วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปลี่ยนชาวนาเป็นนายทุน

ประเทศไทยยังไร้อนาคต เกมแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ยังไม่รู้จะจบลงเมื่อไรและอย่างไร วันนี้ผมขอพาท่านผู้อ่านไปดู “ประเทศที่มีอนาคต” กันดีกว่าครับ ก๊อ “ประเทศจีน” ที่ผมเขียนถึงเมื่อวานนี้ ประเทศไหนมีผู้นำดี ทุกอย่างก็สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว  ดูเขาแล้วย้อนดูประเทศไทย ก็ได้แต่เศร้าใจ สงสารคนไทย สงสารประเทศไทยในอุ้งมือของนักการเมืองที่ไร้คุณภาพ
วันนี้ผมจะพาไปดู โครงการเลี้ยงไก่ไข่ 3 ล้านตัว ของ เครือเจียไต๋ หรือ ซีพี ในประเทศจีน ซึ่งเป็น นวัตกรรมการเกษตรแนวใหม่ ที่จะ เปลี่ยนชาวนาและเกษตรกรที่ยากจนขึ้นมาเป็นเถ้าแก่ และบริษัทยักษ์ใหญ่ต้องไปเป็นลูกจ้างเกษตรกร

คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือเจียไต๋ หรือซีพี (ในเมืองจีนซีพีใช้ชื่อเจียไต๋ ในเมืองไทยใช้ชื่อซีพี ต่อไปนี้ผมใช้ชื่อซีพีก็แล้วกัน  จะได้ ไม่สับสน)  เล่าให้ฟังบนโต๊ะอาหารว่า นโยบายการลงทุนของซีพี   ไม่ว่า ประเทศไหนจะต้องประกอบไปด้วยนโยบาย 3 อย่าง คือ เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เป็นประโยชน์ต่อประชาชน  และ เป็นประโยชน์ต่อบริษัท

(แต่การคอร์รัปชันทุกรูปแบบของรัฐบาลไทย ทำให้ซีพีต้องไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น ลดการลงทุนในประเทศไทยลง  เช่นเดียวกับ เครือซิเมนต์ไทย ที่ คุณกานต์ ตระกูลฮุน ให้สัมภาษณ์ว่า การเติบโตในอนาคตของเครือปูน มุ่งไปลงทุนที่ตลาดนอกประเทศเป็นหลัก ผมฟังแล้วก็ห่อเหี่ยวใจ เพราะวันนี้ คนไทยเริ่มหนีประเทศไทยไปลงทุนในประเทศอื่นกันแล้ว เพราะทน นักการเมืองเลว ไม่ไหว แล้วต่อไปใครจะมาลงทุนในบ้านเรา อนาคตประเทศไทยกำลังว้าเหว่ขึ้นไปเรื่อยๆเพราะนักการเมือง)

กลับมาที่โครงการเลี้ยงไก่ไข่ 3 ล้านตัวของซีพีในจีนต่อครับ โครงการนี้อยู่ที่ เมืองผิงกู่ ชานกรุงปักกิ่ง ใช้เงินลงทุน 3,500 ล้านบาท เปิดเมื่อวันที่ 26 เมษายนปีที่แล้ว ได้ไข่ไก่วันละ 2.2 ล้านฟอง หรือ 54,000 ตันต่อปี ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯ

โครงการนี้เกิดขึ้นจาก 4 ประสาน โดยรัฐบาลจีนเป็นเจ้าภาพ นำที่ดินของชาวนา 1,608 ครอบครัว และคนพิการในหมู่บ้านรวมเกือบ 5,000 คน จัดตั้งเป็นสหกรณ์ ร่วมถือหุ้นกับบริษัทร่วมทุนของซีพีกับรัฐบาลจีนฝ่ายละ 15% ที่เหลืออีก 70% กู้จากธนาคารโดยมีรัฐบาลช่วยค้ำประกัน อายุโครงการ 20 ปี โครงการนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ชาวนาที่ยากจนให้มีรายได้ครอบครัวละ 347,000 หยวน หรือ 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือเดือนละ 150,000 บาท

โครงการนี้เมื่อครบ 20 ปี จ่ายเงินกู้และดอกเบี้ยหมดแล้ว จะโอนให้เป็นของสหกรณ์ที่ 1,608 ครอบครัวกับคนพิการในหมู่บ้านเป็นเจ้าของ “เกษตรกรก็จะกลายเป็นเถ้าแก่เจ้าของโรงงานไก่ไข่ 3 ล้านตัว”  ไปทันที แล้วว่าจ้างให้ซีพีเป็นผู้บริหารต่อ ซีพีก็จะเปลี่ยนฐานะจากผู้ร่วมลงทุนกลายเป็นลูกจ้างโครงการ

นี่คือ ธุรกิจการเกษตรสมัยใหม่ ที่ เครือซีพี นำไปลงทุนยกฐานะชาวนาจีน โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลจีนเป็นอย่างดี เพื่อแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรจีน

เท่าที่ผมไปดูมากับตา โครงการนี้ผมถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว แม้จะยังไม่ได้กำไรก็ตาม แต่เกษตรกรก็จะได้ค่าเช่านาเป็นรายได้ทุกเดือน ซึ่งสูงกว่ารายได้จากการทำนาเสียอีก และยังได้ส่วนแบ่งจากผลกำไรของธุรกิจในแต่ละปีอีกด้วย

น่าเสียดายที่ โครงการดีๆอย่างนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ได้ เพราะอุปสรรคคือ เรามีรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์สั้น  และ มีนักการเมืองละโมบจ้องจะคอร์รัปชัน มากกว่าจะทำโครงการที่ยกรายได้ของเกษตรกรอย่าง แท้จริง ชาวนาไทยจึงได้จนทั้งปีทั้งชาติ

การเลี้ยงไก่ไข่ 3 ล้านตัวในโครงการใช้คนน้อยมาก การให้อาหารไก่ 3 ล้านตัวก็ใช้สายพานลำเลียงของโรงงานผลิตอาหารไก่ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ไปลงที่รางอาหารไก่ ไข่ไก่ที่ไก่ไข่ออกมา ก็มีสายพานลำเลียงไปสู่การคัดแยกโดยอัตโนมัติ การดูแลไก่ 3 ล้านตัว ก็มี “หุ่นยนต์” หรือ “โรบอต” คอยเดินจับตา 24 ชั่วโมง ไก่ป่วยไก่ตายรู้ทันที ทุกอย่าง ไฮเทคหมด ทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมหาศาล เรื่องไข่ไก่ยังมีเรื่องให้เล่าอีกมากมาย วันหลังจะเล่าให้ฟังอีก.


“ลม เปลี่ยนทิศ”

31 มี.ค. 2557 09:31 ไทยรัฐ