วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดแล้วคนคึกคัก! สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 42 !

เปิดแล้วคนคึกคัก! สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 42 !

  • Share:

เปิดแล้วสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 42 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 12 โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึงวันจันทร์ที่ 7 เมษายน .. 57 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 . ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เมื่อวานนี้ (28 มี.ค.57) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 42 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 12 พร้อมกันนี้ได้พระราชทานวโรกาสให้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานกรรมการจัดงาน, นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนายจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เฝ้าฯรับเสด็จ

 

 

 

ในการนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวดหนังสือดีเด่นประจำปี พ..2557 จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการ ร้านจำหน่ายหนังสือ และสื่อการศึกษาภายในงาน ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ สัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 42 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 12 (Bangkok International Book Fair 2014)” จัดขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม-วันจันทร์ที่ 7 เมษายน .. 2557 (11 วัน) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิดโลกคือนิยาย (The World Is a Novel)” โดยในปีนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เพราะนอกจากจะมีสำนักพิมพ์ไทยตอบรับเข้าร่วมงานกว่า 432 สำนักพิมพ์ รวมทั้งสิ้น 921 บูธแล้วนั้น ยังได้รับเกียรติจากสำนักพิมพ์จากต่างประเทศ อาทิ เกาหลี ฝรั่งเศส เยอรมนี อิหร่าน ไต้หวัน สิงคโปร์ มาร่วมงานถึง 37 สำนักพิมพ์ เป็นจำนวนรวม 40 บูธ

นายจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 42 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 12 ถือว่าเป็นงานแสดงหนังสือที่ได้รับความสนใจและรอคอยจากบรรดาคนรักการอ่านมาตลอด โดยในปีนี้แม้ว่าสภาวะบ้านเมืองอาจจะอึมครึมจากปัญหานานาประการ แต่ทางสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯตัดสินใจเดินหน้าจัดงานเพราะในฐานะองค์กรที่มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมการอ่านนั้น ได้เล็งเห็นว่าหนังสือและการอ่านถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสงบให้ประเทศได้

เพราะถ้าคนในชาติอ่านมากขึ้น ก็จะมีวิจารณญาณในการพิจารณาปัญหาและประเด็นต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยรับรู้และเข้าใจปัจจัยของปัญหาจากการอ่าน เหตุการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลลบต่อสังคมก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เราจำเป็นต้องอ่านหนังสือให้มากขึ้นกว่านี้ เพื่อช่วยให้ประเทศสามารถก้าวผ่านปัญหาต่างๆ ไปได้นอกจากนี้การจัดงานในระดับนานาชาติเช่นนี้ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับต่างประเทศได้ด้วย ถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ โดยนอกจากการเข้าร่วมของสำนักพิมพ์ประเทศต่างๆแล้ว เรายังได้รับเกียรติจากนักเขียนชื่อดังชาวญี่ปุ่นคาซึชิเงะ อาเบะ (Kazushige Abe)’ มาร่วมเสวนาอีกด้วย

 

 

นายจรัญ ยังกล่าวอีกว่า ปีนี้ได้จัดงานภายใต้แนวคิดโลกคือนิยาย (The World Is a Novel)” ซึ่งเชื่อมโยงกับไฮไลต์ของงานคือนิทรรศการโลกคือนิยายและนิทรรศการข้าพ เจ้าได้เห็นมา โลกนิยายของศรีบูรพาเพื่อสื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างโลกและนิยาย ซึ่งเปรียบเสมือนกระจกเงาที่ส่องสะท้อนภาพระหว่างกัน นิทรรศการโลกคือนิยาย เกิดขึ้นเพราะต้องการสื่อว่านิยายมีอิทธิพลต่อโลก ส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในโลกใบนี้เกิดขึ้นเพราะนิยาย ในขณะที่เนื้อเรื่องของนิยายก็สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ด้วย

"อาทิ เรื่องราวบางด้านของโลกเผด็จการนั้น แม้ว่าจะไม่สามารถสะท้อนจากความเป็นจริงได้ แต่ก็ไม่สามารถปิดบังการสะท้อนผ่านนวนิยายได้เช่นกัน ดังเช่นเรื่องราวการปฎิวัติวัฒนธรรมในจีน ที่ผู้คนส่วนหนึ่ง ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ผ่านนิยาย เช่นนิยายเรื่องหงส์ป่า (Wild Swan)’ ผลงานของจุง ชาง (Jung  Chang) หรือนิยายเรื่องเอกของโลกอย่างเหยื่ออธรรม (Les Misérables)’ ผลงานของวิคตอร์ อูโก (Victor Hugo) นักเขียนชาวฝรั่งเศส ก็เป็นแรงบันดาลใจและพลังขับเคลื่อนของนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขา สันติภาพอย่างออง ซาน ซูจี"

ส่วนนิทรรศการข้าพเจ้าได้เห็นมา โลกนิยายของศรีบูรพานั้น เป็นอีกนิทรรศการที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เพราะศรีบูรพาเป็นนักเขียนชาวไทย ที่ได้รับการกล่าวขานและชื่นชมในระดับโลก เพราะองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ยกย่องให้ศรีบูรพาเป็นบุคคลดีเด่นของโลก ในฐานะผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศไทยและสร้างสันติภาพของโลกประจำปี พ.. 2547-2548 ทว่ากลับต้องไปเสียชีวิตในแผ่นดินที่ไม่ใช่มาตุภูมิของตนเอง เพราะร่างถูกฝังที่สุสานวีรชนคนสำคัญของประเทศจีน การจัดนิทรรศการในครั้งนี้จึงมีจุดประสงค์คือเพื่อเชิดชูและแสดงความเป็นอัจฉริยะทางด้านงานเขียนให้คนรุ่นปัจจุบันได้รับรู้ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดในความรักในสวนอักษร และการต่อสู้เพื่อประชาชนในยามที่ประเทศชาติไร้ความยุติธรรม อย่างองอาจและสง่างาม ซึ่งต้องขอบคุณทางกรุงเทพมหานครอย่างยิ่งที่ช่วยสนับสนุนการจัดนิทรรศการดีๆ เช่นนี้ขึ้นมา

 


นิทรรศการดังกล่าวจะไม่มีการมาบอกเล่าถึงประวัตินิยายไทย แต่ถ้าต้องการรู้ว่านิยายมีอิทธิพลต่อโลกอย่างไร นิยายสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร นิยายเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ได้หรือไม่อย่างไรนั้นนิทรรศการโลกคือนิยาย จะทำให้ลืมนิทรรศการเกี่ยวกับนิยายที่ทุกท่านเคยชมมาอย่างสิ้นเชิง นายจรัญยังเผยอีกด้วยว่า นอกจากนิทรรศการดังกล่าวแล้ว ยังมีกิจกรรมในงานที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทินิทรรศการยิ่งเล่น ยิ่งรู้ เปิดประตูสู่สุวรรณภูมิโดย มิวเซียมสยาม, “นิทรรศการอ่านประเทศเพื่อนบ้าน อ่านวรรณกรรมโดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย, โซนอ่านสนุกอย่าง “Book Wonderland” ดินแดนที่จะทำให้คุณตื่นเต้นไปกับจินตนาการแห่งโลกหนังสือ พร้อมของรางวัลมากมาย

 

ที่แจกไม่อั้นในทุกวัน รวมถึงถนนโดนใจซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก และการเปิดตัว 2 กิจกรรมเพื่อมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้วงการหนังสือไทยในระดับชาติและระดับสากลคือwww.thaibooksociety.comครั้งแรกที่ทุกองค์ประกอบของวงการหนังสือจะมารวมตัวกันในเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นเพื่อทุกภาคส่วนของคนทำหนังสือ และโครงการ อ่าน ล้านตื่นชวนสร้างปัญญาด้วยการร่วมมอบหนังสือคุณภาพ สนับสนุนให้มีห้องสมุดเด็กและครอบครัวในชุมชน


“งานสัปดาห์หนังสือฯในครั้งนี้ มีความเปลี่ยนแปลงเพื่อความสุขที่เพิ่มขึ้นของหนอนหนังสือ คือมีการแบ่งโซนเป็นถนนสายหนังสืออย่างชัดเจนในชื่อถนนโดนใจซึ่งเป็นครั้งแรกที่นักอ่านในแต่ละแนว อาทิ วรรณกรรมอินดี้, หนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน, หนังสือเก่าหายาก จะได้พบกับหนังสือเล่มโปรดในถนนเส้นเดียว โดยจะมีการตกแต่งและแสดงสัญลักษณ์ของแต่ละโซนอย่างเด่นชัด เพื่อความสนุกและความสุขของนักอ่านทุกท่าน"

 

ที่สำคัญเรายังคงทำกิจกรรม PUBAT Charity ปันกันอ่าน แบ่งกันให้ อย่างต่อเนื่อง เพราะการให้โอกาสทางการอ่านแก่ผู้ที่ขาดโอกาสเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยโครงการทอฝัน ปันหนังสือให้น้อง ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 30 แล้ว โดยจะมอบบัตรกำนัลให้แก่เด็กด้อยโอกาสจากองค์กรต่างๆ 400 คน มูลค่าคนละ 400 บาท เพื่อนำไปเลือกซื้อหนังสือที่สนใจภายในงานด้วย หวังว่านักอ่านจะมาสร้างความสุข ความสนุก และความรู้ร่วมกันในงานนี้ เพื่อที่วันหนึ่งสิ่งที่เราได้อ่านอาจจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้สังคมไทยสามารถข้ามผ่านความขัดแย้งไปได้ นายจรัญกล่าว

 

 

 

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้