วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โพลชี้คนส่วนใหญ่หวาดกลัวเหตุบึมรายวัน ชี้ปมขัดแย้งยุติยาก

โพลชี้คนส่วนใหญ่หวาดกลัวเหตุบึมรายวัน ชี้ปมขัดแย้งยุติยาก

  • Share:

"สวนดุสิตโพล" เผยคนส่วนใหญ่หวาดกลัวเหตุระเบิดรายวัน ชี้เป็นการก่อกวน ข่มขู่ทางการเมือง หวั่นเกิดกับคนในครอบครัว มองปมขัดแย้งยุติได้ยาก ไม่แน่ใจหากมีเลือกตั้ง ส.ส.จะยุติเหตุระเบิดได้ มองควรเลือกตั้งและปฏิรูปไปพร้อมๆ กัน...

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. "สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,246 คน กรณีเหตุการณ์ระเบิดรายวันอย่างต่อเนื่อง ทั้งเวทีแจ้งวัฒนะและตามเส้นทางการเคลื่อนไหวชุมนุมของ กปปส. พบว่า 37.50% หวาดกลัว ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก กลัวว่าจะได้รับอันตราย 21.20% ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย ความน่าเชื่อถือลดลง กระทบต่อเศรษฐกิจ การลงทุน  20.11% อยากให้ติดตามจับกุมผู้กระทำผิดให้ได้ อยากรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง 16.30% เป็นการก่อกวน ข่มขู่ ต้องการเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย ท้าทายกฎหมายบ้านเมือง  4.89% เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ควรเพิ่มกำลัง ดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ส่วนเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น มองว่า อันดับ 1 คิดว่าเป็นการก่อกวน/ข่มขู่ทางการเมือง 94.58% เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่อยู่ใกล้บริเวณที่มีการเคลื่อนไหว ชุมนุม มีการระเบิดบ่อยครั้งแต่ไม่หวังผลถึงชีวิต ฯลฯ อันดับ 2 ไม่คิดว่าเป็นการก่อกวน/ข่มขู่ทางการเมือง 5.42% เพราะอาจมาจากความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องผลประโยชน์ คนบางกลุ่มนำเหตุระเบิดไปโยงกับการเมืองเพื่อสร้างกระแส ฯลฯ

ขณะที่สิ่งที่ประชาชนกลัวจากที่มีเหตุการณ์ระเบิดรายวัน พบว่า อันดับ 1 อาจเกิดกับคนในครอบครัว หรือคนรู้จัก 41.87% อันดับ 2 ผู้บริสุทธิ์ต้องมาได้รับผลกระทบ และเดือดร้อน ส่งผลต่อสุขภาพจิต 20.73% อันดับ 3 บางเส้นทางอาจถูกปิดการจราจร เดินทางไม่สะดวก 15.85% อันดับ 4 ทรัพย์สินและสถานที่ต่าง ๆ เสียหาย ต้องเสียงบประมาณในการซ่อมแซม 12.60% อันดับ 5 กลัวว่าเหตุการณ์จะรุนแรงเหมือนกับ 3 จังหวัดภาคใต้ 8.95%

ส่วนวิธีแก้ไข พบว่า  อันดับ 1 ช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแล ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ 39.86% อันดับ 2 มีมาตรการป้องกันสถานที่ต่างๆ ที่มีความเสี่ยง เพิ่มเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย 20.27% อันดับ 3 เร่งสืบหาตัวผู้กระทำผิด ผู้อยู่เบื้องหลัง มาลงโทษตามกฎหมาย 18.92% อันดับ 4 ต้องมีการตรวจสอบติดตามการเคลื่อนย้ายวัตถุระเบิด อาวุธรุนแรง อย่างใกล้ชิด 16.22% อันดับ 5 รัฐบาลต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้ กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบเรื่องเหตุระเบิดโดยตรง 4.73%

ทั้งนี้ การจะยุติความขัดแย้งได้หรือไม่ พบว่า อันดับ 1 เป็นไปได้ยาก ยังไม่เห็นแนวทางที่จะแก้ไขหรือยุติความขัดแย้งได้ 32.14% อันดับ 2 ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาที่เป็นประโยชน์  22.02% อันดับ 3 ผู้นำของทั้ง 2 ฝ่าย ต้องตกลงกันให้ได้ เห็นแก่ประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชน 19.05% อันดับ 4 ให้สิทธิประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และต้องยอมรับมติจากเสียงส่วนใหญ่ 16.07% อันดับ 5 ควรหาคนกลางที่เป็นที่ยอมรับ น่าเชื่อถือ มาเจรจาไกล่เกลี่ย 10.72%

สำหรับความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.ว่าควรจะเป็นอย่างไร พบว่า  อันดับ 1 ควรเลือกตั้งและปฏิรูปไปพร้อมๆ กัน  37.81% เพราะประเทศชาติจะได้เดินหน้าต่อไปได้ ไม่หยุดชะงัก น่าจะสามารถทำไปพร้อมๆ กันได้ ฯลฯ อันดับ 2 ควรปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง 32.00% เพราะอยากให้การเมืองพัฒนาในทางที่ดีขึ้น มีนักการเมืองที่มีคุณธรรมจริยธรรม ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ฯลฯ อันดับ 3 ควรมีการเลือกตั้งโดยเร็วแล้วจึงมีการปฏิรูป 30.19% เพราะจะได้มีผู้แทนของประชาชนเข้ามาทำงาน แก้ปัญหาร่วมกันอย่างตรงจุด ควรเคารพระบอบประชาธิปไตย ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการเลือกตั้ง ส.ส. แล้ว ประชาชนคิดว่าจะยุติ เหตุระเบิดรายวัน ได้หรือไม่ พบว่า อันดับ 1 ไม่แน่ใจ 48.11% เพราะยังไม่รู้ข้อเท็จจริง ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้  สถานการณ์ไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ฯลฯ อันดับ 2 ยุติไม่ได้ 39.86% เพราะ ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ก็จะมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย เป็นความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ หาข้อยุติได้ยาก ฯลฯ  อันดับ 3 ยุติได้ 12.03% เพราะทุกฝ่ายต้องยอมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมา ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง จะต้องทำงานอย่างเต็มที่ ดูแลประชาชน เพื่อสร้างผลงานให้เป็นที่พอใจ ฯลฯ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้