วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ทรงธรรม...สำนึกร่มโพธิกษัตริย์ ฉลอง 200 ปี...ด้วยพุทธห้ามสมุทร

โดย ก้อง กังฟู

พระสิทธิพัฒนาทร "เจ้าคุณหมู".

พยากรณ์...เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการ ทำนายหรือ คาดเหตุการณ์ อันจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่ง...ศาสตร์นี้ขยายกว้างครอบคลุมในสังคมทั้งโลกยุคเก่าและใหม่ ด้วยหลักวิชาการเทคโนโลยีที่สามารถ หยั่งถึงสถานการณ์ของดินฟ้าอากาศ หรือ ย้อนกลับไปสู่คัมภีร์โหราศาสตร์ ให้หยั่งรู้ในวิถีชีวิตมนุษยชาติ หรือชะตากรรมของบ้านเมือง...ที่จะเกิดขึ้นในเบื้องหน้า

O O O


ลักษณ์ เรขานิเทศ...เป็นหนึ่งแห่งผู้สืบสานศาสตร์พยากรณ์ซึ่งมีอายุนับพันๆปี มาประยุกต์ใช้ให้ทันกับยุค กระทั่งได้รับความเลื่อมใสในการทำนาย จนได้รับฉายาว่า “โหรฟันธง”...ด้วยความแม่นยำกับพยากรณ์ศาสตร์นี้ “โหรฟันธง” มิได้เก็บงำไว้รู้คนเดียว ได้พิมพ์เป็นเล่มวางตามร้านสะดวกซื้อ เป็น Best Seller ให้ท่านผู้เกิดในราศีต่างๆได้ รับรู้อนาคต ชะตากรรมของตนเอง และแนวทางการแก้ไข หรือปฏิบัติให้หลุดพ้นภยันตภัย ทั้งปวง อย่างน้อยก็ปรนจากหนักเป็นเบา...และตำราเล่มนี้ยังมีการบอกถึงฤกษ์งามยามมงคลไว้ด้วย

O O O

วัดทรงธรรมวรวิหาร ต.ตลาด อ.พระประแดง สมุทรปราการ (...เป็นศาสนสถานที่ “โหรฟันธง”ให้ความศรัทธาได้ใช้เป็นสถานที่ในการเททองพระพุทธเศรษฐีนวโกฏิ องค์ที่ 7 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2553...) ได้ เอาฤกษ์ตามตำราเล่มนี้จัดมงคลพิธี
โดย...ถือเอาหลักคือ “วันที่ระลึกมหาจักรีราชวงศ์” (6 เมษายน) เป็นหลัก ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์อธิบดี ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 5 ดาวจันทร์เสวยดาวอารทรา เทวีฤกษ์ตลอดทั้งวันทั้งคืน จึงกำหนดคาบเวลา 17.39 น.  ถึง 18.39 น. ประกอบพิธีกรรมเททองหล่อพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรเพื่อ ประดิษฐาน ณ จุดที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯประทับในงานพระราชทานพระกฐิน 8 พฤศจิกายน 2507...เป็นการเฉลิมฉลอง “200 ปี วัดทรงธรรมฯ”


O O O

วัดทรงธรรมวรวิหาร เป็นวัดที่พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้มีการ สวดพระปริตร แบบรามัญ กระทั่งปัจจุบันก็ยังสืบสานประเพณีรามัญอย่างเข้มแข็ง
ศาสนสถานแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ทรงโปรดเกล้าฯให้ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล (พระอนุชา) สร้างขึ้นมาพร้อมๆกับสร้าง เมืองนครเขื่อนขันธ์ (ปัจจุบันคืออำเภอพระประแดง) ด้วย ความเมตตาชาวรามัญที่เข้ามาพึ่งร่มพระบรมโพธิสมภาร จะได้มีสถานที่ประกอบศาสนกิจ...แล้วเสร็จเป็นวัดในปี 2358 (เดิมห่างแม่น้ำเจ้าพระยาเพียง 2 เส้น)

O O O

ด้วยสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ  ชาวรามัญต่างยกย่องว่าพระองค์เป็น “เมินโท่” หมายถึงผู้มีคุณธรรมสูง หากใช้กับพระเจ้าแผ่นดินก็คือ “เจ้าผู้ทรงธรรม” วัดที่สร้างนี้จึงชื่อว่า “วัด ทรงธรรมฯ”
คำว่าทรงธรรม ในอดีตนั้นชาวรามัญจะออก เสียงและสำเนียงกันลำบาก ผู้เฒ่า (ชาวมอญ) จึงเรียกวัดนี้ว่า “แผ่เมิกแซม” แปลว่า “วัดหน้าโบสถ์” ก็มีบางกลุ่มเรียกว่า “แผ่พระครู” หมายถึง “วัดพระครู” (เจ้าอาวาสรูปแรกเป็นพระครู) ต่อมาชนรุ่นหลังพูดภาษา ไทยชัดแล้วจึงเรียก “วัดทรงธรรมฯ” เพียงชื่อเดียววัดทรงธรรมฯ มีเจ้าอาวาสสืบต่อกันมาหลายรูป แต่ละรูปมีฐานะสงฆ์ระดับราชาคณะทั้งนั้น ปัจจุบันคือ พระสิทธิพัฒนาทร “ไพโรจน์ ชุติคุโณ” เป็นเจ้าอาวาสลำดับที่ 7

O O O

ในอดีต พระอุโบสถวัดทรงธรรมฯ เคยใช้เป็นที่กระทำพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของเหล่าข้าราชการเมืองนครเขื่อนขันธ์...ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งกษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์แทบทุกพระองค์ ตั้งแต่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ รัชกาลที่ 3 สมเด็จพระจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 และ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง “พระปิยมหาราช” และรัชกาลปัจจุบัน “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9” ได้เสด็จพระราชดำเนิน พระราชทานผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เอง

O O O


ด้วยความซาบซึ้งต่อพระมหากรุณาธิคุณของบูรพกษัตริย์ที่มีต่อศาสนสถานแห่งนี้ตั้งแต่สร้างจนถึงปัจจุบันมิเคยห่างไกลเบื้องยุคลบาท  พระสิทธิพัฒนาทร หรือ “เจ้าคุณหมู” เจ้าอาวาสจึงได้ประชุมคณะสงฆ์และคณะกรรมการวัด จัดสร้างถาวรวัตถุขึ้นประดิษฐานพิกัด ณ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จฯวัดทรงธรรมฯเป็นการ เฉลิมฉลองวัดทรงธรรมฯจะมีอายุครบ 200 ปี ในปีหน้า (2558)ซึ่ง มติเป็นเอก-ฉันท์...ให้สร้างพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร อันเป็นพระประจำวันจันทร์ วันประสูติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื้อโลหะขนาดสูง 9 เมตร

O O O

พระปางห้ามสมุทร...เป็นพระพุทธรูปลักษณะประทับยืนยกกรทั้ง 2 ข้างออกไปข้างหน้าในลักษณะห้าม ตามพุทธประวัติมีว่า ขณะที่พระพุทธองค์ประทับ ณ นิโครธารามริมฝั่งแม่น้ำโรหิณีใกล้กรุงกบิลพัสดุ์ ได้ทรงห้ามหมู่พระประยูรญาติซึ่งวิวาทกันเรื่องน้ำ...
แต่หากเป็นพระพุทธรูปปางที่ 23 ซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน ลำดับเนื้อเรื่องในปฐมสมโพธิกถาเทียบได้ตอนที่ พระพุทธองค์ทรงแสดงปาฏิหาริย์ปราบเหล่าชฎิล โดยทรงห้ามน้ำฝนที่ตกหนักในบริเวณนั้น มิให้ท่วมปริมณฑลที่พระองค์ประทับอยู่


O O O

พระพุทธรูปองค์นี้...สมเด็จพระมหารัชมัง-คลาจารย์ ได้ประทานพระนามว่า “พระพุทธไตรโลกนาถ สิทธิประสาธน์สมังคี” หมายถึง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นที่พึ่งของโลกทั้งสาม โดยทรงเป็นองค์ประธาน มี สมเด็จพระมหามนีวงศ์กับ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ร่วมประกอบพิธีกรรมเททองในวันที่ 6 เมษายน
หลังจากนั้น 7 ถึง 9 เมษายน ก็จัดกิจกรรมเป็นงานร่วมทำบุญประจำปี อย่างที่เคยจัดกันมาต่อเนื่อง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมรับกุศลผลบุญและความบันเทิง...ถือเป็นการ พักผ่อนก่อนที่จะย่างเข้าปีใหม่ (ไทย-รามัญ)...!!!

ก้อง กังฟู

29 มี.ค. 2557 08:36 29 มี.ค. 2557 08:39 ไทยรัฐ