วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ม็อบกปปส.ทะลัก เทือกลั่น 'ไม่ให้เปิดสภาฯ'


คปท.บุกทำเนียบล้างคุณไสย พุทธะฯนำการ์ดลุยไล่กวป. ยิงเอ็ม79ลงแยกเสาวนีย์

ม็อบ กปปส.เคลื่อนใหญ่มากันทะลักขบวนยาวเหยียดเป็นกิโลฯ “สุเทพ” ควงภรรยา เดินนำทัพประกาศเจตนารมณ์หน้า ร.5 ขจัดระบอบทักษิณ เข้าสภาแสดงจุดยืนต่อหน้ามวลชน ประกาศิตปิดสภาจนกว่าปฏิรูปสำเร็จ ด้าน คปท.อุ้มพระบุกทำเนียบรัฐบาล ขึ้นสักการะท้าวมหาพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า ยึดเป็นทำเนียบประชาชน ขณะที่มือมืดยิงเอ็ม 79 ลงถนนสวรรคโลก โชคดีไร้คนเจ็บ แค่รถเสียหาย 2 คัน ส่วน “พุทธอิสระ” นำกำลังลุยถอนเวทีกลุ่ม กวป. หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. หวิดปะทะ อ้างไปทวงเงินค่าขายข้าวที่กองสลากฯ ด้านรอง ผบ.ตร. เชื่อจับอาวุธสงครามคาเมืองนนท์ กลุ่มเดียวกับก่อเหตุช่วงชุมนุม

หลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เดินรณรงค์เชิญชวนคนกรุงเทพฯ ให้มาร่วมชุมนุมใหญ่กว่า 5 วัน ล่าสุดได้มีประชาชนออกมาร่วมชุมนุมใหญ่วันที่ 29 มี.ค.ตามที่นัดหมายบรรยากาศคึกคัก

กปปส.ทะลักร่วมเคลื่อนใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม กปปส. คึกคักตั้งช่วงเช้า 29 มี.ค. โดยมวลชนที่ปักหลักอยู่ในเวทีสวนลุมพินีลุกขึ้นมาเตรียมตัวออกเดินขบวนไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นัดหมายไว้ และมีมวลชนทยอยสมทบที่เวทีต่อเนื่อง จากนั้นมีขบวนดุริยางค์นำนายสุเทพพร้อมกับนางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ภริยาและแกนนำ กปปส.ทุกคน เดินทางถึงลานพิธีบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพื่อกราบสักการะเป็นสิริมงคล ก่อนเคลื่อนขบวน โดยมีการจัดริ้วขบวน 6 ขบวน ดังนี้ ขบวนแรกตั้งขบวน ข้างลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ขบวนที่ 2 ตั้งบริเวณประตู 3 ตรงข้ามตึกอื้อจือเหลียง ขบวนที่ 3 ตั้งบริเวณประตู 2 ถนนวิทยุ ขบวนที่ 4 ตั้งบริเวณประตู 1 ตรงข้าม สน.ลุมพินี ขบวนที่ 5 บริเวณประตู 8 ถนนสารสิน และขบวนสุดท้ายตั้งบริเวณประตู 7 ถนนสารสิน แต่ละขบวนชูป้ายปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ขณะที่นายสุเทพเดินอยู่ช่วงขบวนที่ 3 และ 4 ท่ามกลางวงล้อมการ์ดดูแลความปลอดภัยเข้มงวด ขณะที่ด้านหน้ามีรถหกล้อติดตั้งเครื่องเสียงที่มีแกนนำ อาทิ นายวิทยา แก้วภราดัย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อยู่บนรถสลับกันปราศรัย และในขบวนมีรถเสบียงคอยแจกน้ำและข้าวกล่องให้ผู้ชุมนุม รวมทั้งรถพยาบาลคอยให้บริการแจกยาดม

ขบวนยาวคนแห่สมทบตลอดทาง

กระทั่งเวลา 09.30 น. ขบวนเริ่มเคลื่อนตามเส้นทางถนนราชดำริอย่างล่าช้า เนื่องจากมีประชาชนเข้าร่วมขบวนจำนวนมากทำให้ขบวนยาวเป็นกิโลเมตร ขณะที่ตามเส้นทางมีประชาชนรอร่วมสมทบกับขบวน รวมทั้งออกมาเป่านกหวีดต้อนรับและบริจาคเงินให้นายสุเทพ จากนั้นขบวนเลี้ยวซ้ายแยกราชประสงค์มุ่งหน้าแยกปทุมวัน ก่อนเลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา ผ่านหน้าวัดเบญจม-บพิตรฯ ถึงลานพระบรมรูปทรงม้าเวลา 12.50 น.

ลั่นเจตนารมณ์ไล่ระบอบทักษิณ

ต่อมาเวลา 13.40 น. ทุกขบวนเคลื่อนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า จากนั้นนายสุเทพนำมวลชนสักการะรัชกาลที่ 5 เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย โดยถวายพวงมาลัย ดอกกุหลาบ เครื่องสักการะ และหลังเสร็จพิธีนายสุเทพประกาศเจตนารมณ์ว่า มวลมหาประชาชน ประสงค์จะประกาศเจตนารมณ์เบื้องหน้าพระพักตร์พระพุทธเจ้าหลวง พระปิยมหาราช พระผู้ทรงบุกเบิกการปฏิรูปประเทศไทย พวกเราขอประกาศเจตนารมณ์ว่า จะทุ่มเทร่างกาย จิตใจและทรัพยากรเพื่อขจัดเภทภัยแผ่นดินคือ ระบอบทักษิณให้หมดสิ้นจากแผ่นดินสยาม และจะร่วมกันปฏิรูปประเทศไทยเปลี่ยนแปลงประเทศให้มีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์แท้จริง ขอตั้งสัตย์ปฏิญาณว่า จะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเอาอำนาจอธิปไตยกลับคืนจากระบอบทักษิณ และลงมือปฏิรูปประเทศให้สำเร็จได้ด้วยมือคนไทยไม่ใช่มือนักการเมือง พรรคการเมือง โดยจะยึดถือคำประกาศเจตนารมณ์เป็นธงชัย ทำทุกอย่างด้วยสันติ สงบ อหิงสา ขอพระบารมีแห่งองค์พระพุทธเจ้าหลวงทรงปกปักรักษาประชาชนชาวไทยและขอพระบารมีโปรดประทานพรให้การต่อสู้ประสบความสำเร็จ ชัยชนะเป็นของประชาชน จากนั้นนายสุเทพและผู้ชุมนุมร่วมกันตะโกนไชโย 3 ครั้ง

เปิดสภาฯไม่ได้จนกว่าปฏิรูปเสร็จ

จากนั้นเมื่อดำเนินพิธีประกาศเจตนารมณ์ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเสร็จ นายสุเทพเดินนำผู้ชุมนุม ไปยังอาคารรัฐสภา เพื่อกราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ซึ่งนายสุเทพนำแกนนำ กปปส. วางพานพุ่ม และปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้ได้เข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 โดยขอตั้งปณิธานว่า จะต่อสู้ให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย อย่างแท้จริง และสภาแห่งนี้จะไม่สามารถเปิดได้จนกว่าพวกเราจะปฏิรูปประเทศสำเร็จ กระทั่งเวลา 14.30 น. ขบวน ได้เดินทางออกจากรัฐสภาเพื่อกลับไปยังสวนลุมพินี

กปปส. ใต้คึกคักขนาน กทม.

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. ในต่างจังหวัดเป็นไปอย่างคึกคัก โดยที่ จ.สงขลา กลุ่ม กปปส. รวมตัวหน้าสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ ก่อนเคลื่อนขบวนไปตามถนนสายต่างๆ ในตัวเมือง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขณะที่ จ.ภูเก็ต กลุ่ม กปปส. รวมตัวที่หน้าศาลากลางจังหวัด ก่อนเคลื่อนตามถนนสายภายในตัวเมืองพร้อมตะโกนขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ส่วนกลุ่ม กปปส. สุราษฎร์ธานี เดินขบวนไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลก่อนไปปักหลักชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัด นอกจากนี้ ที่ จ.ตรัง กลุ่ม กปปส. รวมตัวที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ก่อนเคลื่อนขบวนรอบตลาดสดเทศบาลนครตรัง ส่วน จ.พัทลุง กลุ่ม กปปส. เดินขบวนไปตามถนนในเขตเทศบาลเมือง เพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรี และเรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง รวมทั้ง จ.นครศรีธรรมราช กลุ่ม กปปส. เคลื่อนขบวนไปตามถนนราชดำเนิน มุ่งหน้าไปวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เข้าสู่ย่านการค้าและชุมชน เพื่อรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมขับไล่รัฐบาล

ภาคเหนือ–อีสานไร้เหตุป่วน

เช่นเดียวกับที่ จ.พิษณุโลก กปปส. นำโดยนางแน่งน้อย อัศวกิตติกร และนายทวี ทองถัน รวมตัวกันบริเวณสวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ ก่อนเคลื่อนขบวนไปหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อเชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมกันปฏิรูปประเทศและขับไล่นายกรัฐมนตรี ส่วนที่ จ.ตาก กปปส.เดินขบวนรอบเขตเทศบาลนครแม่สอด ตะโกนขับไล่นายกรัฐมนตรีให้ออกจากตำแหน่ง ก่อนเคลื่อนขบวนไปปักหลักหน้าโรงเรียนสรรพวิทยาคม สำหรับ จ.นครราชสีมา กลุ่ม กปปส. นำโดยทันตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมธาวี รวมตัวกันที่สวนภูมิรักษ์ อ.เมืองนครราชสีมา แล้วเคลื่อนขบวนไปสมทบกับมวลชนที่เวทีลานคนเมือง อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ก่อนเคลื่อนขบวนตามถนนสายต่างๆ และกลับไปปักหลักชุมนุมที่ลานคนเมืองอีกครั้ง โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆเกิดขึ้น

คปท.บุกทำเนียบฯไหว้พระพรหม

ด้านการชุมนุม คปท. ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล มีประชาชนทยอยเข้าชุมนุมทำให้บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้า โดยหลังเวทีปราศรัยมีการนำเสาธงสูงประมาณ 14 เมตร มาติดตั้งเพื่อแสดงสัญลักษณ์ตั้งธงต่อสู้จนกว่าจะปฏิรูปประเทศสำเร็จ กระทั่งเวลา 11.50 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. พร้อมนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด เลขาธิการคณะกรรมการการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) นำมวลชนเดินเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อสักการะท้าวมหาพรหม บนดาดฟ้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยแกนนำได้อัญเชิญพระพุทธชินราช 1 องค์ และพระชัยหลังช้าง 2 องค์ มาประดิษฐานด้วย เพื่อขจัดสิ่งชั่วร้ายที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทำคุณไสยไว้ และทำลายอำนาจรัฐบาล ก่อนเปลี่ยนธงชาติไทยบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อประกาศยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นของประชาชน ขณะที่ผู้ชุมนุมอยู่บนสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าร่วมกันร้องเพลงชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารดูแลไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไปภายใน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อย

ทั้งนี้ นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท.กล่าวว่า หลังจากนี้ คปท. จะเดินหน้าปฏิวัติโดยประชาชน ซึ่งทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้กลายเป็นทำเนียบประชาชนแล้ว และจะใช้พื้นที่จัดประชุมร่วมกันของประชาชน

“พุทธอิสระ” ตะลุยม็อบ กวป.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสายวันเดียวกัน หลวงปู่ พุทธอิสระ แกนนำ กปปส. เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นำมวลชนเคลื่อนขบวนด้วยรถบัส รถอีแต๊กและรถจักรยานยนต์ จากเวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เดินทางไปขับไล่กลุ่มสื่อวิทยุชุมชนเพื่อประชาชน (กวป.) ที่ชุมนุมด้านหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ ทำให้กลุ่ม กวป. ที่มีมวลชนน้อยกว่าแตกกระเจิงหนีไปคนละทิศละทาง ซึ่งผู้ชุมนุม กปปส. ช่วยกันรื้อเต็นท์และเก็บข้าวของของกลุ่ม กวป. ออกจากหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. ทั้งนี้มีการค้นพบประทัดยักษ์ หนังสติ๊ก และมีดปลายแหลมจำนวนหนึ่ง โดยซุกซ่อนอยู่ในลังกระดาษ จึงส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ในช่วงดังกล่าวเกิดเหตุชุลมุนขึ้นระหว่างผู้ชุมนุม กปปส. กับกลุ่มหน้ากากขาว ที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นกลุ่ม กวป.เข้ามาป่วน จนเกิดการชกต่อยกันขึ้นแต่ยุติลงได้ ขณะเดียวกันการ์ด กปปส. ได้ล็อกตัวผู้ร่วมชุมนุม กวป. 2 คน พร้อมมีดปลายแหลม ก่อนให้หลวงปู่พุทธอิสระสอบปากคำ ทราบชื่อนายประสิทธิ์ กงศรี อายุ 56 ปี และนายเอนทราย รวมพร อายุ 42 ปี จากนั้นได้ส่งตัวทั้ง 2 คนให้ พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี รับตัวไปดำเนินคดีข้อหาพกพาอาวุธมีด เปรียบเทียบปรับคนละ 100 บาท

ทั้งนี้ นายประสิทธิ์แจ้งความกลับให้ดำเนินคดีกับการ์ด กปปส. ข้อหาชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกาย โดยอ้างว่า ขณะที่ถูกการ์ด กปปส.ควบคุมตัวได้ถูกยึดเอากระเป๋าสตางค์ภายในมีเงินสด 6,300 บาท บัตรประชาชน พระเครื่อง 3 องค์ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จึงขอให้ตำรวจดำเนินคดี

บุกกองสลากฯทวงค่าขายข้าว

ด้านหลวงปู่พุทธอิสระปราศรัยว่า เดินทางมาเพื่อทวงเงินค่าข้าวที่ขายให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ไม่สามารถเข้ามารับเงินได้ เพราะมีสิ่งกีดขวางอยู่ จึงต้องเอาสิ่งกีดขวางออก ต่อมาหลวงปู่พุทธอิสระนำมวลชนเดินเข้าไปยังสำนักงานสลาก-กินแบ่งรัฐบาล แต่ไม่สามารถเข้าไปได้เพราะเป็นวันหยุดราชการ หลวงปู่พุทธอิสระจึงนำมวลชนเคลื่อนขบวนไปสมทบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และแจ้งว่า วันที่ 31 มี.ค. จะเดินทางมารับเงินค่าข้าว 1.3 ล้านบาทอีกครั้ง จากนั้นสั่งให้ผู้ชุมนุม กปปส. ใช้รถแทรกเตอร์ไถรื้อแนวบังเกอร์ของกลุ่ม กวป. ที่นำมาปิดกั้นถนนหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อเปิดทางให้รถของกลุ่ม กปปส. ผ่านไปได้สะดวก

จ่อบุกช่อง 3 จี้เสนอข่าวตรง

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. และนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. นำผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลกลับมายังเวที คปท. ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล โดยนายนิติธรกล่าวว่า คปท. ทำพิมพ์เขียวแผนการปฏิรูปประเทศเสร็จเรียบร้อย รวมทั้งนำเสนอข้อมูลแบ่งแยกดินแดน จาบจ้วงสถาบันของรัฐบาลให้กับทุกเหล่าทัพ ส่วนการปฏิรูปการเลือกตั้งมอบข้อมูลให้คณะกรรมการ (กกต.) แล้ว ทั้งนี้ พิมพ์เขียวอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ และไม่สามารถทำได้เพียงมือนักการเมือง แต่จะทำได้ด้วยประชาชน ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขสำเร็จ คปท. จึงประกาศเดินหน้าปฏิวัติโดยประชาชน โดยจะไปขอความร่วมมือข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ สื่อมวลชน สำหรับสื่อทุกแขนงขอให้เสนอข่าวตรงไปตรงมา และไม่เลือกข้างเชียร์รัฐบาล ถ้าจะเยี่ยมที่แรกคงไปช่อง 3 เมื่อจะไปต้องไปปักหลักพักค้าง 3-7 วัน โดยจะหารือกันและเคลื่อนไหวโดยเร็วที่สุด สำหรับพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลให้ตำรวจและทหารดูแลต่อไป เนื่องจากผู้ชุมนุมมาแล้วติดใจ อาจจะมาขอใช้ทุกวันวันละ 2-3 ชั่วโมง แต่หากมีนักการเมืองเข้ามา เราไม่หยุดแค่สนามหญ้าแต่จะเข้าไปข้างในแล้วขับไล่ทหาร ตำรวจออก

เอ็ม 79 ลงกลางถนนสวรรคโลก

เมื่อเวลา 13.20 น. พ.ต.ต.อำนาจ เชาเทอรี่ พงส.ผนก.สน.ดุสิต รับแจ้งเหตุระเบิดบนถนนสวรรคโลก จึงรายงานผู้บังคับบัญชาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) โดยตรวจสอบเหตุระเบิดบนถนนสวรรคโลก ก่อนถึงแยกเสาวนีย์ประมาณ 100 เมตร ซึ่งอยู่หลังกระทรวงการต่างประเทศ และจุดระเบิดตกลงระหว่างรถแท็กซี่โตโยต้า สีเหลือง บริษัทถาวรแท็กซี่ จำกัด ทะเบียน ทส 836 กรุงเทพมหานคร มีนายอำนวย เหล่าเรือง อายุ 63 ปี อยู่เลขที่ 87 หมู่ 10 ต.โนน-สวรรค์ อ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด เป็นผู้ขับขี่ และรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ สีขาว ทะเบียน ณฮ 838 กรุงเทพมหานคร มีนายประสาธน์ เหมภูมิ อายุ 55 ปี เป็นผู้ขับ แรงระเบิดทำให้ยางล้อหน้าซ้ายรถแท็กซี่และตัวถังถูกสะเก็ดระเบิดเสียหาย กระจกมองข้างซ้ายแตกหลุดออกมา ส่วนรถโตโยต้า คัมรี่ ถูกสะเก็ดระเบิดยางหน้าขวาแตกและตัวถังเสียหาย โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบเป็นระเบิดชนิดเอ็ม 79

ตร.สงสัยยิงจากแยกอุภัยฯ

นายประสาธน์ เหมภูมิ ผู้ขับรถโตโยต้า คัมรี่ สีขาว เปิดเผยว่า ตนรับลูกของเจ้านายจากบ้านมุ่งหน้าไปส่งที่สีลม แต่เห็นมีการเดินขบวนกันตนจึงเปลี่ยนเส้นทางไปส่งที่รถไฟฟ้าบีทีเอสพญาไท ระหว่างขับรถมาจนถึงถนนสวรรคโลก มีรถติดจำนวนมาก จึงชะลอจอดต่อท้ายรถคันข้างหน้า จากนั้นได้ยินเสียงดังบึ้มคล้ายยางระเบิด เมื่อหันไปมองรถแท็กซี่คันที่จอดข้างๆ ปรากฏว่ายางแบนฝาครอบกระจกมองข้างซ้ายหลุดและตัวถังรถด้านหน้าซ้ายโดนสะเก็ดระเบิด จึงลงมาดูพบว่ารถของตนยางด้านขวาแบน ฝาครอบกระจกมองข้างขวาหลุด ตัวถังเสียหาย จากนั้นไม่นานมีการ์ด กปปส. วิ่งมาบอกว่า เอ็ม 79 ลง จึงรีบให้ลูกเจ้านายนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างออกจากพื้นที่โดยเร็ว ส่วนนายอำนวย โชเฟอร์แท็กซี่ เปิดเผยว่า ตนรับผู้โดยสารจากสวนจตุจักรเพื่อไปส่งตลาดโบ๊เบ๊ จนถึงที่เกิดเหตุได้ยินเสียงคล้ายระเบิด เมื่อไปดูทราบว่ารถโดนสะเก็ดระเบิด ด้าน พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์กล่าวว่าเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า วิถียิงระเบิดเอ็ม 79 อาจยิงจากแยกอุภัยเจษฎทิศ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายเร็วที่สุด

คุม กวป.พกปืนส่งศาลผัดฟ้องฝากขัง

สำหรับกรณีที่นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ. นนทบุรี สนธิกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่การชุมนุมกลุ่ม กวป. หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. โดยยึดเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 พร้อมอาวุธปืนสงคราม กระสุนจำนวนมาก และควบคุมตัวผู้ร่วมชุมนุม 4 คน ประกอบด้วย นายชูชาติ ชูศิริ อายุ 33 ปี นายรัตนพงศ์ อินทะรังษี อายุ 35 ปี นายสมัย บุญนาน อายุ 60 ปี และ นายคมปกรณ์ เกาะแก้ว อายุ 46 ปีนั้น ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 มี.ค. พนักงานสอบสวนนำตัวนายชูชาติ นายรัตนพงศ์ นายสมัย ส่งศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อผัดฟ้องฝากขัง ซึ่งศาลนำตัวส่งเข้าเรือนจำ จ.นนทบุรี ส่วนนายคมปกรณ์ที่มีหมายจับของศาล จ.ราชบุรี ในคดีลักทรัพย์ ได้นำตัวส่งดำเนินคดีท้องที่เกิดเหตุ

รอง ผบ.ตร.เชื่อกลุ่มเดียวป่วน

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์ทราบอาวุธปืน เครื่องยิงระเบิดชนิดเอ็ม 79 และระเบิดชนิด RGD-5 ที่จับกุมได้ที่การชุมนุม กวป. หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อเปรียบเทียบว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องก่อเหตุช่วงชุมนุมที่ผ่านมาหรือไม่ โดยจะทดสอบยิงเครื่องยิงระเบิดชนิดเอ็ม 79 เปรียบเทียบเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น และรอผลตรวจพิสูจน์จากสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนผลตรวจระเบิดชนิด RGD-5 เป็นชนิดเดียวกันกับที่จับกุมได้ที่ สน.บางนา และระเบิดที่ผูกไว้หน้าบ้านพักประธานกปปส.นนทบุรี จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเกี่ยวพันกัน ส่วนผู้กระทำผิดขณะนี้มีผู้ต้องหา 1 คนคือนายชูชาติ ชูศิริ รับสารภาพเป็นเจ้าของปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ จึงแจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้และมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ขณะที่อาวุธปืน AK9 เครื่องยิงระเบิดและระเบิดไม่มีใครยอมรับ แต่การสืบสวนเชื่อว่า อาวุธปืนสงครามที่ค้นได้เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุช่วงชุมนุมและน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่ยังไม่ได้พยานหลักฐานเชื่อมโยงผู้ก่อเหตุ เพราะต้องประสานกล้องจากภาพวงจรปิดเพื่อยืนยันผู้ก่อเหตุ

ตรวจดีเอ็นเอโยงมือระเบิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนชุดสืบสวนนำระเบิดชนิดเอ็ม 79 และระเบิด RGD-5 ที่ตรวจค้นได้จากพื้นที่ จ.นนทบุรี นำมาตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือแฝงของกลุ่มคนร้ายกับพยานหลักฐานที่ได้ทำการตรวจพิสูจน์ในช่วงเหตุระเบิดที่ผ่านมาเพื่อยืนยันกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุ เนื่องจากผู้ที่ถูกจับกุมได้ทั้งสามคนให้การปฏิเสธเรื่องอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด ถ้าผลการตรวจพิสูจน์ด้านนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันจะได้ดำเนินคดีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง

สอบพบเอี่ยวเหตุไทยพีบีเอส

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบยืนยันอาวุธปืน ชนิดต่างๆที่จับกุมได้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ว่าจะมี การก่อเหตุรุนแรงช่วงการชุมนุมหรือไม่ โดยเท่าที่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นลูกระเบิดชนิดเอ็ม 79 ที่จับกุมได้มีเลขรหัสชนิดเดียวกับปลอกกระสุนปืนชนิดเอ็ม 79 ที่ก่อเหตุยิงสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นพยานหลักฐานชิ้นเดียวที่ได้จากที่เกิดเหตุ ขณะนี้รอผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันของผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง ทั้งนี้การตรวจค้นจับกุมอาวุธปืนเชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุช่วงชุมนุม แต่ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันต้องใช้อย่างอื่นมาเป็นส่วน ประกอบการวิเคราะห์เพื่อเชื่อมโยงพยานหลักฐาน

“อดุลย์” สั่งหาข่าวแก๊งขนอาวุธ

วันเดียวกัน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการตั้งด่านจุดตรวจความมั่นคง สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและอาวุธได้จำนวนมาก ทำให้สถานการณ์น่าเป็นห่วงบุคคลที่ใช้อาวุธก่อเหตุสร้างสถานการณ์ สอดรับการข่าวเหตุแทรกซ้อนการชุมนุมยั่วยุให้เกิดเหตุรุนแรงกับผู้ชุมนุม สถานที่ราชการ และบุคคลที่เกี่ยวข้องความขัดแย้งทางการเมือง จึงสั่งให้พื้นที่ สันติบาล และ ตชด. หาข่าวการเคลื่อนไหวกลุ่มบุคคลและการลักลอบลำเลียงอาวุธเข้าในพื้นที่ กทม. เพื่อสกัดกั้นเหตุรุนแรง เพราะอาจเป็นเหตุรุนแรงและแทรกซ้อนจากผู้ไม่หวังดี รวมทั้งอาจเกิดการเผชิญหน้าของมวลชนที่เห็นต่างได้ จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่ชุมนุม เฝ้าระวังเหตุแทรกซ้อน อย่างไรก็ตามมีคำสั่งให้เข้มงวดตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัยในพื้นที่ชุมนุม กปปส. เวทีสวนลุมพินีและเวทีแจ้งวัฒนะ เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อนและให้ บช.น. จัดชุดตามจุดสูงข่มและพื้นที่จุดเสี่ยงที่อาจเป็นเป้าหมาย

ผบ.ทบ.สั่งทหารตรวจเข้ม

วันเดียวกัน พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ของ กปปส.ว่า ขณะนี้ทางทหารยังไม่ได้มีการปรับกำลังพลทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย โดยยังตั้งชุดปฏิบัติการมวลชนและด่านตรวจเพื่อความมั่นคง 176 จุดตามเดิม และเน้นประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กำชับให้กำลังพลตื่นตัวการตรวจตรา ระมัด ระวังสิ่งที่ผิดปกติและวัตถุต้องสงสัยให้มากขึ้น เพื่อป้องกันมือที่สามเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความ รุนแรง ส่วนการดูแลพื้นที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนสนามบินน้ำนั้น ภายในสำนักงาน ป.ป.ช.มีทหารดูแลสถานที่อยู่แล้วและยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้ช่วงเช้าวันที่ 29 มี.ค. พุทธอิสระ แกนนำ กปปส. เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ จะนำมวลชนไปขอคืนพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม กวป. แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น

ปัดลูกน้องถูกน้ำผสมสารเคมี

พล.ต.วราห์กล่าวต่อว่า กรณีที่มีกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียว่า ทหารที่ทำหน้าที่บริเวณสำนักงาน ป.ป.ช. ถูกลอบทำร้ายและให้ดื่มน้ำผสมสารเคมีนั้น ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีทหารที่ดื่มน้ำผสมสารเคมีและไม่มีทหารที่ได้รับบาดเจ็บแน่นอน จึงขอให้สื่อมวลชนและทุกคนช่วยกันตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ ส่วนการนำรูปทหารนอนเปลสนามแล้วอ้างว่าดื่มน้ำผสมสารเคมีก็เป็นรูปจากเหตุการณ์อื่นก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ประชาชนแตกตื่นและเกิดความสงสัยกันมาก

“ปู” ผวาม็อบเผ่นไปเชียงใหม่

สำหรับความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นั้น มีรายงานข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้เวลาวันหยุดพักผ่อนกับครอบครัวที่บ้าน จ.เชียงใหม่ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 28 มี.ค. และจะเดินทางกลับมาเลือกตั้ง ส.ว. ช่วงบ่ายวันที่ 30 มี.ค. ที่โรงเรียน คลองลำเจียก ถนนเกษตรนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ซึ่งคนใกล้ชิดเปิดเผยว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องตัดสินไป จ.เชียงใหม่ กลางดึก เนื่องจากไม่ไว้ใจสถานการณ์การเมือง ส่วนการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบบ้านพัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ภายในซอยโยธินพัฒนา 3 ยังมีการตั้งจุดตรวจความมั่นคงบริเวณทางเข้าและกลางซอย ขณะที่ช่วงเช้ามีรถยนต์ส่วนบุคคล สีบรอนซ์ทอง 1 คัน ได้ขับผ่านเปิดกระจกรถพร้อมชูธงชาติและเป่านกหวีดเสียงดัง แต่ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง

แดงเหนือถกเตรียมชุมนุมใหญ่

เมื่อเวลา 14.15 น. ที่โรงแรมลาพาโลมา จ.พิษณุโลก นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ร่วมประชุมกับแกนนำ นปช. 17 จังหวัดภาคเหนือ อาทิ นายประแสง มงคลศิริ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ และนายบุญเลิศ เรืองทิม หรือ “เลิศ ไม้เก่า” แกนนำ กลุ่ม “นักรบพระองค์ดำ” เพื่อเตรียมความพร้อมเคลื่อนไหวใหญ่วันที่ 5 เม.ย. ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของการ์ดอย่างเข้มงวด และไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าใกล้ชิดรวมทั้งไม่ให้เข้าไปฟังการประชุม

พท.เตือน 7 วันอันตราย

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศจะทำทุกอย่างให้เกมจบเร็วที่สุด เพื่อให้องค์กรต่างๆยอมรับว่า ประชาชนต้องการให้มีการปฏิรูปว่า วันที่ 29 มี.ค.เป็นวันแรกการประกาศเผด็จศึกรัฐบาลรอบล่าสุด แม้คนเหลือน้อย แต่การเตรียมใช้ความรุนแรงก็อาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือและไม่รู้ว่าต้องสังเวยอีกกี่ศพเพื่อให้เกมนายสุเทพจบเร็วตามเป้า ส่วนท่าที คปท.สายฮาร์ดคอร์ของ กปปส. ที่คัดค้านเลือกตั้ง ส.ว. วันที่ 30 มี.ค.นั้น สังคมไม่อาจวางใจว่ากำลังวางแผนก่อจลาจลช่วง 7 วันอันตราย ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. ถึงวันที่ 4 เม.ย. มีการเตรียมวางแผนบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ กปปส. ทำเวทีขนาดใหญ่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าและอาจไม่กลับสวนลุมพินี ซึ่งอาจสร้างสถานการณ์ก่อเหตุปะทะวันเลือกตั้ง ส.ว.เพื่อเรียกทหารออกมาปฏิวัติรัฐประหารหรือไม่ หรือเพื่อส่งลูกต่อให้ ป.ป.ช.ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวว่าให้มั่นใจและกล้าตัดสินแบบค้านสายตาประชาชน

ร้อง ป.เอาผิดตุลาการฯ—กกต.

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่กองบังคับการกองปราบปราม กลุ่มศูนย์ประสานงานเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ พร้อมผู้ชุมนุม เดินถือไฟฉาย มายังกองปราบปราม เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และขอแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต. ซึ่งนายชัยนรินทร์กล่าวว่า วันนี้เป็นตัวแทนนำประชาชนที่เสียหายจากการเลือกตั้ง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 6 คนและคณะกรรมการ กกต. ตามที่ก่อนหน้านี้เคยแจ้งความร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดและประพฤติ มิชอบในวงราชการ (บก.ป.ป.ป.) ไว้ 4 ประเด็นวันนี้จึงมาแจ้งความเพิ่มเติมและยื่นเอกสารที่กองปราบปราม ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า เข้าหลักเกณฑ์เรื่องกฎหมาย ป.ป.ช.ซึ่งหลัง รับเรื่องร้องทุกข์ไว้จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ภายใน 30 วัน

บวชเณร 35 รูป อุทิศให้คนตาย

เมื่อเวลา 18.30 น. ที่เวทีปราศรัยกลุ่ม กปปส. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ หลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำ กปปส. เป็นเจ้าภาพจัดพิธีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน จำนวน 35 รูป เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากการต่อสู้ของมวลชน กลุ่ม กปปส. โดยมีพิธีทำขวัญนาคและหลวงปู่พุทธอิสระได้เทศน์สอนนาค มีประชาชนมาร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก โดยวันที่ 30 มี.ค. เวลา 07.00 น. จะแห่ทำพิธีนาคทั้ง 35 รูป จากเวทีชุมนุมไปทำพิธีบรรพชาสามเณรที่ห้องประชุมภายในอาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

พบบึ้มซุกป่ากระถินหน้า ป.ป.ช.

ค่ำวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน พร้อมทหาร ร.19 พัน 1 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดนนทบุรี สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในป่ากระถิน ปากซอยนนทบุรี 46 ถนนนนทบุรี 1 ตรงข้ามสำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำและถนน นนทบุรี 1 ทั้งสองฝั่งเพื่อหาวัตถุต้องสงสัย ภายหลังผู้ชุมนุมกลุ่ม กวป. ยุติการชุมนุม เนื่องจากถูกหลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำ กปปส. เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นำมวลชนบุกขับไล่รื้อเต็นท์และเวทีปราศรัยเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่พบระเบิดชนิด RGD 5 จำนวน 1 ลูก ห่อด้วยผ้าพันคอสีดำ จึงประสานให้เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้า ทำการเก็บกู้ สำหรับบรรยากาศด้านหน้าสำนักงาน ป.ป.ช.หลังจากที่กลุ่ม กวป.ยุติการชุมนุมไปแล้ว มีคนของกลุ่ม กวป.นำรถบรรทุกมาเก็บเต็นท์และเวทีกลับไป จนสามารถเปิดเส้นทางการจราจรได้

กปปส.ซิดนีย์โชว์พลังปฏิรูปก่อน ลต.

เมื่อเวลา 14.00 น. นายประสิทธิ์ นิเวศน์ทอง ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศออสเตรเลีย รายงานว่า ที่ย่านไทยทาวน์ ถนน Campbell, St. มีกลุ่มคนไทยในนาม กปปส.ซิดนีย์ รวมตัวกันหลายร้อยคน เพื่อแสดงพลังต่อต้านและขับไล่รัฐบาลรักษาการภายใต้การนำของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย โดยจัดตั้งขบวนที่ย่านไทยทาวน์ซึ่งเป็นศูนย์รวมของคนไทยในซิดนีย์ มีการชูป้ายประท้วง และผู้ชุมนุมบางส่วนยังนำภาพของบุคคลในรัฐบาลติดลงกระดาษมาให้ผู้ชุมนุมได้เหยียบย่ำ ก่อนจะพากันเคลื่อนขบวนไปรอบเมืองตะโกนขับไล่รัฐบาลและเรียกร้องการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง สอดคล้องกับนโยบายของ กปปส. ที่ประเทศไทย ระหว่างเคลื่อนขบวนไปบนถนนนั้น มีชาวออสเตรเลียบางส่วนและร้านค้าริมทางต่างๆ ที่ทราบข่าวต่างก็ให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุมก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันกลับรอนัดรวมพลกันอีกครั้ง

“เทือก” โวคนนับล้านร่วมม็อบ

ต่อมาเวลา 21.25 น. ที่เวทีปราศรัย กปปส. สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า วันนี้ (29 มี.ค.) เป็นประวัติศาสตร์ที่ได้จารึกถึงความรักสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้รักชาติแผ่นดินที่ได้เสียสละออกมาแสดงพลังร่วมกันด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่คือ รักประเทศไทย รักชาติ รักแผ่นดิน และรักระบอบประชาธิปไตย เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ในการต่อสู้ของประชาชนจะต้องมีการกล่าวขวัญไปอีกนาน ประวัติศาสตร์นี้พี่น้องร่วมกันเขียนขึ้นมา เชื่อว่าเหตุการณ์วันนี้พวกเราจะได้เอาไปพูดคุยกับญาติมิตร ลูกหลานว่า ให้รับรู้สิ่งที่เราทำมาเป็นการต่อสู้ยิ่งใหญ่และสมควรแก่การยกย่อง เพราะเป็นการต่อสู้ของมวลมหาประชาชนนับล้านคน ที่ต่อสู้สันติ สงบ อหิงสา ไม่มีที่ไหนในโลกที่คนนับล้านคนมาต่อสู้แล้วไม่ได้สร้างความเสียหายให้ใครหรือกับสังคม

ลั่นปิดเกม เม.ย.จ่อระดมพลอีก

นายสุเทพกล่าวต่อว่า วันนี้ตนเป็นตัวแทนประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนและเด็ดขาดว่าไม่ยอมให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้อีกเป็นอันขาด นอกจากจะปฏิรูปประเทศให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งต้องการสื่อไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง เพื่อบอกให้รู้ว่าเราไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งจนกว่าจะปฏิรูปการเลือกตั้งเสร็จ หากฝ่ายผู้มีอำนาจสงสัยว่าทำได้หรือไม่นั้น ขอให้ทราบว่า ถ้าดื้อดึงให้มีการเลือกตั้งอีก แม้แต่ในกรุงเทพฯก็ดำเนินการเลือกตั้งไม่ได้ รวมทั้งจังหวัดต่างๆหลายสิบจังหวัดจะไม่ยอมให้จัดการเลือกตั้งได้ การแสดงพลังจำนวนมากวันนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์นอก จากไม่มีความชอบธรรมทางกฎหมายแล้วยังไม่มีความชอบธรรมทางการเมือง เนื่องจากประชาชนไม่ยอมรับ ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื้อเก้าอี้ไว้ทั้งที่อยู่ไปก็ทำอะไรไม่ได้ และเป็นรัฐบาลล้มเหลวแล้ว เรื่องนี้จะยุติได้ เมื่อข้าราชการโดยเฉพาะตำรวจ ทหารออกมาประกาศตัว แสดงจุดยืนให้ชัดเจน ความเป็นรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์จบทันที ซึ่งจะต้องจบและปิดเกมเอา น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไปให้ได้ภายใน เม.ย.นี้ โดยต้องนัดระดมพลครั้งใหญ่อีก 1-2 หน และขอให้เตรียมตัวไว้

30 มี.ค. 2557 00:53 1 เม.ย. 2557 16:33 ไทยรัฐ