วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดูดีแต่ไม่มีอะไรดีขึ้น

โดย

นายกฯสำรอง-นายกฯคนกลางกำลังเป็นวาทกรรมในท่ามกลางเหตุการณ์รุนแรงเป็นรายวัน ทอดระยะจากนี้ไปน่าจะได้เห็นอะไรชัดเจนขึ้นว่าการเมืองไทยจะเดินไปสู่จุดไหน

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ตรงกับวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 77 คน 77 จังหวัดจะเลือกใครคนไหนก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ

เพราะ ส.ว.นั้นมีบทบาทและหน้าที่

ที่สำคัญต่อระบบการเมืองไทย โดยเฉพาะการตรวจสอบ ถ่วงดุล แต่งตั้ง ถอดถอน ฯลฯ

สำคัญยิ่งก็คือจะต้องไม่ถูกครอบงำจาก “รัฐบาล” ทั้งเครือญาติ เครือข่าย อามิสสินจ้าง

นี่ว่ากันด้วยเรื่อง “สภาสูง” แต่ “สภาล่าง” ก็คือสภาผู้แทนราษฎรหลังจากการเลือกตั้งเมื่อ 2 ก.พ.57 ถูกชี้ว่าเป็นโมฆะ และยังไม่มีการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่

กกต.ซึ่งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งพูดเป็นนัยๆว่า อยากให้ทอดเวลาออกไปสักระยะคงไม่ใช่ 45 วัน หรือ 60 วัน เพราะต้องการให้มีการพูดคุยกันก่อน เพราะให้การเลือกตั้งมีบรรยากาศที่ดี

แต่รัฐบาลเริ่มเดินเครื่องไปแล้ว โดยพรรคเพื่อไทยได้เชิญตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรคมาร่วมประชุมหารือกันและมีผลสรุปให้ กกต.จัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน หรือ 60 วัน

ปรากฏว่าประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยไม่ส่งคนเข้าร่วมด้วย

ประชาธิปัตย์กับการตัดสินใจเป็น “เงื่อนไข” สำคัญทางการเมือง หากไม่ส่งผู้สมัครสถานการณ์มันอาจจะย้อนกลับไปไม่ต่างกับวันที่ 2 ก.พ.57

การจะส่งผู้สมัครหรือไม่ส่งผู้สมัครไม่มีผลเกี่ยวพันกับ กปปส.อย่างแยกไม่ออก  การตัดสินใจของประชาธิปัตย์ จึงเป็นประเด็นสำคัญในทางการเมืองอย่างยิ่ง

“ประชาธิปัตย์” เองก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

จึงต้องอาศัยเงื่อนไขทางสถานการณ์การเมืองที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรถือว่ายังมีเวลาที่จะชี้ขาดได้

ที่รออยู่ข้างหน้าก็คือการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช.ต่อนายกฯอันเกี่ยวกับคดีการทุจริตรับจำนำข้าวที่ชัดเจนแล้วว่านายกฯจะต้องไปชี้แจงด้วยตนเองหรือทำเป็นลายลักษณ์อักษร

31 มี.ค.57 ขีดเส้นตายเอาไว้แล้ว

หากผลออกมาว่ามีความผิดนายกฯก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที การจะตั้งให้รองนายกฯคนไหนขึ้นทำหน้าที่แทนก็คงไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลแน่

เนื่องจากไม่ใช่สายตรงจากตระกูล “ชินวัตร”

ที่มีข่าวว่าจะให้นายยุคล ลิ้มแหลมทองรองนายกฯจากพรรคชาติไทยพัฒนาขึ้นมาทำหน้าที่แทน เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองนั้น

โอกาสและความเป็นไปได้ 50-50%

เพราะปลดล็อกที่ กปปส.เรียกร้องให้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ลาออกจากนายกฯ แต่ “ยุคล” ไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทยน่าจะเป็นทางออกได้ทางหนึ่ง และจัดให้มีการปฏิรูปประเทศเสียก่อน โดยรัฐบาลก็ยังอยู่รักษาการต่อไป

แต่ในทางที่เป็นไปไม่ได้นั้นก็คือความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องคิดหนัก เพราะกลัวคำว่า “หักหลัง” ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

นับแต่การตั้ง “สมัคร สุนทรเวช” เป็นนายกฯซึ่งไม่สามารถ “สั่งการ” ได้ตามใจชอบจนส่งผลให้เกิดปัญหาจนอำนาจหายไปชั่วระยะหนึ่ง

ยิ่งเกมการเมืองในเวลานี้เป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงเกินไปหรือแม้กระทั่งข่าวที่ว่าตระกูล “ชินวัตร” จะเว้นวรรคการเมืองไม่ลงสมัครเลือกตั้งก็เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับเรื่องนี้อย่างแยกไม่ออก
คือความไม่ไว้วางใจ

การปฏิเสธจากบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย ว่าไม่เป็นความจริงหรือนายกฯพูดทำนองว่า “ยังไม่ถึงเวลา” ที่จะพูดเรื่องนี้คือไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

เป็นเรื่องที่ทำให้ “ดูดี” แต่คงไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น!!!


“ลิขิต จงสกุล”

29 มี.ค. 2557 07:42 1 เม.ย. 2557 21:44 ไทยรัฐ