วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เว้นวรรค 'ชินวัตร' 'ปู' ปัดไม่คิด ชี้ตอนนี้ยังอีกไกล

53พรรคจี้กกต.เร่งเลือกตั้ง ปชป.ยื้อไม่ฟันธงลง-ไม่ลง พท.ยันไม่มีคําสั่งบอยคอต

“นายกฯปู” เปิดปากเว้นวรรคอีกไกลยังไม่ได้คิด ครวญวิ่งแก้คดีความก็อ่วมแล้ว โยนถามประชาชน ยอมชัตดาวน์แลกประเทศชาติสงบ ขอ ปชป.เลิกเสียทีบอยคอตเลือกตั้ง “สมชาย” ปฏิเสธ “ทักษิณ” บงการชี้นิ้วใส่เกียร์ถอย พท.เฉ่งยับพวกหน้าด้านต้านประชาธิปไตย แต่โหยหานายกฯคนกลาง พรรคร่วมรัฐบาลผนึกกำลัง 53 พรรคเล็กร่อนหนังสือกดดัน กกต.จัดเลือก ส.ส. ใน 45-60 วัน เรียกถกรัฐบาลและพรรคการเมืองต้น เม.ย. ปชป.ยื้อไร้ข้อสรุปลงหรือไม่ลงสมัคร อ้างรอ กกต.หารือรัฐบาล ดันสุดลิ่มโรดแม็ปปราบคอร์รัปชัน อียูเร่งกำหนดเวลาเลือกตั้งครั้งใหม่ให้ชัด “ยิ่งลักษณ์” โวย ป.ป.ช.ไม่เป็นธรรม เหลือแค่ 3 วันหนักใจแก้ต่างจำนำข้าวไม่เคลียร์ ทนายจ่อยื่นคำชี้แจงพร้อมขอไต่สวนพยานบุคคลและเอกสารเพิ่มเติม

กรณีมีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีสั่งการให้คนในตระกูลชินวัตรยอมถอยเว้นวรรคไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่าเป็นเรื่องอีกไกล ยังไม่ได้คิด แต่ขอเดินหน้าให้กระบวนการเลือกตั้งเกิดขึ้น ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไร้คำตอบว่าจะบอยคอตหรือลงเลือกตั้ง อ้างยังต้องรอฟังแนวโน้มการหารือระหว่างรัฐบาลกับคณะ–กรรมการการเลือกตั้งก่อน

“ปู” เปิดปากเว้นวรรคยังไกลไม่ได้คิด

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 มี.ค.ที่ ททบ.5 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะเว้นวรรคทางการเมือง 1 ปี ว่าวันนี้ยังไม่ได้คิด ขั้นตอนต่างๆ ยังอีกไกล สิ่งที่เราต้องคิดวันนี้คือการที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้คำวินิจฉัยแล้ว จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป จะทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายยอมรับและให้กระบวนการเลือกตั้งเกิดขึ้น จึงยังไม่ได้คิดอะไรในอนาคตข้างหน้า เมื่อถามว่า การเว้นวรรคทางการเมืองได้พูดคุยในครอบครัวตระกูลชินวัตรแล้วหรือยัง นายกฯกล่าวว่า ยังอีกไกล วันนี้แค่ต้องมาแก้คดีความก็ไม่มีเวลาคิดอย่างอื่นแล้ว แต่ก็พร้อมจะทำตามความต้องการประชาชน ต้องถามความคิดเห็นประชาชนด้วย

ขอ ปชป.เลิกเถอะบอยคอต ลต.

นายกฯกล่าวว่า ขอเอาเรื่องแรกก่อนคือจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของทุกคน โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่มาลงเลือกตั้ง เมื่อถามว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ลงเลือกตั้งในครั้งต่อไป ปัญหายังคงเกิดเช่นเดิมจะทำอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ทุกคนคือตัวจักรสำคัญทำให้ประเทศเดินหน้าได้ หวังว่าพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคเก่าแก่ ดำรงไว้ซึ่งความเป็นประชาธิปไตยและยึดมั่นเรื่องพรรคการเมืองที่จะต้องมีการเลือกตั้ง จึงหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะให้ความร่วมมือกับ กกต. เมื่อถามถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งสัญญาณว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยก็จะไม่ลงเช่นกัน นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของพรรค ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค

ยอมชัตดาวน์ถ้าทำให้ชาติสงบ

เมื่อถามว่า ตระกูลชินวัตรจะเว้นวรรคทางการเมืองจะถือเป็นทางออกให้กับปัญหาต่างๆได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวย้อนผู้สื่อข่าวว่า “ได้ฟังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส.เมื่อคืนวันที่ 27 มี.ค.แล้วใช่ไหม” เมื่อถามย้ำว่า ถ้าตระกูลชินวัตรเว้นวรรคการเมือง แล้วทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ นายกฯจะยอมหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า อย่างที่บอกวันนี้ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาประชาธิปไตย ไม่ได้ยึดติดตำแหน่ง ถ้าเป็นความ ต้องการของประชาชน และเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศสงบ ตนยินดีให้ความร่วมมือ อะไรก็ได้ที่ทำให้ประเทศเดินได้ภายใต้กรอบของประชาธิปไตยยินดี แต่วันนี้ต้องถามว่าผู้ที่ไม่ให้ขบวนการต่างๆเดินไปนั้นเห็นด้วยหรือไม่ และหลายๆส่วนต้องช่วยกันแก้ ตนเป็นเพียงแค่หนึ่ง หลายฝ่ายต้องหารือกัน

ปฏิเสธ “ทักษิณ” กดปุ่มใส่เกียร์ถอย

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯส่งสัญญาณให้เว้นวรรคการเมืองว่า น่าจะไม่จริง ไม่เคยได้ยินท่านพูด จะให้นายกฯเว้นวรรคก็ไม่ใช่ ไม่เคยพูดเรื่องนี้เลย การจะลงเลือกตั้งหรือไม่ลงเลือกตั้ง อยู่ในดุลพินิจของประชาชน ถ้าลงแล้วประชาชนไม่เลือกก็ไม่มีแนวทางจะเดินหน้าทางการเมืองได้อยู่แล้ว อยากให้ประชาชนเป็นคนวินิจฉัยมากกว่าจะได้มีทางออก ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ยุ่งปัญหาของการเมือง เพียงแต่อยากให้บ้านเมืองเรียบร้อยเท่านั้นเอง ส่วนที่มีคนบอกว่าจะให้ใครทำอะไรนั้นไม่เคยได้ยิน พ.ต.ท.ทักษิณพูดมานานแล้ว ไม่ต้องกังวล ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ต้องกังวลกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเขาไม่ยุ่งเกี่ยวแล้ว เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวจะเสนอชื่อนายยุคล ลิ้มแหลมทอง ขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่นายกฯหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูก ป.ป.ช.ชี้มูล นายสมชายตอบว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องพักการปฏิบัติหน้าที่ เป็นหน้าที่ของ ครม.ลงมติให้รองนายกฯคนใดคนหนึ่งมาทำหน้าที่ เราคงไปบอกไม่ได้ว่าจะให้ใครหรือไม่ให้ใคร

“เหลิม” ฟันธงขาด “ปู” พท.เหลือ 200 ส.ส.

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวว่า กระแสข่าวนายกฯยิ่งลักษณ์จะเว้นวรรคการเมืองคนอื่นปล่อยข่าว แต่ในพรรคนิ่งแล้วทำไมต้องเว้นวรรค ฝากถึงใครก็ตามในพรรคเพื่อไทย ตราบใดถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่งจะชนะเกินครึ่งตั้งรัฐบาลได้ ถ้าเป็นคนอื่นจะได้ประมาณ 200 เหลืออีก 300 เขาจะไล่ไปรวมกัน ถ้าอยากเป็นฝ่ายค้านก็ส่งคนอื่นลงเบอร์หนึ่ง ฟันธงวันนี้และไม่ผิดด้วย เรื่องคดีความก็ว่ากันไป ส่วนกรณี กกต.ต้องการให้ไปชี้แจงการใช้งบประมาณของ ศรส.ตนไม่ชี้แจง ถ้านายสมชัย ศรีสุทธิยากร จะมาพบตนก็ไม่ต้อนรับ ไม่มีเกียรติพอ ขอให้หุบปากพูดให้น้อย คนเป็น กกต.ต้องเป็นกลางเขาไม่ออกเฟซบุ๊ก ทำตัวแบบนี้ใครจะไปเคารพ ขอให้ลาออกไปเพราะทำให้ กกต.อีก 4 คนอึดอัด

ซัดนายกฯคนกลางก๊วนหน้าด้าน

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า บรรดาผู้ดีอย่าแสดงตนเป็นคนชั้นสูงแล้วจิตใจต่ำ คุณต้องรักษากติกาประชาธิปไตย มาปลุกระดมเอานายกฯ คนกลางกันทำไม พยายามสุมหัวสร้างกระแสว่าไม่มีนายกฯคน กลางบ้านเมืองไปไม่ได้ ถ้าใครมารับตำแหน่งแล้วจะรู้ว่านรกมีจริง วันนี้พรรคประชาธิปัตย์กับ กปปส.มั่นใจว่ารัฐบาลแย่แล้ว ทำไมไม่ยอมลงเลือกตั้ง อย่าไปเคลื่อนไหวเลย ไม่มีทาง กว่า ป.ป.ช.จะชี้มูลคดียังไม่เสร็จนายกฯก็มีสิทธิ์ลงสมัคร เมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลเสร็จต้องไปที่อัยการจะฟ้องหรือเปล่าก็ไม่รู้ และถ้า ป.ป.ช.จะฟ้องต้องไปศาลฎีกาใช้เวลาอีกกี่ปี เลิกคิดเถอะตราบใดที่ยังไม่ฉีกรัฐธรรมนูญ พวกหน้าด้านไม่เอาประชาธิปไตย แต่อยากเป็นใหญ่ในบ้านเมือง

ปัดวุ่นนายใหญ่สั่ง พท.บอยคอต

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศอ.รส.กล่าวถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเสนอให้พรรคเพื่อไทยไม่ลงรับสมัครเลือกตั้งหากพรรคประชาธิปัตย์บอยคอตอีกครั้งว่า หากมีการเลือกตั้งทุกพรรคการเมืองต้องส่งผู้สมัคร ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยมาตลอด จะทำให้เสียใจไม่ได้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์เล่นการเมืองแบบนี้ไม่สร้างสรรค์ เวรกรรมจะตามสนอง ได้หารือในที่ประชุม ศอ.รส.ให้นำเทปที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ปราศรัยว่า จะขัดขวางการเลือกตั้งเตรียมไว้ ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว เตรียมรับอีกคดีได้เลย

พรรคร่วมฯ-53 พรรคถกแผน ลต.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม ตัวแทน 53 พรรคการเมือง ร่วมประชุมภายใต้หัวข้อ “เดินหน้าประชาธิปไตย ร่วมใจ...หาทางออกการเลือกตั้ง” โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุม และมีหัวหน้าพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายเชาว์ มณีวงษ์ อดีตหัวหน้าพรรคพลังชล รวมทั้งหัวหน้าพรรคการเมืองขนาดเล็ก ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจ-ไทยไม่ได้เข้าร่วม โดยหารือกัน 3 หัวข้อ 1.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.ที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2.เร่งออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง 3.ให้ตัวแทนทุกพรรคพบ กกต.ในวันที่ 2 เม.ย.และจะให้ กกต.เป็นเจ้าภาพเชิญทุกฝ่ายมาหารือร่วมกัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขและหาทางออกประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อประชุมไปกระทั่งเวลา 11.00 น. ได้เกิดเหตุไฟฟ้าดับ แต่ที่ประชุมก็ยังคงดำเนินต่อไป โดยต้องพูดเสียงดังแทนพูดผ่านไมค์ และเปิดกระจกคลายร้อนนานกว่า 20 นาทีจนไฟติด

“ตือ” มึนข่าว “ยุคล” นายกฯรักษาการ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการเสนอนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกฯ เป็นนายกฯรักษาการ หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหมว่า ยังไม่ได้หารือเรื่องนี้ ไม่ทราบว่ากระแสข่าวมาจากผู้ใด ขณะนี้ยังไม่ควรมองไปไกลขนาดนั้น หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถทำหน้าที่ได้จริงก็ยังมีลำดับของผู้ที่จะมาปฏิบัติหน้าที่แทนอยู่ ส่วนนายกฯมาตรา 7 ไม่เห็นด้วย บ้านเมืองยังไม่ถึงทางตัน ยังมีทางออกอยู่ การพูดถึงนายกฯมาตรา 7 อาจกระทบเบื้องพระยุคลบาท เนื่องจากได้เคยมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง

ลงมติจี้ กกต.จัด ลต.ใหม่ 45-60 วัน

กระทั่งเวลา 12.15 น. นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการหารือว่า ที่ประชุมทั้ง 53 พรรคที่ลงสมัครรับเลือกตั้งมีความเห็นร่วมกันว่า ทุกพรรคการเมืองอยากให้ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปได้ โดยจะทำเอกสารข้อเสนอแนะที่ทุกพรรคการเมืองจะร่วมลงนามเสนอไปยัง กกต.และองค์กรที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าควรให้มีการจัดเลือกตั้งใหม่โดยเร่งด่วน และควรออก พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วันนับตั้งแต่วันที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เป็นหน้าที่ กกต.ไปหารือร่วมกับรัฐบาลว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบตรา พ.ร.ฎ.ขึ้นมาใหม่

บี้ กกต.เร่งหารือรัฐบาลต้น เม.ย.

นายโภคินกล่าวต่อว่า ในส่วนประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายของผู้สมัครและพรรคการเมืองที่สูญเสียไปในการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 ต้องหารืออีกครั้งว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบและต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมถึงการแสดงค่าใช้จ่ายต่อ กกต.เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งโมฆะแล้ว ยังจำเป็นต้องแสดงอีกหรือไม่อย่างไร การดำเนินคดีกับผู้ขัดขวางการเลือกตั้ง กกต.ต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เป็นรูปธรรม รวมไปถึงการพิจารณาแก้ไขและป้องกันปัญหาการขัดขวางการเลือกตั้ง หาก กกต.ยังหาทางแก้ไขหรือป้องกันปัญหาไม่ได้จะเกิดปัญหาขึ้นมาอีกในอนาคต และขณะนี้ยังไม่มี พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งใหม่ ถือว่าขณะนี้ยังไม่อยู่ในช่วงที่มีการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นอกจากนี้การประกาศผลการเลือกตั้ง กกต.ต้องมีแนวทางให้ชัดเจนกว่าที่ผ่านมา ดังนั้น อยากให้ กกต.กำหนดวันประชุมร่วมกันระหว่าง กกต. รัฐบาลและผู้แทนพรรคการเมือง เร็วที่สุดคือในช่วงต้นเดือน เม.ย.ได้จะเป็นการดี สิ่งที่เราทำในวันนี้เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจที่แตกต่างกัน  เราจึงต้องถามไปยัง กกต. เพื่อให้การดำเนินการทุกอย่างนั้นถูกต้อง เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งมีปัญหาหรือเป็นโมฆะอีกครั้ง

ปชป.คึกดันพิมพ์เขียวปฏิรูป

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 เพื่อพิจารณาเรื่อง “จาก 10 ฐานรากสู่...พิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย และแนวนโยบายพรรคประชา– ธิปัตย์” โดยมีแกนนำพรรค ประธานสาขาพรรค ส.ก. ส.ข.และสมาชิกพรรคเข้าร่วมอย่างคึกคัก อาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค และนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ส่วนนายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคเดินทางกลับออกจากโรงพยาบาลรามาธิบดี กลับไปพักฟื้นหลังผ่าตัดกระดูกไหปลาร้าหัก ไม่ได้ร่วมประชุม โดยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดประชุมสมัชชาประชาชน-ประชาธิปัตย์ หัวข้อ “พิมพ์เขียวประเทศไทย-ข้อเสนอปฏิรูป 7 ด้าน” ตอนหนึ่งว่า พรรคจะผลักดันให้เลือกตั้ง ผวจ.ทุกจังหวัด รวมทั้งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้านตำรวจและกระบวนการอัยการศาลยุติธรรม ปฏิรูปการศึกษา ผลักดันแก้กฎหมายคดีทุจริตไม่มีอายุความ ส่งเสริมองค์กรอิสระให้ทำงานเชิงรุก นอกจากนี้ต้องวางแนวทางตรวจสอบภาษีย้อนหลังนักการเมืองและผู้บริหารระดับสูง

หนุ่มแว่นดำบุกชูป้ายหวิดโดนยำ

ต่อมาเวลา 12.30 น. ระหว่างสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กำลังจะเข้าห้องประชุมต่อในช่วงบ่าย ปรากฏว่าเกิดความวุ่นวายขึ้นหน้าห้องประชุมชั้น 4 โดยนายเอก อัตถากร หนุ่มแว่นดำที่เคยชูป้าย “Respect My vote” ในงานปฏิรูปประเทศของพรรคที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ได้พาพวกเป็นผู้หญิง 2 คน สวมชุดดำมายืนหน้าห้องชูป้าย “Do You Hear The People Sing, ปฏิรูปตัวเองเถอะ, We are the people, ไม่เอาพิมพ์เขียวสามานย์” พร้อมตะโกนว่าให้พรรคประชาธิปัตย์ปฏิรูปตัวเองก่อน ทำให้ผู้ร่วมประชุมเข้ารุมล้อมตกตะลึงไปชั่วขณะ จนนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตั้งสติได้หยิบนกหวีดขึ้นมาเป่าไล่ ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมพากันเป่านกหวีดโห่ไล่ตะโกนตอบโต้ไปว่า “ขี้ข้าทักษิณออกไป” แต่ทั้ง 3 คนยังดื้อยืนชูป้ายจนมีการผลักกัน ที่สุดจึงต้องถอยลงบันไดเลื่อนไปล็อบบี้ชั้น 1 สมทบกับหญิงชุดดำอีก 2 คนที่ยืนชูป้ายโจมตีพรรคประชาธิปัตย์อยู่   ระหว่างนั้นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ยังตามลงไปตะโกนต่อว่าเป็น “ขี้ข้าทักษิณ” แต่ถูกตะโกนสวนกลับว่า “ขี้ข้าเผด็จการ” พร้อมเป่านกหวีดสีขาวใส่สมาชิกพรรค ปชป.ด้วย

เด็ก ปชป.เดือดชกหน้าแว่นกระเด็น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเหตุการณ์ชุลมุนมากขึ้น สมาชิกพรรคได้เดินรุกไล่กลุ่มนายเอกและล้อมเป่านกหวีด บางคนเข้าประชิดตัว จนมีบางคนสาวหมัดใส่หน้านายเอกจนแว่นที่ใส่อยู่กระเด็นหล่น ทำให้นายเอกสวนหมัดแต่ไม่โดน รวมทั้งมีคนกระโดดถีบนายเอกด้านหลังด้วย จนสุดท้ายเจ้าหน้าที่โรงแรมมากันตัวนายเอกออกไปนอกโรงแรม และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ทุ่งสองห้องมารับตัวกลุ่มคนดังกล่าวออกไปเพื่อไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง ทั้งนี้จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กนายเอกชื่อ “Ake Auttagorn” มีการโพสต์ข้อความว่าจะมาชูป้ายป่วนงานพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเชิญชวนผู้สนใจมาร่วมด้วย และเตรียมป้ายข้อความไว้ล่วงหน้า เมื่อนายเอกเดินทางมาถึงที่โรงแรมได้เช็กอินว่าอยู่ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์แล้ว และหลังเกิดเหตุนายเอกยังโพสต์ข้อความอีกว่า “โดนต่อย โดนถีบทั้งมือและตีนครบ” และ “ไม่ได้โกรธที่โดนต่อย แต่โกรธที่ต่อยจนแว่นกระเด็นหายไปเลยแจ้งความ!”

ชูธงปราบทุจริตคอร์รัปชัน

จากนั้นเวลา 16.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปิดประชุมสมัชชาฯ สรุปว่า สถานการณ์ปัจจุบันการเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเป็นทางออกให้ประเทศ เพราะการเลือกตั้งต้องไม่ละเลยปฏิรูปประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ชูการปฏิรูป 7 ข้อ เช่น ปฏิรูปการเลือกตั้ง ต้องเพิ่มโทษคดีทุจริตเลือกตั้ง ต้องตัดสิทธินักการเมืองที่ทุจริตมากกว่า 5 ปี ต้องมีคนรับผิดชอบนโยบายประชานิยมที่ล้มเหลว ต้องปฏิรูปการจัดการการทุจริตคอร์รัปชัน กำหนดคดีทุจริตไม่มีอายุความ ออก พ.ร.บ.อนุวรรตว่าด้วยการเป็นไปตามสัญญาการทุจริตคอร์รัปชันของสหประชาชาติ เพื่อยึดทรัพย์พวกหนีไปต่างประเทศ ประชาชนต้องได้สิทธิฟ้องร้องผู้ใช้อำนาจรัฐในคดีทุจริตได้เองไม่ต้องรออัยการ เป็นต้น

แทงกั๊กพร้อม ลต. เมื่อ ปท.สงบ

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ในการลงรับสมัครเลือกตั้งว่า พรรค์เปิดกว้างให้ทุกคนแสดงความเห็น อยู่ในกระบวนการพรรค เชื่อว่าไม่มีการออกข่าวข้างนอกเพื่อกดดันให้พรรคตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง วันนี้เร็วเกินไปที่จะพูดถึงการเลือกตั้ง สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่สงบ ยืนยันพรรคอยู่ใต้ครรลองระบอบประชาธิปไตย และไม่คัดค้านการเลือกตั้ง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายและไม่มีการข่มขู่ และต้องดำเนินการกับคนที่ทำผิดกฎหมาย อย่าปล่อยให้เกิดความหวาดกลัว เชื่อว่าถ้าบ้านเมืองสงบเราก็พร้อมจะลงเลือกตั้ง ส่วนการประชุมอดีต ส.ส.พรรค ช่วงเย็นวันที่ 28 มี.ค.คงหารือเรื่องนี้ แต่คงไม่ตกผลึกว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่ เพราะ กกต.และรัฐบาลยังไม่ได้หารือกันหรือมีแนวโน้มชี้ว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ เมื่อไหร่ จึงต้องคอยสถานการณ์ชัดเจนก่อน ส่วนข่าวที่ว่าคนในตระกูลชินวัตรไม่ลงสมัคร ส.ส. ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาของพรรค

“จ้อน” แซะอย่าแค่เป็นขอนลอยน้ำ

จากนั้นเวลา 17.00 น.ภายหลังการประชุมสมัชชาประชาชน-ประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกประชุมอดีต ส.ส.หารือทิศทางการเมือง และแนวทางการลงสมัครเลือกตั้งหรือไม่ โดยก่อนประชุมนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกประเทศ แต่ไม่ใช่ทางออกพรรค ทุกพรรคการเมืองควรสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต้องเป็นผู้นำประเทศออกจากวิกฤติ ควรแสดงความชัดเจนในความพร้อมลงสมัครรับเลือกตั้ง ส่วนที่กปปส.เห็นว่าถ้าเลือกตั้งไปสถานการณ์ยังเหมือนเดิม พรรคควรเป็นอิสระ มีความคิดมีจุดยืนการตัดสินใจเป็นตัวของตัวเอง พรรคควรเป็นผู้นำไม่ใช่ผู้ตาม อย่าเป็นขอนลอยน้ำ แต่ไม่เคยพูดว่าจะเสนอให้ลงมติลับเพื่อโหวตว่าพรรคควรลงเลือกตั้ง

ตามฟอร์มยื้อไร้ข้อสรุปลง-ไม่ลง ลต.

กระทั่งเวลา 17.00 น. มีการเรียกประชุมอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหารือทิศทางการเมือง และแนวทางการลงสมัครเลือกตั้งหรือไม่ มีนาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ใช้เวลาหารือประมาณ 40 นาที ในที่ประชุมนายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ ชี้แจงแนวคิดองค์กรต่างประเทศที่ไม่เข้าใจว่า เหตุใดพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งพรรคชี้แจงปัญหาจนเกิดความเข้าใจ เมื่อนายกษิตพูดจบ สมาชิกพรรคเสนอว่าแนวทางแรกที่ควรทำ คือต้องแก้ปัญหาการเลือกตั้งให้เป็นระบบก่อน เพราะที่ผ่านมา เมื่อพรรคจัดกิจกรรมมักถูกคนเสื้อแดงก่อกวน และควรหาแนวทางจัดการพรรคที่ใช้นโยบายประชานิยมหาเสียงหลอกลวงประชาชน ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรค ลุกขึ้นชี้แจงยืนยันว่าข่าวจะลาออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ไม่เป็นความจริง จะอยู่กับพรรคช่วยกันปฏิรูปพรรคต่อไป ไม่อยากให้นำเรื่องนี้มาพูดอีก ตนเห็นแนวทางเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ซึ่งเห็นว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกหนึ่ง แต่ต้องไม่ใช่การเลือกตั้งที่มีปัญหา สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่เหมาะ หากเลือกตั้งวันนี้จะไปรองรับความชอบธรรมให้รัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมไม่มีอดีต ส.ส.คนใดสอบถามถึงการลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ เพราะเห็นพ้องกันว่าห้วงเวลายังไม่เหมาะสม แต่จะหาโอกาสเรียกประชุมเพื่อหารือในเรื่องนี้อีกครั้ง

กกต.ตั้งท่าศึกษาคำวินิจฉัย

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน สุรวงศ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดบรรยายสรุปสถานการณ์การเลือกตั้ง ส.ว.ที่จะมีขึ้นวันที่ 30 มี.ค. ให้องค์กรระหว่างประเทศ และผู้เกี่ยวข้องที่จะเข้าร่วมสังเกตการณ์ ส่วนใหญ่เป็นประเทศอาเซียน อาทิ ประเทศกัมพูชา มาเลเซีย เมียนมาร์ เนปาล เวียดนามและมัลดีฟส์ ก่อนจะนำคณะผู้สังเกตการณ์ลงพื้นที่หน่วยจริง โดยมีนายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม เป็นประธานเปิดการบรรยายสรุปตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้ง ส.ว. ที่มองว่าอาจไม่คึกคักเหมือน ส.ส. แต่เท่าที่ได้รับรายงานกระแสใช้ได้ ส่วนปัญหาการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.กกต.เพิ่งได้รับเอกสารคำวินิจฉัยทางการจากศาลรัฐธรรมนูญ กรณีวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คงต้องใช้เวลาศึกษาคำวินิจฉัย เพราะการดำเนินการตามคำวินิจฉัยต้องละเอียดถี่ถ้วน สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายจะต้องระดมความเห็นร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ

ต่างชาติกังวลแนวทางกาบัตรใหม่

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า การมาร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้งจะทำให้นานาชาติเข้าใจสถานการณ์ในประเทศมากขึ้น เป็นการสร้างความมั่นใจในการเลือกตั้งให้โปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม ทั้งนี้ได้ชี้แจงถึงการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมามีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่การเลือกตั้ง ส.ว.วันที่ 30 มี.ค.ไม่น่าจะเกิดเหตุใดๆ ตัวแทนระหว่างประเทศไม่ได้กังวลอะไร แต่เป็นห่วงการเดินหน้าจัดเลือกตั้ง ส.ส.หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะแนวทางของ กกต.จะเดินหน้ากำหนดกรอบการเลือกตั้งและสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยได้หรือไม่

มั่นใจ 30 มี.ค.เลือก ส.ว.ฉลุย

นายภุชงค์กล่าวว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ส.ว.ในวันที่ 30 มี.ค.ทุกฝ่ายพร้อมแล้ว ได้กระจายบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ไปทั่วทุกเขตเลือกตั้งแล้ว มั่นใจการเลือกตั้ง ส.ว.จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า กกต.พยายามเร่งรัดจัดการเลือกตั้ง ส.ว.เพื่อให้ ส.ว.มาทำหน้าที่ถอดนายกฯนั้นเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตของคนบางกลุ่มเท่านั้น ยืนยัน กกต.ทำตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่าง ไม่ไปเร่งรัดหรือเข้าข้างฝ่ายใดหรือช่วยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง สำหรับความคืบหน้าการยื่นคำฟ้องไปยังศาลอุทธรณ์กลาง ตามมติ กกต.สั่งใบเหลือง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. สำนักคดีและวินิจฉัยรายงานว่าได้รับหนังสือแจ้งจากศาลอุทธรณ์กลางว่ารับคำฟ้องเข้าเป็นสำนวนคดีแล้วเมื่อวันที่ 27 มี.ค.จากนี้สำนักงาน กกต.ต้องทำหนังสือแจ้งไปยัง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เพื่อให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ม.239

“สมชัย” เตือนอย่าหาเสียงผิด ก.ม.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการเตรียมการเลือกตั้ง ส.ว.โค้งสุดท้ายว่าส่วนตัวคาดว่าจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิถึงร้อยละ 70 เนื่องจากบรรยากาศราบรื่น ขอเตือนผู้สมัคร ส.ว.ให้ระมัดระวังการโฆษณาประชาสัมพันธ์นโยบายนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของ ส.ว.เพราะจะถูกร้องเรียนดำเนินคดีได้ ส่วนกรณีที่ ผอ.ศรส.ปฏิเสธจะให้ กกต.เข้าพบเพื่อรับฟังการชี้แจงการขอความเห็นชอบงบประมาณ 2,309 ล้านบาทของ ศรส.หากได้ข้อมูลไม่เพียงพอ กกต.จะพิจารณาเท่าที่มีอยู่

กทม.ประกาศผลคะแนน 1 ทุ่ม

ด้านนายวีระ ยี่แพร ผอ.การเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กต.กทม.) เปิดเผยว่า ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งกรุงเทพฯ ศาลาว่าการ กทม. จะเป็นศูนย์รวบรวมผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง ส.ว.หลังปิดหีบบัตร คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จะนับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้ง จากนั้นส่งต่อมายังศูนย์ประสานงานฯ การนับคะแนนการเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตจังหวัด นับคะแนนพร้อมกันที่สำนักงานเขต ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักรนับคะแนนที่โรงเรียนวัดชนะสงคราม เขตพระนครและรวบรวมผลมายังศูนย์ประสานงานฯ คาดว่าจะทราบผลการเลือกตั้ง ส.ว. กรุงเทพฯ ประมาณเวลา 19.00 น.

อียูเร่งกำหนดเวลาเลือก ส.ส.ให้ชัด

วันเดียวกัน โฆษกของนางแคธรีน แอชตัน ผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงของสหภาพยุโรป (อียู) และรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ออกแถลงการณ์ว่า ทางผู้แทนระดับสูงได้รับทราบเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 21 มี.ค. และขอเรียกร้องให้หน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยของประเทศ ไทยและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นการเจรจาหารือเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืนและโดยสันติ อีกทั้งเพื่อสร้างหลักประกันให้เกิดการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งต่อไปให้มากที่สุด อีกทั้งย้ำข้อเรียกร้องเร่งด่วน ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง ขอให้การดำเนินการใดๆสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยและนิติธรรม

นักเศรษฐศาสตร์ห่วง ศก.ดิ่งเหว

ขณะที่กรุงเทพโพลเปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรชั้นนำ 31 แห่ง จำนวน 66 คน เรื่อง “เศรษฐกิจไทยในช่วงรัฐบาลรักษาการ” พบว่าร้อยละ 57.6 มองว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเริ่มอ่อนแอ ร้อยละ 27.3 เห็นว่าอยู่ในภาวะที่อ่อนแอแล้ว และร้อยละ 12.1 เห็นว่ายังแข็งแกร่งอยู่ ส่วนประเด็นรัฐบาลชุดใหม่ควรเดินหน้าโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้วยวิธีการอื่นหรือไม่ ร้อยละ 84.8 เห็นด้วย

“ยิ่งลักษณ์” หนักใจแก้ต่างจำนำข้าว

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ ททบ.5 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ข้อกล่าวหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวในวันที่ 31 มี.ค.ว่า เรียนตรงๆค่อนข้างหนักใจ เพราะเท่าที่หารือทีมทนายความ ระยะเวลาเตรียมตัวค่อนข้างสั้น มีหลายประเด็นน่าสงสัย โดยหลักการสอบสวน ต้องตั้งคณะอนุกรรมการสอบก่อน แล้วจึงส่งไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ แต่ของตนถูกตั้งข้อกล่าวหาในคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ทันที ไม่มีการตั้งคณะอนุกรรมการ โดย ป.ป.ช.ใช้เวลาแค่ 21 วันก็ตั้งข้อกล่าวหาแล้ว ซึ่งตามหลักกฎหมาย ผู้ถูกกล่าวหาควรได้รับเวลาอันสมควรเตรียมตัวชี้แจง ขอไป 45 วัน ให้มาเพียง 15 วัน นอกจากนี้ ได้สอบถามขอประเด็นที่ตั้งข้อกล่าวหา ครั้งแรกได้รับเอกสารมาเพียง 49 แผ่น ล่าสุดเพิ่งได้รับเพิ่มอีก 280 แผ่น ทั้งที่เหลือเวลาแค่ 3 วันจะต้องชี้แจงข้อกล่าวหาในวันจันทร์นี้แล้ว

ขอ ป.ป.ช.ยุติธรรมอย่างเท่าเทียม

นายกฯกล่าวว่า ต้องขอความกรุณาเรายังมี ข้อสงสัยว่าคณะกรรมการได้ให้ความยุติธรรมกับตน เหมือนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท่านอื่นๆหรือไม่ รวมถึงเรื่องระยะเวลาต่างๆ ซึ่งขออนุญาตสอบถามและติดตามไป หวังว่ากระบวนการต่างๆควรจะให้ได้รับความยุติธรรมเหมือนคนอื่นๆ หรือในอดีตที่เคยได้รับ ประเด็นที่ตนถูกตั้งข้อกล่าวหาเป็นประเด็นระดับนโยบาย ต้องดูว่าตนถูกตั้งข้อกล่าวหาเหมือนที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท่านอื่นๆเคยได้รับหรือเปล่า เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรในกระแสว่านายกฯจะถูก ป.ป.ช.ชี้มูลในคดีนี้ นายกฯกล่าวว่า ไม่อยากให้กระบวนการยุติธรรมวางขั้นตอนต่างๆมาแล้ว ให้มาตั้งข้อกล่าวหา เชื่อว่าผู้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมจะรักษาความยุติธรรมโดยให้ความยุติธรรมกับทุกคนเท่าเทียมกัน แล้วความชอบธรรมการยอมรับจะมีมากขึ้น

อุบไต๋แจงเองหรือหลบฉาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ป.ป.ช.ยืนยันแล้วว่า ไม่ขยายเวลาให้ จะตัดสินใจอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า คงไม่มีทางอื่น ต้องทำตามขั้นตอนของ ป.ป.ช. คงต้องหารือเรื่องข้อกฎหมายก่อนเพราะประเด็นที่เราตั้งข้อสงสัยเรื่องเวลาต่างๆ ต้องขอความกรุณาด้วย เพราะมีเวลาเพียงแค่ 15 วันเพื่อทำเอกสารทั้งหมด เมื่อถามว่า จะเดินทางไปชี้แจงด้วยตนเองหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ยังไม่ขอตอบตอนนี้ ต้องหารือกับทนายความก่อน เนื่องจากเพิ่งได้รับฟังจากข่าวแล้วจะเรียนให้ทราบ ป.ป.ช.แจ้งแล้วว่าสามารถไปด้วยตนเองหรือส่งเอกสารก็ได้

ทนายยื่นคำชี้แจง-ขอสอบพยานเพิ่ม

นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติไม่ให้ขยายเวลาการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดีจำนำข้าวให้นายกฯ 45 วันว่า ยอมรับว่าเสียเปรียบ ทีมทนายความยังได้เอกสารจาก ป.ป.ช.ไม่ครบตามที่ร้องขอไป โดยเฉพาะเอกสารสำคัญ 19 รายการยังไม่ได้รับเลย อีกทั้งเอกสาร 280 แผ่นเพิ่งได้รับจาก ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ยังตรวจสอบไม่เสร็จ หากให้รีบไปแก้ข้อกล่าวหาอาจชี้แจงได้ไม่ครบถ้วน เบื้องต้นวันที่ 31 มี.ค.คงต้องชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นลายลักษณ์อักษรไปก่อนว่านายกฯไม่ได้เกี่ยวข้องกระทำผิด เป็นเพียงผู้กำกับดูแลนโยบาย ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ยังไม่ได้สรุปว่าโครงการจำนำข้าวมีการทุจริตจริง ไม่เคยดำเนินคดีกับบุคคลที่ทุจริตในโครงการเลย หากไปกล่าวหานายกฯที่กำกับนโยบายว่ามีพฤติกรรมทุจริตคงไม่ได้ จะข้ามขั้นตอน และไม่เป็นธรรม ส่วนนายกฯจะเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาร่วมด้วยหรือไม่ ต้องขอหารืออีกครั้ง และทีมทนาย ความจะขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนพยานบุคคลและเอกสารเพิ่มเติมอีกหลายปาก อาทิ นักวิชาการ เพื่อมาหักล้างข้อกล่าวหาของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการระบายข้าวที่ระบุว่าโครงการดังกล่าวมีการทุจริต

“บุญทรง” พร้อมต่อสู้ถึงที่สุด

ด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช. ระบุจะเร่งพิจารณากรณีที่ตน และพวกรวม 15 คน ถูก ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้กับรัฐบาลจีนให้เสร็จสิ้นโดยเร็วอย่างช้าภายในต้นเดือน เม.ย.นี้ว่า แล้วแต่ ป.ป.ช.จะดำเนินการ และเร่งรัดอย่างไรก็ได้ แต่ตนพร้อมจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด แต่อยากให้ ป.ป.ช.ดำเนินการด้วยความเป็นธรรม

นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า

การที่ ป.ป.ช.เร่งรัดตัดสินกรณีของนายบุญทรง เพราะต้องการตัดสินกรณีของนายกฯที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ยุติโครงการรับจำนำข้าว หากไม่สามารถชี้มูลกรณีนายบุญทรงได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจะไม่สามารถตัดสินคดีนายกฯได้ ต้องมีสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นได้ว่านายกฯไม่ได้แก้ปัญหาทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและการขายข้าว

ป.ป.ช.โต้ทันควันยันไต่สวนถูกต้อง

นายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกต ป.ป.ช.ไม่มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของตนเอง แต่กลับถูกตั้งข้อกล่าวหาในกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่เลยว่า ยืนยันว่า กรณีการแต่งตั้งองค์คณะไต่สวนนายกฯทำถูกต้องตามกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. เพราะกรณีกล่าวหานายกฯในโครงการจำนำข้าวนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติแต่งตั้งกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งชุด เป็นองค์คณะไต่สวน ซึ่งจะใช้เฉพาะกรณีการไต่สวนบุคคลระดับสูง เช่น นายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยองค์คณะไต่สวนจะทำหน้าที่เหมือนคณะอนุกรรมการไต่สวนคือ เมื่อสรุปสำนวนคดีเสร็จแล้ว ก็ต้องส่งเรื่องให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ลงมติอีกครั้ง ที่ผ่านมา ป.ป.ช.เคยตั้งกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งชุดเป็นองค์คณะไต่สวนมาแล้วหลายคดี

29 มี.ค. 2557 07:31 1 เม.ย. 2557 20:50 ไทยรัฐ