วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ญาติอัลรูไวลี ลุ้นผลตัดสิน 5สีกากีอุ้มฆ่า


ศาลแจงข่าวการเปลี่ยน ตัวผู้พิพากษาคดีฆ่า “โมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี” นักธุรกิจชาวซาอุฯ เท่าที่รู้เคยเปลี่ยนมา 1 ครั้ง นานแล้วก่อนปี 54 เนื่องจากมีเหตุจำเป็นอื่นตามกฎหมาย แต่ไม่น่าวิตกเพราะไม่มีผลต่อคำตัดสินของศาล ส่วนพี่ชายเหยื่อเผยกังวลผลการตัดสินคดี เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวย่ำแย่ รวมทั้งข่าวการเปลี่ยนผู้พิพากษา ถ้าผลออกมาทางลบประกาศจะอุทธรณ์สู้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญา เมื่อวันที่ 29 มี.ค. กรณีพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีต ผบช.ภ.5 พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท ผกก.สภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล ผกก.สภ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี และ จ.ส.ต.ประสงค์ ทอรั้ง ตำรวจนอกราชการ เป็นจำเลยที่ 1-5 ความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ เพื่อปกปิดการกระทำความผิดอื่นของตน และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 289 309 310 สืบเนื่องจากกรณีนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบียหายตัวไปเมื่อปี 2533 บัดนี้ศาลสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้นแล้ว และนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 31 มี.ค. เวลา 10.00 น.

แต่ระหว่างรอศาลอ่านคำพิพากษามีข่าวการเปลี่ยนตัวผู้พิพากษา นายทวี ประจวบลาภ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 9 อดีตอธิบดีศาลอาญา กล่าวว่า คดีฆ่านายอัลรูไวลีมีการพิจารณาตั้งแต่ก่อนที่ตนมาเป็นอธิบดีศาลอาญาเมื่อปี 54 พ้นตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 ก.ย.56 เท่าที่ทราบคดีนี้เคยมีการเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาองค์คณะก่อนตนมาเป็นอธิบดี 1 ครั้ง เรื่องที่อ้างว่าเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาแล้วจะมีผลกระทบต่อคำพิพากษา  ตนขออธิบายว่า การเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาเกิดขึ้นโดยที่กฎหมายบัญญัติตาม พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 28 ที่เขียนว่า ระหว่างพิจารณา มีเหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นไม่อาจกล่าวล่วงเสียได้ ทำให้ผู้พิพากษาในองค์คณะ (2 คน) ไม่อาจนั่งพิจารณาต่อได้ ให้อธิบดีหรือรองอธิบดีนั่งพิจารณาต่อไปได้ และมาตรา 29 ระหว่างการทำคำพิพากษามีเหตุสุดวิสัยเหตุจำเป็นไม่อาจก้าวล่วงได้ ให้อธิบดี รองอธิบดี มีอำนาจลงลายมือชื่อทำคำพิพากษาและทำความเห็นแย้งได้หลังจากตรวจสำนวนคดีแล้ว หรือเป็นไปตามมาตรา 33 ที่ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนมีคดีอื่นล้นมือไม่สามารถทำคำพิพากษาได้ทัน จึงขอคืนสำนวนและให้อธิบดีจ่ายสำนวนให้ผู้พิพากษาคนอื่นได้  ตามกฎหมายจึงให้อำนาจอธิบดีศาลอาญาคนต่อไปใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลยุติธรรมซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ

ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัน นายอคีก ฆอนิม อัลรูไวลี พี่ชายนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี เผยว่า ครอบครัวยังเสียใจกับการจากไปของนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี ครอบครัวยังรอที่จะเห็นความยุติธรรมที่จะเกิดขึ้น ตลอดระยะเวลา 20 กว่าปี ที่คดีดำเนินการมาอย่างยาวนาน ทำให้ครอบครัวรู้สึกหมดกำลังใจเป็นอย่างมาก ถ้าคำตัดสินวันที่ 31 มี.ค. ออกมาในทางลบ ทางครอบครัวจะเรียกร้องความยุติธรรมต่อไป โดยการอุทธรณ์จนกว่าจะได้ความยุติธรรมกับครอบครัว ซึ่งภรรยาของน้องชายเสียใจมาก ที่แย่กว่าคือมารดาตนที่ยังคิดถึงลูกชายอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากไม่เจอศพของลูกชายอันเป็นที่รัก ต่อมาบิดาก็เสียชีวิตไปด้วยเนื่องจากคิดถึงลูกชายมาก  ต่อมาพี่ชายตนก็เสียชีวิตไปอีกคนเนื่องจากตรอมใจเช่นเดียวกัน

“อยากให้รัฐบาลไทยเรียกร้องความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับครอบครัว โดยเฉพาะที่มีข่าวลือว่ามี การเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาในคดี ทำให้ครอบครัวรู้สึกกังวล ถ้าข่าวลือเป็นจริงจะมีคำถามใหญ่มากกับความยุติธรรม และการทำงานของศาลไทยว่าเกิดอะไรขึ้น อยากฝากถึงคนไทยว่า อยากให้คดีนี้จบโดยดี เพราะมีผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งน้องชายเป็นคนรักเมืองไทยมาก คอยบอกเพื่อนๆว่า คนไทยเป็นคนมีอัธยาศัยดี” นายอคีก ฆอนิม อัลรูไวลี กล่าวทิ้งท้าย

30 มี.ค. 2557 01:03 1 เม.ย. 2557 16:52 ไทยรัฐ