตนได้เตรียมความพร้อมที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยแนวทาง ที่สำคัญยืนยันได้ว่างานนี้จะไม่ทิ้งไพ่โง่ให้กับนายสุเทพอย่างแน่นอน เพราะยังมีไพ่อีกหลายใบอยู่ในมือ เพราะคนอย่างนายสุรพงษ์ จะดำเนินการทำสิ่งใดต้องน็อกมืดอย่างเดียวเท่านั้น

ยุแฟนคลับร่วมม็อบ นปช.

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. กล่าวถึงกรณีที่ กปปส.นัดประชุมใหญ่แกนนำวันที่ 5 เม.ย. ตรงกับกลุ่ม นปช.นัดชุมนุมใหญ่ว่าไม่ห่วง ตนรับปากไม่มีปะทะ จะดูแลไม่ให้ทะเลาะกัน แต่ห่วงเรื่องมือที่สาม และจะคุยกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เลขาธิการ นปช.ว่าให้เอาคนมาเยอะๆเชื่อว่า นปช.คนมากกว่า กปปส. และจะไม่มีการจำกัดพื้นที่ของ นปช.เพราะ กปปส.ทำอะไรได้ นปช.ก็ทำได้ไม่มีสิทธิ์ไปห้าม แต่เชื่อว่าจะไม่ปิดสถานที่ราชการเหมือนม็อบนายสุเทพ เพราะมีวินัย ใครที่เป็นแฟนตนไม่ว่าในกรุงเทพฯหรือต่างจังหวัดกรุณามาเรียกร้องประชาธิปไตย งานนี้ไม่ได้เป็นการวัดพลัง แต่นายสุเทพท้า ไม่ได้ปลุกระดมแต่ยุยงให้มาเลย กำนันสุเทพอย่าลืมคำพูด คุณเคยบอกว่าถ้ามีม็อบอื่นมีมากกว่าจะยอม เตรียมกลับบ้านได้เลย นปช.คนเยอะกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ตนดูถูกนายสุเทพที่ฝักใฝ่เผด็จการแต่ไม่ดูถูกประชาชน

ผบ.ตร.สั่งจับตาทุกกลุ่มกันปะทะ

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. สั่งการในที่ประชุม ศปก.ตร.ให้เร่งรัดสืบสวนสอบสวนคดีที่เกี่ยวกับระเบิด ให้ฝ่ายกฎหมายเสนอข้อแนะนำถึงขั้นตอนการสอบสวน พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร รอง ผบ.ตร. ดูแลกรณีกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ทั่วประเทศ จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับตาดูแลความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมทุกกลุ่มไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดทฤษฎีโกลาหล ตามที่หลายฝ่ายวิตกกังวล เน้นในการตั้งด่านความมั่นคงคัดกรองบุคคล อาวุธ เพราะที่ผ่านมาด้านความมั่นคงปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นที่น่าพอใจ

“ประยุทธ์” จี้หาที่มาบึ้มบุกกรุง

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นประธานติดตามสถานการณ์ประจำวัน โดยในที่ประชุมหน่วยข่าวได้รายงานกรณีที่มีการตรวจจับระเบิดแสวงเครื่องในบ้านเช่าย่านมีนบุรี โดย ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปติดตามสถานการณ์ เพราะพื้นที่ กทม. เป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง แต่มีการตรวจจับวัตถุระเบิดได้บ่อยครั้ง พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1รอ.) พล.ต.วราห์กล่าวถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยสำนักงาน ป.ป.ช. ว่า ผบ.ทบ. ได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติงานด้วยความเรียบร้อย ลดการเผชิญหน้า โดยมีความห่วงใยการกระทบกระทั่งของมวลชน จึงกำชับให้พูดคุยและหาวิธีเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในขณะนี้ไม่น่ากังวล แต่ห่วงเรื่องการยิงเอ็ม 79 โดยตนได้สั่งการให้จัดชุดลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังการก่อเหตุ

ดักคออย่าตัดตอนไปป์บอมบ์

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่ากรณีที่มีการจับกุมอาวุธสงครามได้ที่การชุมนุมกลุ่ม กวป. หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. และจับระเบิดไปป์บอมบ์ที่บ้านเช่า ถนนราษฏร์อุทิศ เขตมีนบุรีนั้น อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเอาจริงเอาจังกับคดีเหล่านี้ โดยเฉพาะกรณีไปป์บอมบ์ที่คดีอาจถูกตัดตอนว่าเป็นความคึกคะนองของวัยรุ่น เพราะข้อเท็จจริงแล้วอาจไม่ใช่ เนื่องจากอาจเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจในบ้านเมือง และคดีนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางการเมือง ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อย่าปล่อยให้มีการตัดตอนคดี ต้องสาวไปให้ถึงต้นตอที่อยู่เบื้องหลัง แต่หากปล่อยให้คดีถูกตัดตอนก็จะเป็นแบบอย่างให้มีการสะสมอาวุธได้อีก

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตว่าระเบิดไปป์บอมบ์ น่าจะมีความเกี่ยวโยงทางการเมือง เพราะเป็นลักษณะเดียวกับที่ขว้างใส่บ้านนางทยา ทีปสุวรรณ แกนนำกปปส. และลักษณะใกล้เคียงเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น เมื่อปี 2553 ที่อาจจะมีการนำมาก่อวินาศกรรมได้

ศาลปัดไม่มีสองมาตรฐาน

นายธงชัย เสนามนตรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา  เผยว่า  กรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ศาลตามสื่ออินเตอร์เน็ต ว่าศาลมีสองมาตรฐานในการนัดพิจารณาไต่สวนถอนประกันเสื้อแดงเสื้อเหลือง ว่าการถอนประกันศาลก็ต้องนัดนานถึง 2 เดือน เพราะกว่าจะส่งหมาย 15 วัน มีขั้นตอนขอขยายเวลา เพื่อให้โอกาสอีกฝ่ายมาศาลเพื่อซักค้าน ศาลไม่มีสองมาตรฐาน แต่ใช้เหตุผลในกฎหมายและตามความเป็นจริงในการดำเนินกระบวนพิจารณา

ชี้ “พุทธอิสระ” บวชให้เณรไม่ได้

นายนพรัตน์  เบญจวัฒนานันท์  ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม จัดโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนจำนวน 35 รูป เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมทางการเมือง ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าจะต้องตรวจสอบว่าพระพุทธอิสระเป็นผู้บวชให้เองหรือไม่ หากพระพุทธอิสระเป็นผู้บวชให้ไม่สามารถทำได้ เพราะพระพุทธอิสระไม่ใช่พระอุปัชฌาย์ไม่สามารถบวชให้ใครได้  อีกทั้งตามกฎมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์ ระบุว่าหากพระสงฆ์รูปใดไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ แต่ไปบรรพชาอุปสมบทให้กับผู้ใดก็ตามจะมีโทษถึงขั้นให้สละสมณเพศ ส่วนผู้ที่ได้รับการบวชจากผู้ที่ไม่ใช่พระอุปัชฌาย์จะถือว่าเข้าข่ายถูกหลอกลวงด้วยเช่นกัน ดังนั้น ตนจึงได้นำเรื่องดังกล่าวรายงานยังพระพรหมดิลก เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

ซุกระเบิดปลอมแยกพิชัย

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 30 มี.ค. พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ ผกก.สน.สามเสน กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากประชาชนเมื่อเวลาประมาณ 24.00 น. พบวัตถุต้องสงสัยวางไว้บนตู้ชุมสายโทรศัพท์ทีโอที บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. สามแยกพิชัย จึงประสานไปยังหน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าทำการพิสูจน์วัตถุต้องสงสัยดังกล่าว จากการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นถ่านไฟฉายสีเหลืองไม่มียี่ห้อ จำนวน 20 ก้อน ห่อด้วยเทปกาวสีน้ำตาล โดยภายในเป็นแบตเตอรี่เชื่อมเข้ากับโลหะต่อกัน แต่ไม่มีวงจรไฟฟ้าหรือสารประกอบระเบิด เบื้องต้นคาดว่าอาจจะมีผู้ไม่หวังดีจงใจลงมือก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ โดยจะส่งหลักฐานไปตรวจลายนิ้วมือแฝงและให้ฝ่ายสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวผู้กระทำมาดำเนินคดีต่อไป

ร้อนจัด กปปส.ดับคาเต็นท์

เวลา 03.00 น. วันที่ 31 มี.ค. ศูนย์วิทยุการ์ด กปปส. รับแจ้งมีชายเป็นลมหมดสติเสียชีวิต ที่บริเวณหน้าฝั่งลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 หลังเวทีสวนลุมพินี จากนั้นนายสุชาติ ศรีสังข์ แกนนำ กปปส. และหัวหน้าการ์ด กปปส.ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตรวจค้นหลักฐานภายในตัวผู้เสียชีวิต พบบัตรประจำตัวประชาชน ทราบชื่อนายจรูญฤทธิ์ พิพัฒนากูล อายุ 65 ปี ต.พระธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร และพบเงินสด 2 หมื่นบาท จากการสอบถามเพื่อนผู้ตายเบื้องต้นทราบว่านายจรูญฤทธิ์ เข้ามาร่วมชุมนุมกับ กปปส.ประมาณ 2 เดือน และหารายได้พิเศษนำนาฬิกาและพระเครื่องมาจำหน่ายด้วย ก่อนเสียชีวิตช่วงเวลา 15.00 น. วันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา มีอาการเหนื่อยรุนแรง จึงไปพบแพทย์ที่เต็นท์หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ภายในพื้นที่ชุมนุม และกลับมานอนพักผ่อนในเต็นท์หน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6 จากนั้นเวลา 02.30 น. นายจรูญฤทธิ์ออกมากินน้ำเพราะอากาศร้อนจัด ก่อนเป็นลมหมดสติเสียชีวิตดังกล่าว จึงแจ้งตำรวจ สน.ลุมพินี ทหารเข้าตรวจสอบ และนำศพไปตรวจสอบการเสียชีวิตอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ต่อไป

กปปส.จ่อลุยศูนย์ราชการ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.แถลงว่า กปปส.จะถือฤกษ์วันที่ 1 เม.ย. วันข้าราชการ-พลเรือน ออกเชิญชวนข้าราชการเลิกรับใช้ระบอบทักษิณและมาร่วมกับประชาชนปฏิรูปประเทศไทย กิจกรรมแรกที่จะไปคือศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ออกเดินทางด้วยรถยนต์จากเวทีสวนลุมพินีเวลา 09.00 น.ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และแกนนำจะเป็นคนนำขบวนไป จากนั้นจะอ่านสารให้ข้าราชการรับทราบเจตนารมณ์ของประชาชน และนำไปแจกให้ข้าราชการ คาดว่าจะใช้เวลาครึ่งวันแล้วกลับ ทั้งนี้ขอเชิญชวนข้าราชการที่เห็นด้วยกับประชาชนให้ออกมาร่วมแสดงเจตนารมณ์ที่เวทีสวนลุมฯในช่วงเย็น ทั้งนี้จะขอให้ข้าราชการไม่ทำ 3 อย่างคือ 1.ไม่รับใช้ระบอบทักษิณ 2.ไม่รับคำสั่ง และ 3.ไม่ทำงานให้รัฐบาลหุ่นเชิด  แต่ให้ทำเพียงการให้บริการประชาชน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้ไปบุกรุก คุกคาม และในวันถัดไปจะเดินสายไปกระทรวงต่างๆเพื่อทำกิจกรรมเช่นเดียวกัน

คปท.บุกทำเนียบฯขวางย้ายพระ

ในช่วงบ่าย กลุ่ม คปท.นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.และนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท.ชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ที่บริเวณประตู 1 และประตู 2 ถนนนครปฐม จากนั้นได้บุกเข้าทำเนียบฯ เพราะพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาลได้เคลื่อนย้ายพระพุทธชินราชและพระไชยหลังช้าง รวม 3 องค์ ออกจากที่ประดิษฐานด้านหน้าท้าวมหาพรหม ที่ คปท.ได้อัญเชิญมา ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบนำพระพุทธรูปดังกล่าวมาประดิษฐานไว้ที่เดิม โดยมีคณะแกนนำ คปท.ขึ้นไปตรวจสอบ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด โดยกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงมีการจัดกิจกรรมบริเวณสนามหญ้าด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ไปจนถึงช่วงเย็น จึงเคลื่อนย้ายมวลชนกลับออกมายังเวทีสะพานชมัยมรุเชฐ นายอุทัยกล่าวว่า  ในช่วงสองสัปดาห์นี้ คปท.จะขับเคลื่อนไปยังส่วนราชการให้ออกมาอยู่ข้างประชาชน นอกจากนี้จะเคลื่อนไปเรียกร้องสื่อมวลชนให้เสนอข่าวตรงไปตรงมา โดยจะไปที่สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี

“พุทธอิสระ” เสนอตั้ง 3 สภา

วันเดียวกัน พระพุทธอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ สั่งให้การ์ดและมวลชน นำกระสอบทรายเสริมแนวป้องกัน ด้านหน้าศูนย์ราชการปากซอย 9 และถางหญ้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับดีเอสไอเป็นป่ากระถิน พระพุทธอิสระกล่าวว่า ได้เข้าร่วมเสนอความคิดที่สภาพัฒนาการเมืองและเศรษฐกิจแห่งชาติส่งหนังสือเชิญ โดยเสนอ 3 สภาเพื่อแก้ปัญหาทางการเมือง คือสภาพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ สภาศีลธรรมคุณธรรมแห่งชาติและสภาชาวนาและเกษตรกรแห่งประเทศไทย เป็นแผนแม่บทที่เกิดขึ้นจากความคิดและความต้องการของประชาชน ไม่ใช่ความคิดของนักการเมือง โดยสภาพัฒน์จะนำเข้าเป็นแผนพัฒนาต่อไป

พัทลุงยอมเปิดศาลากลาง

กลุ่ม กปปส.พัทลุง ไขประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัดพัทลุงทุกด้าน เพื่อให้บรรดาข้าราชการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ก่อนหน้านี้กลุ่ม กปปส.พัทลุง นำโซ่คล้องกุญแจมาปิดประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัดพัทลุงทุกด้านเพื่อมิให้ข้าราชการทุกหน่วยงานขึ้นไปทำงานโดยถูกปิดตายมากว่า 3 เดือน หลังจากเปิดศาลากลางจังหวัดพัทลุงส่งผลให้บรรยากาศบริเวณศาลากลางคึกคัก อย่างไรก็ตาม กลุ่ม กปปส.พัทลุง ก็ยังตั้งเวทีชุมนุมประท้วงรัฐบาล ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตามปกติ

แจ้งความศาล รธน.ปล้นเสียง

กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มวันใหม่เดินทางมาจัดกิจกรรม “ศาลปล้นเสียง” ที่หน้า สน.สุทธิสาร โดยเป็นการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ให้ผู้แจ้งความใช้เทปกาวปิดปากชี้ไปที่บุคคลแต่งกาย คล้ายตุลาการ มีการขึ้นป้ายว่าถูกปล้นเสียง จากนั้นได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ต่อ พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 รรท.ผกก.สน.สุทธิสาร พ.ต.ท.พงษ์นรินทร์ กีรตินราธร หัวหน้างานสอบสวน โดนนายรัฐพล สุรโสภณ ตัวแทนกลุ่ม กล่าวว่า วันนี้ออกมาเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ หลังจากนั้น ในวันที่ 1 เม.ย.ทางประชาชนทั่วประเทศจะเข้าแจ้งความกับทางสถานีตำรวจทั่วประเทศเอาผิดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกรณีตัดสินให้การเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ โดยการตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นการปล้นเสียงของประชาชน เป็นการตัดสินที่ไม่ได้อยู่บนอำนาจของประชาชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและได้สอบปากคำประกอบสำนวนคดีต่อไป ทั้งนี้ ทางกลุ่มที่จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์มี น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ หรือ จีน ซึ่งเคยบุกยื่นหนังสือให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา เรียกร้องให้ลาออกทั้งชุดเข้าร่วมด้วย

“เหวง” เย้ยเห็นลาง กปปส.แพ้

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. นำภาพถ่ายมุมสูงการชุมนุม ของกลุ่ม กปปส.ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า มาแสดงเปรียบเทียบกับที่ถ่ายจากการชุมนุมของกลุ่ม นปช. จากนั้นกล่าวว่า มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่บอกตนว่า กปปส.มีมวลชนมาชุมนุมเพียง 3.2 หมื่น ระดม 5 วันได้แค่นี้ นปช.ถือเป็นชัยชนะ เพราะหากเทียบกับการชุมนุม นปช.แค่ที่ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี ที่นับได้กว่าแสนคน แต่หากนำมวลชน นปช.ทุกภาคที่มาร่วมชุมนุม รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 4 แสนคนแน่ ดังนั้นการชุมนุม 5 เม.ย.คนเสื้อแดงต้องออกมาช่วยกัน สำหรับสถานที่ชุมนุมนั้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. จะประกาศสถานที่ให้ทราบอีกครั้ง ทั้งนี้ การชุมนุมล่าสุดของ กปปส.เป็นลางแห่งความพ่ายแพ้ การประกาศนัดประชุมแกนนำทั่วประเทศวันที่ 5 เม.ย.ก็ทำแก้เกี้ยว ส่วนที่อ้างว่าจะเผด็จศึก ความจริงคนที่จะทำก็คือองค์กรอิสระ ที่เร็วๆนี้เชื่อว่า ป.ป.ช.จะชี้มูลนายกฯและ ครม.ทั้งคณะ

นปช.บุรีรัมย์เผาโลง “สุเทพ”

ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย เขต 7 อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ นายขจิต ไชยนิคม อดีต ส.ส.อุดรธานี นายหนูแดง วรรณกางซ้าย อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ และนายนิสิต สินธุไพร จัดเวทีเสวนา “ชาว บุรีรัมย์ไม่เอาองค์กร เผด็จการซ่อนรูป ที่รวมหัวกันยึดอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชน และล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง” ทั้งนี้ ต้องการให้พี่น้องประชาชน ชาวบุรีรัมย์คนอีสานออกมาปกป้องประชาธิปไตย ที่มาจากการเลือกตั้งตามแนวทางของขบวนการเสรีไทย และร่วมกันต่อต้านอำนาจขององค์กรอิสระและเผด็จการปฏิวัติรัฐประหาร นอกจากนี้ มีการเผาโลงศพที่เขียนชื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ด้วย

แดงอุบลโวขนคนร่วมนับหมื่น

นายพิเชษฐ์ ทาบุดดา แกนนำกลุ่มเสื้อแดง ชักธงรบ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประกาศให้มวลชนที่ต้องการไปร่วมชุมนุมกับ นปช.ในวันที่ 5 เม.ย.มาแจ้งความประสงค์แล้ว มีมวลชนไปร่วมจำนวนหนึ่ง แต่ตนคงไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมด้วย เนื่องจากต้องขึ้นศาลในวันที่ 8 เม.ย. พร้อมมองว่าการระดมมวลชนครั้งนี้เป็นเรื่องธรรมดาไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เมื่อ นปช.ส่วนกลางสั่งการระดมมวลชนต่างจังหวัดก็ให้ความร่วมมือ ขณะที่โซเชียลมีเดียเผยแพร่ภาพสีดำพ่นเป็นรูปปืน AK47 ด้านล่างเขียนข้อความ UBON ขนาดกว้าง 4×6 นิ้ว ที่ด้านล่างป้ายศาลจังหวัดอุบลราชธานี ถนนผาแดง อ.เมืองอุบลราชธานี และตามหน่วยราชการต่างๆ คาดว่าเป็นพวกป่วนเมือง

“สุเทพ” โวแผนสำเร็จทะลุ 5 ขั้น

กระทั่งเวลา 20.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขึ้นเวทีปราศรัยว่า จนถึงขณะนี้ชุมนุมมา 5 เดือน ทำสำเร็จ 5 ขั้นตอนแล้วคือ 1.กฎหมายนิรโทษกรรม ที่เป็นกฎหมายล้างผิดแท้งกลางสภา 2.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯยุบสภา ทำให้สมุนบริวารตกงาน 3.การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ ดับฝัน น.ส.ยิ่งลักษณ์โดยสิ้นเชิง 4.การเดินขบวนเมื่อวันที่ 29 มี.ค.เพื่อประกาศเจตนารมณ์ว่าจะไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งจนกว่าจะปฏิรูปก่อน เป็นที่แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าจัดการเลือกตั้งอีกแล้ว เพราะจัดไปก็สูญเงินเปล่า และจะเป็นโมฆะอีก ไม่สามารถชุบตัวได้อีก 5.น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องอยู่แบบเถื่อน นอกกฎหมายต่อไป ไม่มีความชอบธรรมทางกฎหมายที่จะรองรับสถานะ และหมดความชอบธรรมทางการเมืองที่จะบริหารประเทศต่อไป

ลั่นรุกฆาต “ปู” ยกสุดท้าย
 
นายสุเทพกล่าวว่า วันที่ 1 เม.ย.เป็นวันสำคัญ คือ วันข้าราชการพลเรือน ดังนั้นจะเดินทางไปที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะอีกครั้งโดยรถยนต์ จะขึ้นไปพูดจากับข้าราชการด้วยไมตรีจิต ตนจะปราศรัยนำต่อด้วยแกนนำ กปปส. จากนั้นกราบนมัสการพระพุทธอิสระ และขึ้นเวทีแจ้งวัฒนะ และวันที่ 5 เม.ย.จะนัดคณะกรรมการ กปปส.ทั่วประเทศประชุมที่สวนลุมฯ เพื่อวางแผนเผด็จศึกร่วมกัน จะได้ซักซ้อมเตรียมตัว เมื่อได้ยินเสียงนกหวีดจะได้ลุกฮือทั่วประเทศ คราวนี้เอามันออกไป การเคลื่อนไหวต้องใหญ่ แรง และมีพลังกว่าเดิม ต้องเผด็จศึกให้ได้ เพราะนานเกินไปเกือบครึ่งปีแล้ว พอสมควรแก่เวลาต้องออกมาแล้ว เพราะเป็นยกสุดท้าย โดยจะสู้อย่างเปิดเผย สงบสันติอหิงสา จะประกาศความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เอาอำนาจอธิปไตยคืน ส่วนการที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาฯ นปช.ออกมาท้าดีเบตนั้น อย่าบังอาจเทียบชั้นกับลุงกำนัน ต้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาเอง พวกขี้ข้าอย่ามาทำยึกยัก เราไม่สนใจ และการที่มีคนออกมาประกาศว่าวันที่ 5 เม.ย. นปช.จะออกมามากกว่า กปปส.วันที่ 29 จึงขอท้าว่า หากมีมากเท่าไหร่ขอให้ออกมา เราก็จะออกมาให้มากกว่า

1 เม.ย. 2557 08:37 1 เม.ย. 2557 08:37 ไทยรัฐ