วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตรวจหาดชุมพรเจอคาตา 'นกนางนวล'เลอะคราบน้ำมัน

ตรวจหาดชุมพรเจอคาตา 'นกนางนวล'เลอะคราบน้ำมัน

  • Share:

"ดีเอสไอ" ร่วมตรวจสอบคราบน้ำมันชายหาดชุมพร เจอคาตา "นกนางนวล" เลอะน้ำมัน นอนดิ้นบนหาด "คนละแม" เริ่มหมดความอดทน ต่อว่า จนท.ลงพื้นที่ตรวจกันจัง แต่ไม่เคยให้ข้อเท็จจริง แถมโยนภาระให้ชาวบ้าน..

จากกรณีที่มีก้อนน้ำมันสีดำจำนวนมาก ถูกคลื่นซัดขึ้นมายังบริเวณชายหาดพื้นที่ อ.ละแม อ.หลังสวน อ.ทุ่งตะโก และ อ.ละแม จ.ชุมพร ทั้งยังพบในบางพื้นที่ของ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.นครศรีธรรมราช ด้วยนั้น

สถานการณ์ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 57 น.ส.กาญจนา ลังกาพินธุ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน เจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ภาค 8 (ดีเอสไอ) ร่วมกับ ผศ.ชลดรงค์ ทองสง รอง ผอ.ฝ่ายวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตชุมพร เจ้าหน้าที่ประมง ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน ออกสำรวจตามริมชายหาด บริเวณพื้นที่หมู่ 11 ต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน และหมู่ 1 ต.ละแม อ.ละแม เป็นแนวยาวตามชายหาด กว่า 30 กม.


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันดังกล่าว โดยยังพบมีทะเลคราบน้ำมันที่จับตัวกันเป็นก้อนเล็กๆ ลอยกระจายอยู่ตามผิวน้ำในทะเล และถูกคลื่นซัดเข้าหาฝั่งอย่างต่อเนื่อง แต่มีจำนวนลดน้อยลงกว่าช่วง 3 วันที่ผ่านมา และยังพบว่าตามชายหาดได้มีก้อนน้ำมัน ถูกแสงแดดที่ร้อนจัดเผาจนละลายซึมลง สู่ใต้ดินจนเหลือคราบสีดำติดอยู่บนผิวทรายมองเห็นอย่างชัดเจนเป็นแนวยาว เกือบตลอดชายฝั่ง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจสอบและเก็บคราบน้ำมันบริเวณชายหาดอยู่นั้น ก็เห็นนกนางนวลแกลบขาวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมัน ถูกคลื่นซัดมานอนดิ้น กระพือปีก มีอาการผิดปกติอยู่บนชายหาด 1 ตัว จึงจับมาตรวจดู พบว่าที่บริเวณคอ ลำตัว ปีก และตีน มีคราบน้ำมันสีดำติดเปรอะเปื้อนเป็นคราบ ทางคณะอาจารย์ ม.แม่โจ้ จึงรีบนำนกไปทำความสะอาดและรักษาอาการในทันที เพื่อตรวจวิเคราะห์ว่าได้รับสารปนเปื้อนอันตรายหรือไม่

ผศ.ชลดรงค์ กล่าวว่า บริเวณชายหาดละแมที่พบคราบน้ำมันจำนวนมากนั้น ถือเป็นแหล่งธรรมชาติทางทะเลที่สมบูรณ์ ที่ชาวประมงพื้นบ้านใช้ทำมาหากิน อีกทั้งยังเป็นแหล่งวางไข่ของนกหัวโตมลายู ซึ่งในประเทศไทยมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น และยังเป็นแหล่งหากินของนกนางนวลแกลบเทาขาว นกประจำถิ่นและนกชนิดอื่นๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจากการที่เจอนกนางนวลแกลบขาวเปื้อนคราบน้ำมันนั้น ได้สร้างความกังวลใจให้กับผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านเป็นอย่างมาก จึงขอวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันดำเนินการขจัดคราบน้ำมันโดยเร็ว เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่


ทางด้าน น.ส.กาญจนา กล่าวว่า ร่วมกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ภาค 8 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อเก็บตัวอย่างหลักฐานคราบสีดำ ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นคราบน้ำมันดิบ พร้อมทั้งหาพิกัดของผลกระทบในพื้นที่ เพื่อนำไปตรวจสอบ ยังไม่สามารถจะตอบได้ในขณะนี้ ว่าเป็นน้ำมันชนิดใด หรือมาจากแหล่งขุดเจาะน้ำมันหรือไม่ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง คาดว่าคงจะไม่เกิน 1 เดือน น่าจะได้ผลตรวจสอบที่ชัดเจน ส่วนการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้แนะนำให้ท้องถิ่น และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องใน จ.ชุมพร ควรร่วมมือกันเก็บคราบน้ำมันและวิธีการกำจัดที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ การฝังกลบ เนื่องจากทำได้ง่ายและใช้งบประมาณน้อยที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจสอบของคณะดังกล่าว ได้มีผู้นำชุมชนและชาวบ้านแสดงความไม่พอใจส่งเสียงต่อว่าเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ที่ได้ทยอยกันลงมาตรวจสอบหลายชุดแล้ว แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แถมยังโยนภาระจากผลกระทบที่กลุ่มผู้ประกอบการมักง่ายได้กระทำไว้ให้กับชุมชน และชาวบ้านต้องมารับผิดชอบ ในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เคยให้ข้อเท็จจริงกับชาวบ้านเลย หลังตรวจสอบเรื่องก็เงียบหายไปทุกครั้ง และปัญหาคราบน้ำมันก็เกิดขึ้นซ้ำซากมาโดยตลอด.

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้