วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรมส่งเสริมฯ ห่วงญี่ปุ่นขึ้นVAT กระทบค่าใช้จ่าย

กรมส่งเสริมฯ ห่วงญี่ปุ่นขึ้นVAT กระทบค่าใช้จ่าย

  • Share:

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยญี่ปุ่นขึ้นแวต จาก 5% เป็น 8% วันที่ 1 เม.ย.นี้ กระทบค่าใช้จ่ายประชาชน โดยเฉพาะสินค้าอาหาร ส่วนร้านอาหารไทย ได้รับผลกระทบแน่ แต่ปรับตัวรับมือแล้ว...

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ของญี่ปุ่น ในวันที่ 1 เม.ย. 57 จาก  5% เป็น 8% และครั้งที่ 2 ในปี 58 เป็น 10% ว่า แวตที่สูงขึ้น จะส่งผลให้ประชาชนลังเลในการขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และลดการบริโภคมากขึ้น ซึ่งการขึ้นแวตจะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) รวมถึงการปรับตัวในอุตสาหกรรมต่างๆ คาดว่า อุตสาหกรรมอาหาร และร้านอาหารจะได้รับผลกระทบมาก

“ร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นมีอยู่ราว 1,300 ร้าน ซึ่งได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพ และบริการ ไทยซีเลกต์ 113 ร้าน โดยผู้ประกอบการได้เตรียมรับมือ และพร้อมปรับตัว แม้ว่าจะได้รับผลกระทบบ้าง แต่คงไม่มาก เพราะร้านอาหารไทยที่ได้รับไทยซีเลกต์ เน้นอาหารไทยที่มีรสชาติดั้งเดิม มีความหลากหลาย ใช้วัตถุดิบที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น สมุนไพรต่างๆ จึงทำให้ผู้บริโภคยังนิยมอาหารไทยอยู่”

ด้าน นายไผท สุขสมหมาย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว กล่าวว่า ร้านอาหารหลายร้าน ได้ประกาศขึ้นราคาอาหารของตัวเอง แต่บางร้านกลับใช้กลยุทธ์ราคาต่ำแข่งขัน เพราะประเมินว่า หลังการขึ้นแวต เศรษฐกิจจะถดถอยลง ห้างสรรพสินค้า ร้านขายปลีกจะได้รับผลกระทบมาก เพราะผู้บริโภคจะรู้สึกได้ทันทีกับราคาสินค้าที่แตกต่าง ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากรัฐบาลกำหนดนโยบายลดหย่อนภาษีรายได้ส่วนบุคคลจากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หลังวันที่ 1 เม.ย.57 ดังนั้น ผลกระทบต่อธุรกิจนี้ยังไม่แน่ชัด นอกจากนี้ ธุรกิจโฆษณา จะได้รับผลกระทบด้วย เพราะจะถูกลดค่าใช้จ่าย คาดว่าช่วงก่อนการขึ้นแวต หลายบริษัทมียอดขายลดลงแล้ว

“รัฐบาลญี่ปุ่นได้วางนโยบาย เพื่อลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากการขึ้นแวต ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบ จะเป็นผู้ที่มีรายได้ต่ำเป็นหลัก โดยได้กำหนดการจ่ายเงินช่วยเหลือ 3 รายการ คือ 1. บุคคลผู้มีรายได้น้อย บุคคลที่อยู่ในเกณฑ์ไม่ต้องจ่ายภาษีท้องถิ่น คนละ 10,000 เยน ในส่วนของผู้ที่รับเงินบำนาญ รัฐจะจ่ายเพิ่มอีก 5,000 เยน 2. ครอบครัวที่มีลูกศึกษาในระดับชั้นต่ำกว่ามัธยมต้น โดยรัฐจะจ่ายเงินสนับสนุน 10,000 เยน ต่อเด็ก 1 คน และ 3. การซื้อที่อยู่อาศัย กรณีที่มีการขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หากผู้ขอมีรายได้ต่อปีต่ำกว่า 5.1 ล้านเยน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 100,000 - 300,000 เยน ซึ่งมีประชากรที่อยู่ในข่ายได้รับเงินช่วยเหลือ 36.7 ล้านเยน หรือ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้