วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป.แบะท่า บอยคอตอีก


พท.ฉะดันนายกฯม.7ขัดม.68

“จาตุรนต์” ลั่นหนังยาวเป็น รามเกียรติ์ตั้งนายกฯคนกลาง-รบ.นอกรีตโหมไฟขัดแย้งไม่รู้จบ “คณิน” ฉีกหน้ากากขบวนการโค่นรัฐบาล ขู่ไม่เลิกดันนายกฯ ม.7 ระวังขัด ม.68 ล้มล้าง ปชต. “ประชาธิปัตย์” งัดมุกเก่าแบะท่าบอยคอตเลือกตั้งอีกแล้ว อ้างการเมืองยังไม่สงบ-ม็อบนกหวีดไม่ยอมรับ “เพื่อไทย” เข่น ปชป.กำลังเจอทาง 2 แพร่ง 8 แยกที่จำเป็นต้องเลือก ส.ส.หญิง พท.แว้ดไล่ตั้งพรรคแล้วไม่ลงเลือกตั้งไปอยู่บ้านเลี้ยงลูกดีกว่า ปธ.กกต.รับปากเร่งจัดเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เล็งนัด 73 พรรคเคาะวันปฐมฤกษ์สัปดาห์หน้า

การเมืองที่อยู่ในช่วงชิงไหวชิงพริบทั้งเรื่องการ จัดการเลือกตั้งที่ยังไม่ลงตัว หลังศาล รธน.วินิจฉัยการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่ พรรคเพื่อไทยดาหน้าออกมาคัดค้านนายกฯคนกลาง รวมทั้งคดีต่างๆที่อยู่ในองค์กรอิสระซึ่งมีผลกระทบต่อสถานะของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี

“อ๋อย” ลั่นไม่จบตั้ง “นายกฯคนกลาง”

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกระแสนายกรัฐมนตรีคนกลาง ว่าการเป็นนายกฯโดยไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ จะเรียกว่านายกฯคนกลางไม่ได้ แต่จะเป็นนายกฯที่มีสังกัดจากฝ่ายที่ไม่ทำตามรัฐธรรมนูญ และร่วมทำลายประชาธิปไตย ฉะนั้นนายกรัฐมนตรีคนกลางไม่มีจริงและหาไม่ได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม รายชื่อที่เปิดเผยกันอยู่ในขณะนี้ ความจริงวงการการเมืองได้ยินมานานเป็น เดือนแล้ว อย่าคิดว่ามีนายกฯและรัฐบาลที่มาจากคนนอกรัฐธรรมนูญแล้วเรื่องจะจบ เพราะกลับจะยุ่ง กว่าเดิมอีกเยอะ ใครที่คิดว่าตั้งๆกันไปแล้วจะจบ คิดผิดอย่างแรง ที่สำคัญการให้สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้เสนอรายชื่อนายกฯคนกลางนั้น ยิ่งไปกันใหญ่ โดยเฉพาะนักธุรกิจต้องคิดให้ดีว่าถ้ามีนายกฯคนนอกรับรองว่าเป็นรามเกียรติ์แน่นอน เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ รับรองว่าเรื่องนี้ค้านกันทั้งประเทศแน่นอน ยิ่งกว่าที่ กปปส.ค้านรัฐบาลปัจจุบันอีกหลายเท่า

“คณิน” ฉีกหน้ากากขบวนการล้ม รบ.

นายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีขบวนการล้มรัฐบาลโดยองค์กรอิสระ เพื่อนำไปสู่ภาวะสุญญากาศตั้งนายกฯมาตรา 7 ล่าสุดมีความพยายามจาก ส.ว.สรรหากลุ่มหนึ่งไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยสถานภาพนายกฯของ น.ส.ยิ่งลักษณ์จากกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. โดยหวังให้นายกฯสิ้นสภาพ และ ครม.ทั้งคณะสิ้นสภาพไปด้วย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็รับเรื่องไว้วินิจฉัย อย่างไรก็ตาม ขอเรียนว่าเป็นการตีความบทบัญญัติกฎหมายเอาเอง พูดกันเป็นตุ เป็นตะ แสดงให้เห็นธาตุแท้ของกลุ่มที่ต้องการโค่นล้ม เพราะความเป็นจริง ครม.ได้พ้นจากตำแหน่งไปตั้งแต่ยุบสภาฯแล้ว แต่ยังปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ ดังนั้นจึงไม่มีวันที่จะพ้นจากตำแหน่งไปอีกครั้ง

ขู่ไม่หยุดจะแจ้งจับขัด รธน.ม.68

นายคณินกล่าวอีกว่า ถ้ามีการตั้งนายกฯคนกลาง นายกฯมาตรา 7 ถือเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ประชาชนมีสิทธิร้องแจ้งความและต่อต้าน โดยสันติวิธี จึงอยากฝากเตือนให้ทำอะไรระวังรอบคอบ อย่าคิดทำลายล้างระบอบประชาธิปไตย สร้างความระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท สถาปนาการเมืองรูปแบบอื่นขึ้นมา

กรี๊ดไล่ ปชป.พรรคนักบอยคอต

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่ม กปปส. หยุดสมคบคิดกับมือที่มอง ไม่เห็นขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตยเสียที ส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะไปขอร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำลูกพรรคลงเลือกตั้ง เพราะไม่ควรค่าจะไปวิงวอนกับพวกจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ถ้าเป็นพรรคการเมืองแล้วไม่ลงเลือกตั้งก็เลิกเล่นแล้วกลับบ้านไปเลี้ยงลูกดีกว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ส่อเค้าว่าจะไม่ลงเลือกตั้ง สะท้อนว่ากำลังจะสร้างความวุ่นวายต่อไปใช่หรือไม่

ชี้ทาง 2 แพร่ง 8 แยกที่ต้องเลือก

ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีข้อเสนอของ 53 พรรคการเมือง ที่ต้องการให้จัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาสุญญากาศทาง การเมืองว่า ยังไม่มีสัญญาณตอบรับเรื่องนี้จากพรรคประชาธิปัตย์ เข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์อยากรอดูจำนวนมวลมหาประชาชนของนายสุเทพมาประกอบการตัดสินใจ พรรคประชาธิปัตย์กำลังเผชิญกับทาง 2 แพร่งใน 8 แยก ที่จะต้องเลือก คือ 1.จะยึดมั่นในระบบรัฐสภาหรือปฏิเสธแนวทางประชาธิปไตย 2.จะเป็นสถาบันการเมืองหรือมุ่งนำม็อบข้างถนน อันธพาลครองเมือง 3.จะเสนอตัวเป็นทางเลือกของประชาชนหรือละทิ้งประชาชน หันหลังให้การเลือกตั้ง 4.จะกำหนดแนวทางของ กปปส.หรือเดินตามเส้นทางที่กปปส.กำหนด 5.จะยึดประโยชน์ของคนกลุ่มนำในพรรค หรือยึดประโยชน์ชาติ ประชาชนเป็นสำคัญ 6.จะใช้โอกาสทำหน้าที่หรือจะฉวยโอกาสทางการเมือง 7.จะสมคบคิดกับอำมาตย์ปล้นอำนาจรัฐหรือร่วมกับคนไทยทั้งประเทศสร้างประชาธิปไตย 8.จะชูนายกฯคนกลางที่เทือกตั้งหรือให้คนไทยทั้งประเทศเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย

ปูดบันได 3 ขั้นเชือด “ปู” โกงข้าว

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการติดตามการทำงานและศึกษาแนวทางการใช้อำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในชุดปัจจุบัน นับตั้งแต่มีการแต่งตั้งมาจากคณะปฏิวัติ เมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา สามารถเห็นความผิดปกติในกรณีเร่งพิจารณากรณีโครงการรับจำนำข้าว ของรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์อย่างเร่งรีบ ลุกลี้ลุกลนจนผิดสังเกต ขอฟันธงว่านายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งของประชาชนจะถูกชี้มูลความผิดแบบผิดๆ จาก ป.ป.ช.ชุดนี้ ทั้งที่มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวมาไม่ถึง 2 เดือนอย่างแน่นอน พฤติกรรมที่เกิดขึ้นของ ป.ป.ช. สอดรับกับเป้าหมายสำคัญที่พี่น้องประชาชนเชื่อว่าถูกสั่งการโดยมือที่มองไม่เห็น ที่ใช้ผ่านองค์กรอิสระ โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติ 3 ขั้นตอน 1.สร้างเรื่องให้ร้อง 2.วางแผนให้ฆ่า และ 3.สั่งการฆ่า

ชำแหละ ป.ป.ช.ผิดปกติ 6 อย่าง

นายเรืองไกรกล่าวด้วยว่า ความผิดปกติของ ป.ป.ช.คือ 1.คำร้องของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำรายชื่อ ส.ส.ที่ลาออกไปร่วมกับ กปปส.แล้ว 6 คน ทำให้คำร้องดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2.คำร้องของนายอภิสิทธิ์ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 61 3.หลักฐานกล่าวหานายกฯ มีเพียง 49 แผ่น และไม่สมบูรณ์ มีข้อพิรุธมาก 4.เอกสารตัวเลขปิดบัญชีของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลังที่พยายามนำเอามาเป็นหลักฐานเด็ดในการฆ่าปิดปาก แต่ตรวจสอบพบว่ารายงานทางราชการที่ออกมา 2 ครั้ง มีตัวเลขที่เป็นสาระสำคัญไม่ตรงกัน แต่ ป.ป.ช.ก็ยังพยายามใช้พยานหลักฐานดังกล่าวมาใช้ประกอบการพิจารณา จึงอาจถูกตั้งข้อสังเกตได้ว่าใช้เอกสารหลักฐานที่เป็นเท็จ 5.เกิดการเปรียบเทียบอย่างชัดเจนระหว่างคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์กับนายอภิสิทธิ์ เรื่องความมีอคติและสองมาตรฐาน 6.ป.ป.ช.เพิ่งส่งเอกสารให้กับทนายของผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มอีก 280 หน้า เมื่อวันที่ 26 มี.ค. คำถามที่ ป.ป.ช.ควรตอบต่อสังคมคือก่อนหน้านี้เอกสารเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน และข้อกล่าวหาส่วนใหญ่เกิดก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะรับตำแหน่งนายกฯ

ปธ.สาขาพรรคขอพันล้านสู้ ลต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคได้ร่วมอภิปรายงบประมาณและแผนการดำเนินงานของพรรค โดยส่วนใหญ่เป็นสาขาพรรคทางภาคเหนือที่ลุกขึ้นอภิปราย อาทิ ประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ จาก จ.เชียงราย อภิปรายว่า แนวนโยบายของพรรคในหลายเรื่องยังเป็นนามธรรมและตั้งงบประมาณเพียง 130 ล้านบาท เพื่อลงแข่งขันการเลือกตั้ง ถือว่าไม่เพียงพอ อย่างน้อยต้องเตรียมงบประมาณสัก 1 พันล้านบาท และชูนโยบายปฏิรูปประเทศ 7 ข้อตามที่ประกาศไว้ เชื่อว่าจะชนะการเลือกตั้งแน่นอน ขณะที่ตัวแทนสาขาพรรคจาก จ.เชียงใหม่ อภิปรายว่าพรรคประชาธิปัตย์มีจุดอ่อนด้านประชาสัมพันธ์ เช่น โครงการ 30 บาทของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ถึงได้รับความนิยมกว่าโครงการบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกโรคของรัฐบาลสมัยพรรคประชาธิปัตย์

“จุติ” ยันไม่เอาหวือหวาตาม พท.

นายจุติชี้แจงว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่อุดมการณ์ ไม่สามารถไปลอกเลียนแบบเทคนิคหรือนโยบายของพรรคเพื่อไทยได้ เรามีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ลอกเลียนแบบนโยบายของพรรคการเมืองอื่น การดำเนินการประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐบาลเพื่อไทยมีความล่อแหลม คาบลูกคาบดอก ด้านนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มีสมาชิกพรรคลุกขึ้นถกเถียงแสดงความคิดเห็น ถ้าไม่มีใครลุกขึ้นเถียงแสดงความคิดเห็น เราจะขาดความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแบบอย่างในความเป็นประชาธิปไตย ประเพณีเหล่านี้จะหาไม่เจอในพรรคเพื่อไทย โดยการประชุม ส.ส.ของพรรคเขาในแต่ละครั้ง มีแต่ ส.ส.ยกมือเห็นด้วยโดยไม่มีใครกล้าลุกขึ้นแสดงความเห็นแย้ง

ขุดรอยด่าง “วิชา–ภักดี” ดิสเครดิต

นายเรืองไกรกล่าวว่า นอกจากนี้ต้นทางของเรื่องต่างๆก็ไม่โปร่งใสไม่สามารถตอบคำถามสังคมได้ในหลายเรื่อง 1.เหตุใดกรรมการ ป.ป.ช.ปัจจุบัน 6 คน ถึงไม่ได้เข้ารับการโปรดเกล้าฯ 2.มีหลักฐานสำคัญที่ตรวจสอบแล้วพบว่า นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เคยโดนลงโทษจากคำสั่งกระทรวงยุติธรรมให้งดบำเหน็จความชอบติดตัว เป็นความผิดพลาดของคณะปฏิวัติรัฐประหาร ปี 49 ใช่หรือไม่ ที่บังอาจคัดเลือกคนที่มีตำหนิและด่างพร้อยให้เข้ามารับตำแหน่ง ป.ป.ช. และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นายวิชาไม่สามารถได้รับโปรดเกล้าฯใช่หรือไม่ ขณะที่นายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช.ก็ปรากฏหลักฐานชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าขาดคุณสมบัติในการเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เพราะไม่ลาออกจากองค์กรเภสัช ที่ค้าขายหากำไร แต่ก็ยังกล้าที่จะปฏิบัติหน้าที่อยู่

ปชป.ประชุมใหญ่ 2 ชม.ปิดวิก

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ พรรคประชาธิปัตย์จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 มีแกนนำพรรค อดีต ส.ส. ประธานสาขาพรรค สมาชิกพรรค เข้าร่วมการประชุมจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างราบเรียบ มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ทำหน้าที่ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ อาทิ พิจารณารายรับในรอบปี 56 เป็นจำนวนเงินกว่า 120 ล้านบาท มีรายจ่ายประมาณ 123 ล้านบาท ทำให้มีรายจ่ายมากกว่ารายรับอยู่ประมาณ 3 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การประชุมเสร็จสิ้นลงโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

แบะท่างัดมุกบอยคอตเลือกตั้ง

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมว่า กรณีข้อสงสัยที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะลงรับสมัครเลือกตั้งหรือไม่ ขณะนี้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายๆ และกลุ่ม กปปส.มีจุดยืนชัดเจนไม่ขอยอมรับกระบวนการการเลือกตั้ง เพราะพรรคเพื่อไทยจะเข้าไปสู่อำนาจเพื่อไปใช้อำนาจออกกฎหมายที่ขัดต่อหลักนิติรัฐได้อีก อีกทั้งจะเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม มีท่าทีไม่ยอมรับกระบวนการตรวจสอบจาก ป.ป.ช. มีความพยายามลดความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระ เพื่อประโยชน์ของตนเองและให้คนเสื้อแดงคุกคามอยู่ ดังนั้น ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์สำนึกผิด แสดงความจริงใจ หยุดการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และสั่งพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลว่า อย่าเพิ่งเร่งรัดจัดการเลือกตั้ง เพราะขณะนี้สถานการณ์ยังถือว่าไม่สงบ

จวกมติ 53 พรรคดราม่าตบตาคน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี 53 พรรคการเมืองเรียกร้องให้ กกต.จัดการเลือกตั้งโดยเร็วว่า การประชุมของ 53 พรรคการเมืองเป็นเพียงการเล่นละครตบตาประชาชนอย่างหนึ่งว่า การเลือกตั้งคือสิ่งสูงสุด ขอยืนยันว่าหากเร่งรีบจัดการเลือกตั้ง บรรยากาศการเลือกตั้งจะเหมือนเมื่อวันที่ 2 ก.พ. นำไปสู่วิกฤติความขัดแย้งที่จะทำให้คนบาดเจ็บล้มตาย ขอให้รัฐบาลต้องทำให้ทุกฝ่ายยอมรับในการเลือกตั้งก่อนเดินหน้า ขอยืนยันว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์บอยคอตการเลือกตั้ง แต่อยู่ที่รัฐบาลและ กกต.ที่ต้องทำให้ทุกฝ่ายยอมรับการเลือกตั้งก่อน

ปธ.กกต.รับปากเร่งจัด ลต.โดยเร็ว

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงกรณีมติ 53 พรรคการเมือง เรียกร้องให้ กกต.เร่งจัดการเลือกตั้งภายใน 45-60 วันว่า อาจจะสามารถทำได้ หากสถานการณ์บ้านเมืองเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย โดย กกต.จะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ เข้าหารือเพื่อกำหนดแนวทางต่อไปในช่วงต้นเดือน เม.ย. ภายหลังจากการเลือกตั้ง ส.ว.เสร็จสิ้น ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการจัดการเลือกตั้งอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อให้มีนายกรัฐมนตรีเข้ามาทำหน้าที่และให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป

เล็งเชิญ 73 พรรคถกวันเลือกตั้ง

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเข้าที่ประชุม กกต.ในวันที่ 1 เม.ย.ว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของ กกต.กำลังศึกษาข้อมูลอยู่ เพื่อตรวจดูรายละเอียดต่างๆในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีที่ 53 พรรคการเมือง ออกมาให้ กกต.จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ ภายใน 45-60 วัน ก็เป็นความเห็นของพรรค การเมือง แต่ กกต.คงจะเชิญทุกพรรคการเมืองทั้ง 73 พรรคที่ลงทะเบียนไว้กับ กกต. มาหารือและกำหนดวันเลือกตั้งให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตามต้องรอที่ประชุม กกต.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หลังจากศึกษาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ไร้อุปสรรคขัดขวางเลือกตั้ง ส.ว.

นายภุชงค์กล่าวถึงสถานการณ์การจัดการเลือกตั้ง ส.ว. ในวันที่ 30 มี.ค. ว่าได้รับรายงานมาจากทุกจังหวัดเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาการขัดขวางการเลือกตั้ง ส่วน กทม.มีกระแสข่าวว่า มีกลุ่มมวลชนออกมาแสดงสัญลักษณ์คัดค้านการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.ได้ประสานไปยัง 3 เหล่าทัพ กระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์ ทั้งนี้ ยืนยันถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง รวมทั้งการมอบรับ หีบบัตร อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่ประจำหน่ายเลือกตั้งครบทุกหน่วยเลือกตั้ง

โพลโหวต “อานันท์–บิ๊กตู่” นายกฯม.7

วันเดียวกัน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต รายงานผลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไร กรณีนายกฯคนกลาง” โดยสำรวจความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่าง 1,118 คน จากประชาชนทั่วประเทศ โดยเมื่อถามว่า ประชาชนคิดอย่างไรกับกระแสข่าวนายกฯคนกลาง พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 47.47 เห็นว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะแก้ขัดแย้งได้ผล อันดับ 2 ร้อยละ 22.90 เห็นว่านายกฯควรมาจากการเลือกตั้ง อันดับ 3 ร้อยละ 12.12 เห็นว่าอาจเป็นเพียงข่าวลือ การสร้างกระแสทางการเมือง เมื่อถามว่า สถานการณ์ปัจจุบันคิดว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะมีนายกฯคนกลาง อันดับ 1 ร้อยละ 36.23 ระบุว่า จำเป็น อันดับ 2 ร้อยละ 32.85 ระบุว่าไม่แน่ใจ และอันดับ 3 ร้อยละ 30.92 ระบุว่า ไม่จำเป็น เมื่อถามว่า ใครควรจะเป็นนายกฯคนกลาง พบว่าอันดับ 1 ร้อยละ 40.55 เลือก นายอานันท์ ปันยารชุน อันดับ 2 ร้อยละ 37.01 เลือกนายพลากร สุวรรณรัฐ อันดับ 3 ร้อยละ 35.43 เลือกนายอาสา สารสิน อันดับ 4 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 35.04%

30 มี.ค. 2557 00:56 1 เม.ย. 2557 16:44 ไทยรัฐ