วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหตุผลของคนรักเลือกตั้ง

โดย ซูม

เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปใช้สิทธิ ใช้เสียงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่คูหาใกล้ๆบ้าน ตามประสาราษฎรสามัญคนหนึ่งที่ชื่นชอบในระบอบประชาธิปไตย

แม้จะเป็นการเลือกตั้งที่ค่อนข้างเงียบเหงา  และผู้สมัครเองก็อยู่ในขั้นที่ผมแทบไม่รู้จักเลยเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม

ผมเคยเรียนท่านผู้อ่านแล้วว่า  ผมเติบโตมาพร้อมกับความใฝ่ฝันที่อยากจะใช้สิทธิใช้เสียงตามระบอบประชาธิปไตยมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กๆ

แต่พออายุผมได้เกณฑ์ที่จะมีสิทธิเลือกตั้ง บ้านเมืองของเราก็ตกอยู่ในยุคเผด็จการของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำให้ผมหมดโอกาสเลือกตั้งไปอย่างน่าเสียดาย

ต่อมาได้ทุนไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา ได้มีโอกาสไปสัมผัสระบอบประชาธิปไตย และการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ทั้งดูจากข่าวโทรทัศน์ อ่านหนังสือพิมพ์ จนถึงขั้นไปฟังคำปราศรัยของผู้สมัคร

คนดังๆที่มาหาเสียงในรัฐโคโลราโดที่ผมเรียนหนังสือ

ทำให้เกิดความประทับใจ  เกิดอารมณ์ร่วมไปกับเขาด้วย   จึงหยิบปากกาขึ้นมาเขียนสารคดีชุด “การเมืองตู้” หมายถึงการเมืองที่ดูจากตู้ทีวีส่งมาลงในหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทยบ้านเรา ทำให้มีโอกาสเข้าสู่วงการหนังสือพิมพ์เพราะสารคดีชุดนี้

ผมกลับมาเมืองไทย พ.ศ.2513 ไม่ทันการเลือกตั้ง 2512 และอีกพักเดียวก็มีการปฏิวัติโดยบุคคล 3 คน ที่สมัยนั้นเราเรียกว่า 3 ทรราช  ทำให้ผมยังไม่มีโอกาสใช้สิทธิจนแล้วจนรอด

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และมีการเลือกตั้งในปี 2518 ผมจึงมีโอกาสได้หย่อนบัตรลงตู้เป็นครั้งแรกในชีวิต

เป็นการเปิดบริสุทธิ์ทางประชาธิปไตยของผม เมื่ออายุ 34 ปีพอดิบพอดี ถือว่ารอนานมาก จึงจดจำมาได้เป็นอย่างดีจนถึงทุกวันนี้

ที่สำคัญเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับ 2517 เป็นฉบับที่ประชาชนชาวไทยช่วยกันร่างมากับมือผ่านสภาสนามม้า และผมเองก็ได้รับมอบหมายจากไทยรัฐให้ไปร่วมเป็นอนุกรรมการใน   คณะอนุกรรมการ เผยแพร่และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กับเขาด้วย

ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้ง แม้คณะของเราจะสลายตัวไปแล้ว แต่หลายๆคนก็ยังไปให้คำแนะนำในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้คนไปเลือกตั้งต่อ และจำได้ว่าคำขวัญสำคัญคำขวัญหนึ่งน่าจะเกิดขึ้นจากการมีส่วนแนะนำของอนุกรรมการชุดเรา ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเป็นท่านใด

จำได้ไหมครับ คำขวัญที่ว่า “อนาคตของชาติอยู่ในกำมือคุณแล้ว” ซึ่งจะโปรยอยู่บนแผ่นปลิวเชิญชวนไปเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ.2518

มีคนเอาไปเขียนล้อเลียนเหนือโถปัสสาวะในห้องน้ำชายในทำนองว่า “อนาคตของชาติอยู่ในกำมือคุณจริงๆ...ไม่เชื่อก้มลงดูซี”

กลายเป็นมุกแบบสัปดนวันละนิดจิตแจ่มใส ตีความอนาคตของชาติในกำมือของแต่ละคนอย่างเฮฮา ซึ่งก็ส่งผลให้ประชาชนไปใช้สิทธิใช้เสียงจำนวนมาก

น่าเสียดายที่อนาคตของประชาธิปไตย พ.ศ.ดังกล่าวสั้นมากๆ  เพราะเพียงแค่ปีเศษๆ ระบอบประชาธิปไตยที่ได้มาก็ต้องสูญเสียไปอีกในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ก่อนจะได้กลับมาแบบครึ่งใบใน พ.ศ.2522 และก็กลับไปกลับมาอีกหลายๆครั้ง

อย่างไรก็ตาม ด้วยปูมหลังเช่นว่านี้ ทำให้ผมกลายเป็นคนรักการเลือกตั้ง ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างเถิด เมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง ผมจะไปเลือกเสมอๆ แม้แต่การเลือก ส.ว.เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ไปด้วยความยินดี

นอกจากนี้ ก็ยังอยากให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของการแก้ปัญหาทางการเมืองของเรา ที่ขัดแย้งคาราคาซังกันอยู่ในขณะนี้

มาวัดให้รู้กันไปเลยว่า นโยบายประชานิยมหลายๆนโยบายที่เห็นแล้วว่าล้มเหลวในหลายเรื่อง จะยังเป็นที่ยอมรับของประชาชนอยู่อีกหรือ?

ให้มันรู้ไปว่า นักการเมืองที่โกงกินอย่างมูมมามแม้จะไม่มีหลักฐาน หรือใบเสร็จชัดเจน แต่สังคมก็พอรู้เค้าจะได้รับการเลือกตั้งกลับมาอีก

แต่ความหวังที่จะเห็นการเลือกตั้งครั้งใหม่ของผมดูจะห่างไกลออกไปอีกแล้ว เพราะผู้ที่มีหน้าที่ในการจัดเลือกตั้งท่านดูเหมือนจะไม่อยากจัดเสียแต่ต้น และพรรคการเมืองเก่าแก่พรรคหนึ่งก็จะไม่ลงสมัครอีก

คนรักประชาธิปไตยและมีปูมหลังอย่างที่เล่ามานี้  จึงรู้สึกเสียดาย

แต่ก็บอกแล้วว่าผมเข้าใจทุกๆฝ่าย ซึ่งมีจุดยืนต่างกัน

ผมจึงร้องเพลง Whatever Will be, Will be อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไปเมื่อวันก่อน และจะร้องต่อไปเรื่อยๆ

อะไรก็ได้ขอให้จบ  เพราะเราคงจะปล่อยให้เศรษฐกิจของชาติเสียหายไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว...ขอเพียงอย่าจบแบบมีคนเจ็บ คนตาย หรือที่หนังสือพิมพ์ใช้คำว่า “นองเลือด” ก็แล้วกันครับ.


“ซูม”

31 มี.ค. 2557 09:27 31 มี.ค. 2557 09:27 ไทยรัฐ