วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ค้นกวป.ยึดเอ็ม79 ทั้งเครื่องยิง-กระสุน

ค้นกวป.ยึดเอ็ม79 ทั้งเครื่องยิง-กระสุน

โดย ทีมข่าวหน้า1
29 มี.ค. 2557 08:06 น.
  • Share:

ตร.รวบ3การ์ด--พกปืน กปปส.จัด6ขบวนวันนี้

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังล้อมพื้นที่ชุมนุม กวป. รวบ 4 การ์ดพร้อมของกลางเพียบ หลังเกิดเหตุยิงถล่มสำนักงาน ป.ป.ช. ผงะเจออาวุธสงครามหมกป่ากระถินข้างม็อบ กวป.ทั้งเครื่องยิงเอ็ม 79 ระเบิดสังหาร กระสุนปืนเอ็ม 16 หลายสิบนัด ด้านรองเลขาฯ ป.ป.ช.เชื่อหวังข่มขวัญกรรมการ เหตุใกล้ปิดฉากคดีเชือดรัฐบาล “เหลิม” ลั่นลงโทษคนผิดไม่เลือกหน้า ผบ.ตร.กำชับคุมเข้มสถานที่ราชการ-บ้านพักบุคคลสำคัญ ปลัด กห.วอน 2 ฝ่ายพักรบ 30 วัน ตั้งสติไตร่ตรอง สกัดเมษาเดือด “สุเทพ” เดินเรียกแขกเยาวราชวันสุดท้าย แนวร่วมแห่เชียร์ช่วยบริจาคอื้อ

จากกรณีการเกิดเหตุรุนแรงในการยิงถล่ม สถานที่ บ้านบุคคลสำคัญต่างๆ ทั้งทางฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.และกลุ่มต่อต้าน ท่ามกลางการเดินขบวนเชิญชวนให้คนกรุงเทพฯเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ในวันที่ 29 มี.ค. และล่าสุด มีการยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าไปยังอาคารสำนักงาน ป.ป.ช.สนามบินน้ำ เมื่อกลางดึกวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น

ล้อมจับ 4 การ์ด กวป.ยิงถล่ม ป.ป.ช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์คนร้ายยิงเอ็ม 79 ถล่มอาคารสำนักงาน ป.ป.ช. 2 ลูก ทำให้ตัวอาคารได้รับความเสียหายเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของคืนวันที่ 27 มี.ค.นั้น หลังเกิดเหตุ นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นนทบุรี และ พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จ.นนทบุรี ระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ใกล้เคียงกลุ่มสื่อวิทยุชุมชนเพื่อประชาชน (กวป.) ระหว่างซอยนนทบุรี 46-48 จากการตรวจค้นมีการจับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย 1. นายชูชาติ ชูศิริ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 240/24 หมู่ 9 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี พร้อมด้วยของกลาง ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก กระสุน 39 นัด พบอยู่ในรถเก๋งโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ ทะเบียน ขต 9735 ชลบุรี ซึ่งผู้ต้องหาขับขี่มา โดยแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร

เจอของกลางปืน–ระเบิดอื้อ

ส่วนรายที่ 2.คือนายรัตนพงศ์ อินทะรังษี อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 9 ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน พร้อมของกลางปืนอาก้า 1 กระบอก กระสุน 120 นัด แมกกาซีน 4 อัน ระเบิดสังหาร RGD-5 จำนวน 2 ลูก ถุงทะเลสีเขียวใช้ใส่อาวุธปืน 1 ใบ โดยกล่าวหาว่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 3.นายสมัย บุญนาน อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48/330 หมู่ 1 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมปืนปากกา 1 กระบอก กระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 11 นัด พบอยู่ในรถเก๋งฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีแดง ทะเบียน กค 5715 ปทุมธานี ซึ่งผู้ต้องหาขับขี่มา รายที่ 4.คือนายคมปกรณ์ เกาะแก้ว อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรีข้อหาลักทรัพย์รถยนต์ สอบสวนนายชูชาติให้การรับสารภาพ ส่วนนายรัตนพงศ์และนายสมัยยังให้การปฏิเสธ

ยึดเครื่องยิงเอ็ม 79 ซุกป่า

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธจากป่ากระถินซึ่งเป็นที่รกร้างปากซอยนนทบุรี 46 ประกอบด้วย เครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 40 มม. (เอ็ม 79) จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด 40 มม. (เอ็ม 79) จำนวน 6 นัด ปลอกกระสุนปืนขนาด 40 มม. (เอ็ม 79) จำนวน 2 ปลอก ลูกระเบิด ชนิดสังหาร RGD-5 จำนวน 6 ลูก อาวุธปืนสั้น ออโตเมติก ยี่ห้อโคลท์ ขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน ขนาด .45 จำนวน 44 นัด เครื่องกระสุนปืน ขนาด 7.62 (เอ็ม 16) จำนวน 39 นัด ประทัดยักษ์ จำนวน 4 ดอก

เผยวางแผนสนธิกำลังตรวจค้น

ต่อมาช่วงสายวันที่ 28 มี.ค. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นนทบุรี พล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายุกต์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จ.นนทบุรี ร่วมกันแถลงข่าวที่ สภ.เมืองนนทบุรี ว่าจากการจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีกลุ่มคนลักลอบนำอาวุธปืนเข้ามาภายในพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม กวป.ประกอบกับเมื่อคืนที่ผ่านมา มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ยิงเอ็ม 79 ใส่ตึกสำนักงาน ป.ป.ช.จำนวน 2 ลูก ทำให้ตัวอาคารได้รับความเสียหาย จึงวางแผนสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดนนทบุรี ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี เข้าตรวจค้นการ์ด กวป. และผู้ชุมนุมที่นอนปักหลักใกล้ที่ชุมนุม จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมอาวุธปืนดังกล่าวได้ ซึ่งผู้ต้องหาที่จับได้เป็นผู้ที่มาร่วมชุมนุม ตำรวจจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรม และจะส่งตรวจดีเอ็นเอ และตรวจสอบว่าปืนของกลางที่พบทั้งหมดเคยใช้ก่อเหตุที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าเพื่อดำเนินคดีต่อไป

วุ่นบุกโรงพักกดดันปล่อยผู้ต้องหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่สอบสวนผู้ต้องหา ทางนายศรรักษ์ มาลัยทอง โฆษก กวป.นำมวลชนเดินทางมาที่ สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อสอบถามเรื่องการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บุกตรวจค้นเวทีกลุ่ม กปว.และได้ควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมมาที่โรงพักพร้อมด้วยอาวุธสงคราม โดยใช้รถขยายเสียงกล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานของตำรวจพร้อมทั้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมกดดันปิดทางเข้าออก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยผู้ชุมนุมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการจัดฉากของทางเจ้าหน้าที่ เพื่อยัดเยียดความผิดให้กับทางกลุ่มของพวกตน พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตรวจค้นที่เวที กปปส.แจ้งวัฒนะ ด้วย ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด ต่อมา พ.ต.อ.สมพล วงษ์ศรีสุนทร ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เชิญให้ตัวแทนของกลุ่ม กวป.เข้าไปยังห้องประชุมเพื่อชี้แจงการทำหน้าที่ของตำรวจ และมีการเจรจากันอย่างเคร่งเครียดนานพอสมควร กลุ่มผู้ชุมนุมจึงพากันเดินทางกลับ

“ปึ้ง”สั่งฟันมือยิงเอ็ม 79 ไม่ไว้หน้า

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ บช.ปส.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศอ.รส.ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี เมื่อคืนวันที่ 27 มี.ค.และมีการจับกุมกลุ่มวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ได้ว่า ขอให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนติดตามหาข้อเท็จจริงให้ปรากฏก่อน ศอ.รส.ยืนยันว่า ไม่ว่ากลุ่มไหนกระทำผิดจะไม่มีสองมาตรฐาน จะจับกุมคนกระทำผิดมานำเสนอให้สังคมรับทราบ และขอให้ทหารกับตำรวจปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นกลางที่สุด ได้กำชับผู้แทนเหล่าทัพให้กราบเรียน ผบ.เหล่าทัพว่า ขอให้ดำเนินการทุกอย่างเป็นธรรม อย่าให้มีการเลือกข้างโดยเด็ดขาด ส่วนการโยงว่า กวป.เกี่ยวข้องกับรัฐบาลนั้นเป็นความพยายามที่จะโยง แต่ต้องให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนก่อนว่า ผู้กระทำความผิดมีวัตถุประสงค์อย่างไร ซึ่งใครกระทำความผิดต้องได้ รับโทษ ไม่มีละเว้น นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ตำรวจไปติดตั้งกล้องซีซีทีวีในทุกจุดที่สงสัยว่าจะสามารถยิงเอ็ม 79 ไปได้

“เฉลิม” ขึงขังใครผิดต้องรับโทษ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศอ.รส.กล่าวถึงเหตุยิงเอ็ม 79 ที่บริเวณสำนักงาน ป.ป.ช.ว่า พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ ผบก.ภ.จ.นนทบุรี รายงานมีเหตุยิงเอ็ม 79 จำนวน 2 ลูก เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาได้ 3-4 คน มีปืนอาก้า ปืนปากกา และปืนลูกซอง อย่างละ 1 กระบอก นอกจากนั้นพบปืนยิงเอ็ม 79 บริเวณใกล้เคียง แต่ขณะนี้ยังหาผู้ครอบครองไม่ได้ ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย ใครผิดต้องรับโทษ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตามเหตุที่เกิดขึ้นคนย่อมเพ่งเล็งมาที่รัฐบาล แต่เหตุอย่างนี้มันแกล้งกันง่าย เพราะนายกฯเป็นคู่ความอยู่กับ ป.ป.ช. อยากขอให้ทุกหน่วยงานทำอย่าง ป.ป.ช. ใครบุกรุกแจ้งจับร้องศาล

ป.ป.ช.เชื่อสาเหตุคดีใกล้เสร็จ

นายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวถึงเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มสำนักงาน ป.ป.ช.ครั้งล่าสุดว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ได้รับความเสียหาย 2 จุดคือ 1.กระจกห้องน้ำ รวมชั้น 4 อาคาร 1 อยู่ติดกับห้องทำงานของนายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการ ป.ป.ช. 2.หัวมุมตัวอาคาร 4 คาดว่าน่าจะยิงมาจากสะพานลอยช่วงซอยนนทบุรี 46 และ 48 บริเวณหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. อยู่ในจุดพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม กวป. สาเหตุต้องการข่มขวัญการทำงานของคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ไม่ให้เข้าทำงาน เนื่องจากขณะนี้มี ป.ป.ช.อยู่ระหว่างการไต่สวนหลายคดีสำคัญของรัฐบาลใกล้ได้ข้อยุติแล้ว ยอมรับว่าอาจมีผลกระทบต่อขวัญกำลังใจการทำงานของเจ้าหน้าที่บ้าง แต่การทำงานของ ป.ป.ช.จะเดินหน้าต่อ หลังจากนี้จะเพิ่มความเข้มข้นการรักษาความปลอดภัย จะขอเพิ่มสายตรวจตลอด 24 ชั่วโมง และเฝ้าระวังจุดสุ่มเสี่ยงรอบสำนักงาน ป.ป.ช.เป็นพิเศษ โดยกรรมการ ป.ป.ช.กำชับให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้

เย้ย “เทือก” ชุมนุมใหญ่ไม่เกิน 3 หมื่น

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส.กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม กปปส.วันที่ 29 มี.ค.ว่า ต้องดูแลความสงบเรียบร้อย ถ้าชุมนุมสงบ ปราศจากอาวุธเป็นสิทธิ์ ประเมินว่าจะมีผู้ชุมนุมไม่เกิน 3 หมื่น เพราะคน กทม.เขาเบื่อไม่ชอบนายกฯคนกลาง แต่เป็นม็อบมีเส้นบรรยากาศจะคึกคักทำอะไรได้หมด แต่ ศอ.รส.ไม่ติดตามเป็นพิเศษ เพราะไม่มีอะไรไม่มีใครเอาด้วยแล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมาชุมนุมเหลือ 2,500 หน้าเดิมทั้งนั้น ถ้าเกิดเหตุมือที่สามทำกันเอง พวกตนไม่ทำอยู่แล้ว

ศอ.รส.เผยปิดที่ราชการ 35 คดี

พ.ต.ท.หญิง พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล คณะทำงาน ศอ.รส. แถลงผลการประชุม ศอ.รส.ว่า ศอ.รส.ร่วมกับส่วนราชการดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มต่างๆที่นำมวลชนไปปิดล้อมสถานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐ โดยมีการดำเนินคดีกับแกนนำแล้วเป็นจำนวน 35 คดี แยกเป็นคดีของ กปปส. จำนวน 32 คดี เป็นคดีของกลุ่ม กวป.ที่ปิดล้อมสำนักงาน ป.ป.ช.3 คดี ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากดีเอสไอถึงการดำเนินคดีพิเศษกรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส. รวม 58 คน ถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันเป็นกบฏ ร่วมกันยุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย ร่วมกันมั่วสุมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และความผิดฐานอื่นๆ ว่า พนักงานสอบสวนต้องนำการกระทำความผิดฐานอื่นหลายเรื่องที่เกี่ยวกับการกระทำผิดเดิม เพื่อดำเนินคดีเป็นคดีพิเศษเพิ่มเข้าไปด้วย โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรวบรวมคดีบุกรุกสถานที่ราชการและหน่วยงานของรัฐ ที่นายสุเทพและแกนนำได้ร่วมกันกระทำผิด ส่งสำนวนคดีมาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับดำเนินการต่อในฐานะเป็นคดีพิเศษ

ใช้กฎอัยการศึกแล้วแต่สถานการณ์

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงในหลายจุดขณะนี้ว่า ถือว่าอยู่ในสภาวะไร้ระเบียบ เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เป็นสภาวะที่ไม่น่าสบายใจมากนัก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้เห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ที่เห็นว่าไม่ต้องใช้กฎเกณฑ์อะไรแก้ไข เพียงแต่ทุกคนมีจิตใจดีต่อกันที่จะลดความรุนแรง ยึดหลักสันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ เพราะไม่มีใครสามารถป้องกันเหตุความรุนแรงบ้านเมืองได้ตลอดเวลาและทั้งหมด การตั้งจุดตรวจความมั่นคงของทหาร อยากให้ทุกฝ่ายมองว่ามีประโยชน์และเป็นเจตนาที่ดี ทหารออกไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ศอ.รส.ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านการอนุมัติของ รมว.กลาโหม ส่วนความเป็นไปได้ที่จะประกาศกฎอัยการศึกขึ้นอยู่กับสถานการณ์เป็นตัวกำหนด

ขอ 2 ขั้วตั้งสติพักรบ เม.ย.

พล.อ.นิพัทธ์กล่าวว่า คิดว่าตลอดเดือน เม.ย.เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์วันขึ้นปีใหม่ไทย มีวันหยุดราชการ อยากชักชวนให้ทุกคนพักและตั้งสติ คนไทยทุกคนอยากกลับไปกราบไหว้บรรพบุรุษ บุพการี ดังนั้น 30 วันของเดือน เม.ย.ขอให้พักตั้งสติ ใช้เวลาไตร่ตรอง เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุขระยะหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าจะทำกันได้หรือไม่ เมื่อถามว่าผู้ชุมนุม กปปส. และ นปช.ควรจะยุติการเคลื่อนไหวใช่หรือไม่ พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวว่า ลองคิดและหารูปแบบลดโทสะ โมหะ ให้สิ่งต่างๆที่มืดมัวลดลง ทุกคนไม่ว่าเจ้าหน้าที่ ประชาชน ผู้มาชุมนุมอ่อนล้าเหนื่อยมาพอสมควร ขอให้พักกันสักนิด จากนั้นค่อยมาหารือกันใหม่ อาจจะคิดอะไรดีๆออกก็ได้ เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดปฏิวัติเงียบ พล.อ.นิพัทธ์กล่าวว่า เชื่อว่า 30 วันในเดือน เม.ย.ทุกคนอยากพักผ่อนและมีความสุข

คุมเข้มสถานที่ราชการ–บ้านพัก

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นประธาน การประชุม ศปก.ตร.ติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ชุมนุมและภาพรวมคดีอาชญากรรม พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า เป็นห่วงสถานการณ์ที่มีการใช้อาวุธสงครามยิงใส่สถานที่ราชการสำคัญ และบ้านพักบุคคลที่เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความสับสนรุนแรงในบ้านเมือง ได้มอบหมาย พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.วางมาตรการป้องกันการก่อเหตุและมอบหมายให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าชุดด้านการสืบสวนสอบสวน กำชับ ผบช.น และ ผบช.ภาค เพิ่มความเข้มข้นในการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ บ้านพัก และสถานที่ราชการ ในส่วนของเครื่องยิงเอ็ม 79 วิถีโค้งที่หวังผลรัศมี 400 เมตร การตั้งด่านตรวจค้นอาวุธและบุคคลต้องเข้มและสอดคล้องสภาพเหตุการณ์ และให้ ผบช.น.ประสานแกนนำเพื่อดูแลความปลอดภัยกลุ่มผู้ชุมนุมที่นัดเดินในหลายพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุแทรกซ้อนขึ้น

“วินัย” ชี้หาตัวมือยิงเอ็ม 79 ยาก

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ ถึงเหตุคนร้ายใช้เครื่องยิงเอ็ม 79 ก่อเหตุบ่อยครั้งว่า ก่อนหน้าได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปกดดันกลุ่มต่างๆที่มีการข่าวเคยก่อเหตุมาก่อน ทำให้กลุ่มเหล่านี้ก็หยุดเคลื่อนไหวหยุดก่อเหตุ แต่ปัจจุบันเริ่มเป็นฝีมือจากผู้ก่อเหตุที่ไม่มีสังกัด ไม่มีกลุ่มที่แน่นอน เป็นการลงมือทำคนเดียว ทำให้สืบสวนยากขึ้น ในกรณีการยิงเอ็ม 79 จากหลักฐานที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุ หากยิงแล้วแตกระเบิด หลักฐานจะเสียหายทั้งหมดไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่จะมีในกรณีที่ยิงที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และที่ ศอ.รส. ได้พยานเห็นคนร้าย และยังพบปลอกกระสุนที่ใช้ก่อเหตุ จึงได้เก็บหมายเลขซีเรียลนัมเบอร์ไว้ทำการเปรียบเทียบ นอกจากนั้นในส่วนระเบิดที่ยิงแล้วไม่แตก หรือไม่ทำงานก็สามารถนำเกลียวลำกล้องมาพิสูจน์เอกลักษณ์ได้ โดยจะนำมาตรวจเปรียบเทียบกับของกลางที่ตรวจยึดได้ที่ จ.นนทบุรี ว่าตรงกันหรือไม่

บุกจับเลขาฯ “ตั๊น” คาร้านอาหาร

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการ ให้ พ.ต.อ.อุเทน นุ้นพิน ผกก.สส.บก.น.8 พ.ต.ท.นิรันดร์ ประดิษฐ์อัสดร รอง ผกก.สส.บก.น.8 ร.ต.อ.จักรวัฒน์ เร่งถนอมทรัพย์ รอง สว.สส.3 บก.สส.ภ.1 นำหมายศาลอาญาที่ 74/2557 ลงวันที่ 17 ก.พ.57 บุกเข้าจับกุมนายธัชชัย ธุรกิจขจร อายุ 49 ปี เลขานุการส่วนตัวของ น.ส.จิตภัสร์ หรือตั๊น กฤดากร แกนนำ กปปส. ขณะนั่งรับประทานอาหารอยู่ภายในร้าน “รถเสบียง” ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. ในการกระทำความผิดขัดขวางการใช้สิทธิเลือกตั้งส่งให้พนักงานสอบสวน สน.พญาไท เจ้าตัวปฏิเสธ และไม่ให้การในชั้นสอบสวนระบุขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น และใช้เงิน 100,000 บาท ประกันตัวไป

“จาตุรนต์” ขอ ตร.ช่วยดูเด็กไปสอบ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการสอบเข้าเรียนต่อชั้น ม. 1 ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ ในวันที่ 29 มี.ค. ซึ่งตรงกับวันนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม กปปส. และมีหลายฝ่ายห่วงใยว่าการจราจรจะติดขัดและเด็กไปสอบไม่ทัน ว่าตนได้กำชับให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดูแลการจัดสอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ดูแลอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทาง รวมทั้งความปลอดภัยให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่สามารถเลื่อนการสอบได้เพราะได้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า หากมีการเลื่อนวันออกไปจะกระทบกับปฏิทินการรับนักเรียน และวันเปิดภาคเรียน

ด้านนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่าในวันที่ 29 มี.ค.นี้ สพฐ.ได้แบ่งสายไปตรวจเยี่ยมสนามสอบเพื่อดูความเรียบร้อย และแก้ปัญหาหากมีเหตุฉุกเฉิน

ปชป.จี้ถอนประกัน “ตู่—เต้น”

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้ศาลอาญาถอนประกันนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการ นปช. โดยดูจากพฤติกรรมที่ปรากฏ เชื่อว่าจะสร้างเหตุจากการระดมคนเสื้อแดงมาชุมนุม และวันที่ 1 เม.ย.มีความพยายามสร้างความวุ่นวายทั่วประเทศ โดยให้คนเสื้อแดงไปแจ้งความตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั่วประเทศ สอดรับการที่นายณัฐวุฒิเปิดเผยชื่อนายกฯคนกลางและคณะรัฐมนตรี โดยแจ้งว่าวันที่ 5 เม.ย. วุฒิสภาจะเปิดประชุมวุฒิสภาวิสามัญเพื่อเสนอนายกฯคนกลาง ทั้งที่ยังไม่เปิดประชุมรัฐสภา และวันที่ 5 เม.ย.เป็นวันเสาร์ วันหยุดราชการจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดประชุม นอกจากนี้ จะระดมคนเสื้อแดงเข้ามากรุงเทพฯ หากมีการเสนอนายกฯคนกลางจะให้เสื้อแดงปิดกรุงเทพฯ 20 จุด พร้อมบอกว่าจะเป็นเมษาเลือด เพราะคนเสื้อแดงเคยทำมาแล้ว จึงเป็นเพียงการจุดกระแสปลุกระดมเท่านั้น

แจ้งดำเนินคดี 6 ตลก.

พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ อดีตนายตำรวจประจำสำนักงานเลขาธิการนายกฯ ในฐานะประธานชมรมคนรักษ์ประชาธิปไตย พร้อมนางรัตนาวรรณ สุขศาลา ประธาน นปช.อุดรธานี และกลุ่มคนเสื้อแดงร่วม 20 คน แต่งชุดดำ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.บรรจบ สีหานาวี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี แจ้งความดำเนินคดีต่อคณะ กกต.ทั้ง 5 คน และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 6 คน ประกอบด้วย นายจรูญ อินทจาร นายจรัญ ภักดีธนากุล นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นายนุรักษ์ มาประณีต นายบุญส่ง กุลบุปผา และนายสุพจน์ ไข่มุกด์ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 269 ประกอบมาตรา 209 และ 210 คณะตุลาการศาล รธน.ได้วินิจฉัยในเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอตามมาตรา 245 (1) ว่าการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะหรือไม่ โดยคณะตุลาการศาล รธน.เสียงข้างมากทั้ง 6 คน ได้วินิจฉัยว่า ไม่ได้มีการจัดการเลือกตั้งในวันเดียวกันตามที่ รธน.กำหนด และให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ

“เต้น” ชี้สถานการณ์เหมือนปี 49

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวในการแถลงข่าว “ถลกหนังเทือก” ระบุว่า ขอเปิดโปงแผนของ กปปส. ที่ประกาศว่าจะปฏิรูปประเทศตั้งสภาประชาชนนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยเกิดแล้วหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อ 19 ก.ย.49 สังเกตได้ว่า จุดเริ่มต้นคล้ายกันคือจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล แล้วเป็นพันธมิตรฯ แต่ยุคนี้เปลี่ยนมาเริ่มที่พรรคประชาธิปัตย์ แล้วเป็นนายสุเทพ กปปส. ปลายทางเหมือนกันคือประชาธิปัตย์บอยคอตการเลือกตั้ง แล้วศาลรัฐธรรมนูญก็ให้การเลือกตั้ง็เป็นโมฆะ สถานีต่อไปที่คนพวกนี้จะทำคือฉีกรัฐธรรมนูญ แล้วเอาพวกที่ขึ้นเวที กปปส.ด่ารัฐบาลมาเป็นนายกฯ เป็น ครม.เถื่อน เป็นสมาชิกสภาประชาชน ไม่ต่างกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมัย รัฐประหาร 49 โดยยังรับเงินเดือนเท่า ส.ส.และทำหน้าที่พิจารณากฎหมายด้วย

ท้า “สุเทพ” ประกาศไม่นิรโทษฯ

เลขาธิการ นปช.กล่าวว่า ขอถามชาวนกหวีดว่า ถ้านายสุเทพกระทำการสำเร็จ ต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองและพวก ถ้าไม่เป็นอย่างที่ตนพูด ก็ท้าให้นายสุเทพและแกนนำ กปปส.ทุกคน ประกาศให้ชัดว่า จะไม่ออก ก.ม.นิรโทษกรรมให้ตัวเอง รวมถึงเรียกร้องคนที่ขึ้นเวที กปปส.ทุกคน ประกาศให้ชัดจะไม่รับตำแหน่ง ใน ครม.เถื่อน สภาเถื่อน กล้าหรือไม่ ทั้งนี้ ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ นปช.จะเชิญแกนนำทุกจังหวัดร่วมปิดห้องประชุมในวันเดียวกับที่ กปปส.ชุมนุมใหญ่ จากนั้นในวันที่ 5 เม.ย. เป็นวันดีเดย์ เราจะไม่ใช้ความรุนแรงไม่เผชิญหน้า คนจะมาเดินขบวนกับนายสุเทพเท่าไหร่ไม่สำคัญ ถึงเวลาของเราจะพร้อมออกมาร่วมใจกันหรือไม่

คปท.บุก สตช.ให้หนุนปฏิรูป

กลุ่มผู้ชุมนุม คปท.นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ และนายอุทัย ยอดมณี เคลื่อนมวลชนมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือขอให้ตำรวจปฏิเสธอำนาจรัฐบาล สนับสนุนขบวนการปฏิรูปประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจอยู่ข้างประชาชน ไม่ตกภายใต้การควบคุมของฝ่ายการเมืองและหลักฐานการกระทำผิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมี พ.ต.อ.สุรัศมิ์ชัย อุดมรัตน์วชัย รอง ผบก.กองวิจัย เป็นตัวแทนรับ นายนิติธรกล่าวว่า ต้องการให้มีการปฏิรูประบบตำรวจ หวังว่าตำรวจจะใส่เครื่องแบบมาอยู่เคียงข้างประชาชน ดำเนินคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฐานทุจริตการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จากนั้นออกเดินรณรงค์คัดค้านเลือกตั้ง ส.ว. เพราะต้องการให้เกิดการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง และเชิญชวนประชาชนร่วมชุมนุมกับกลุ่ม คปท. ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ที่เวทีสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลกข้างทำเนียบรัฐบาล

“พุทธอิสระ” บอกมีฮา–โหด

ด้านพุทธอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ได้สั่งให้รวบรวมมวลชน เตรียมเคลื่อนพล ทำกิจกรรมในวันเสาร์ ที่ 29 มี.ค. เวลา 08.00 น. แต่ยังไม่บอกว่าเป็นที่ใด เป็นการเคลื่อนไหวพร้อมกับเวทีสวนลุมพินี โดยพุทธอิสระกล่าวว่า รับรองมีฮา มีเสียว และมีโหด

“สุเทพ” นำเดินขบวนเยาวราช

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.15 น. กิจกรรมรณรงค์เชิญชวนชาว กทม.มาร่วมชุมนุมใหญ่วันที่ 29 มี.ค.ของกลุ่ม กปปส.เริ่มขึ้น โดยขบวนได้เคลื่อนออกจากสวนลุมพินี จากนั้นไปจัดริ้วขบวนที่แยกวัดตึกมีขบวนธงไตรรงค์ออกเดินนำหน้า ตามด้วยรถหกล้อพร้อมเครื่องขยายเสียง มีแกนนำ อาทิ นาย ประพันธ์ คูณมี นายวิทยา แก้วภราดัย ปราศรัยบนรถคันดังกล่าว ต่อจากนั้นเป็นขบวนการ์ดที่จับมือล้อมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. แกนนำและพุทธอิสระที่มาร่วมเดินด้วย ปิดท้ายขบวนด้วยรถหกล้อติดเครื่องขยายเสียง จากนั้นจึงเคลื่อนขบวนตามถนนเยาวราช โดยมีประชาชนมายืนรอ โบกธง บริจาคเงิน และถ่ายรูปกับนายสุเทพทั้งสองข้างทางทำให้ขบวนเป็นไปอย่างล่าช้า

มวลชน ตจว.ทยอยเข้าเวทีคึก

จากนั้นขบวนออกเดินต่อโดยเลี้ยวซ้ายเข้าตรอกข้าวหลาม ก่อนเลี้ยวขวาผ่านหน้าโรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒารามในพระบรมราชูปถัมภ์ มีเด็กนักเรียนและอาจารย์จำนวนหนึ่งมาเป่านกหวีดต้อนรับ จากนั้นเลี้ยวซ้ายแยกสี่พระยา ก่อนจะเลี้ยวขวาเข้าถนนมหาเศรษฐ์ โดยระหว่างต้นทางเข้าถนนมหาเศรษฐ์ มีหญิงวัยกลางคนขับรถเก๋งมิตซูบิชิ ทะเบียน วฮ 4604 ออกจากซอยข้างร้านครัวเจ๊ง้อ การ์ดพยายามกันไว้เพื่อให้ขบวนผ่านก่อน แต่หญิงคนดังกล่าวไม่ยอม บีบแตรแสดงความไม่พอใจและพยายามขับรถออกมา แม้การ์ดขวางอยู่ จนในที่สุดการ์ดต้องยอมให้ขับฝ่าไป จากนั้นขบวนเข้าสู่ถนนมเหสักข์ มุ่งหน้าถนนสุรศักดิ์ โดยหยุดรับประทานอาหารกลางวันหน้าตึกบริษัททรัพย์สินอาคารประภาวิทย์จำกัด เยื้องๆกับห้างฮอลิเดย์อินน์ จากนั้นขบวนเคลื่อนผ่าน สน.ยานนาวา บริเวณบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด มีพนักงานออกมาเป่านกหวีดโบกธงต้อนรับ ก่อนขบวนเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาทร และกลับถึงเวทีสวนลุมพินี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงเย็นมวลชนจากต่างจังหวัดทยอยเข้าเวทีอย่างต่อเนื่องทำให้บรรยากาศก่อนถึงวันชุมนุมใหญ่คึกคักเป็นอย่างมาก

จัด 6 ขบวนไปลานพระรูปฯ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมการชุมนุมใหญ่วันที่ 29 มี.ค.จะใช้ ชื่อว่า “วันสองเท้าก้าวเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย” จะเป็นการแสดงพลังอย่างคึกคักหนาแน่นพิสูจน์ให้เห็น ว่าประชาชนต้องการปฏิรูป เริ่มตั้งขบวนเวลา 09.30 น. แบ่งออกเป็น 6 ขบวน กระจายทั่วสวนลุมพินี ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และแกนนำ จะอยู่ระหว่างขบวนที่ 3 และ 4 จากนั้นทุกขบวนจะออกเดินทางจากถนนราชดำริ เลี้ยวซ้ายแยกราชประสงค์ มุ่งหน้าแยกปทุมวัน ก่อนจะเลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท เดินตรงไปเลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา ผ่านหน้าวัด เบญจมบพิตรฯ เลี้ยวขวาสู่ลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 และจะส่งตัวแทนไปสักการะรัชกาลที่ 7 ที่รัฐสภา ทั้งนี้ ระยะทางจากสวนลุมฯถึงลานพระบรมรูปทรงม้าประมาณ 9 กิโลเมตร คาดว่าจะถึงจุดหมายเวลา 13.00 น. เนื่องจากขบวนยาวเป็นกิโลเมตรอาจใช้เวลามาก หลังเสร็จทำกิจกรรมและรับประทานอาหารเที่ยงก็จะเดินทางกลับยังเวทีสวนลุมพินี

ฟุ้งทุกองค์กรสถาบันร่วมขบวน

กระทั่งเวลา 21.50 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.ขึ้นเวทีชี้แจงริ้วขบวนชุมนุมใหญ่ นายสาทิตย์กล่าวว่า จะเคลื่อนขบวนเวลา 09.30 น. ตั้งรูปขบวนโดยขบวนที่ 1.ตรงข้ามโรงแรมดุสิตธานี หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ร.6 2.ประตู 3 ตรงข้ามตึกอื้อจือเหลียง 3.สวนลุมไนท์พลาซ่า 4.ตรงข้ามสน.ลุมพินี 5.แยกสารสินตัดถนนวิทยุ 6.ประตู 7 สวนลุมฯ ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมในแต่ละขบวน อาทิ 1.เครือข่ายอาสาสมัครทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หอการค้า เชียงใหม่ ผู้ค้าสลากตาบอด กลุ่มบุรีรัมย์รักชาติและชาวนาบุรีรัมย์ 2.กปปส.ภาคกลาง ตะวันออก สมาคมชาวนาข้าวไทย ศิษย์เก่าสาธิตจุฬา ภาคีเครือข่ายนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย 3.กลุ่มศิลปินลูกทุ่งและตลก กลุ่มธรรมศาสตร์ภิวัฒน์ กลุ่มนักธุรกิจ ลูกจีนรักชาติ เครือข่ายมุสลิม ประชาคม  มสธ. สหภาพ กฟผ. 4.สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ คนไทยเชื้อสายอินเดีย ศิษย์เก่าอัสสัมชัญ วัฒนา วิทยาลัย มศว ประสานมิตร 5.กลุ่มหลากหลายทางเพศ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน สวนกุหลาบ ราชินี 6.ศิษย์เก่าอำนวยศิลป์ โรงเรียนบดินทรเดชา พระจอมเกล้าธนบุรี ศิลปากร กปปส.พิจิตร นิด้า มอ.หาดใหญ่ มหิดล เครือข่ายชาวนาไทย

“เทือก” เมินทุกสูตร รบ.เฉพาะกาล

ต่อมานายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขึ้นเวทีปราศรัยว่า เชื่อว่าในวันที่ 29 มี.ค.นี้ จะเป็นการเดินขบวนยิ่งใหญ่ เป็นประวัติศาสตร์ เป็นการย้ำเจตนารมณ์ของประชาชนว่า การให้ประเทศมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ต้องเอายิ่งลักษณ์ออกไป จึงจะปฏิรูปได้ ต้องให้คนในระบอบทักษิณรู้ว่า อย่าบังอาจจัดการเลือกตั้งอีก เพราะเราจะไม่ยอมให้สำเร็จ และอย่ามาอ้างว่าพรรคการเมืองตกลงกันแล้ว เพราะเราไม่ใช่นักการเมือง และเราไม่เอาด้วย กรณีที่ไปคิดสูตรต่างๆกันมา จะให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลากิจไม่ปฏิบัติหน้าที่ แล้วให้รองนายกฯคนใดคนหนึ่งขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แทน โดยเชิญชวนเผื่อแผ่ให้คนของ กปปส. เข้าร่วมเป็นรัฐมนตรีด้วย จากนั้นจะประกาศลงสัตยาบันว่าจะปฏิรูปอย่างนั้นอย่างนี้ เรายืนยันว่าไม่เอาสูตรที่นักวิชาการเสนออย่างโง่ๆ ให้ตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล จากสัดส่วนพรรคการเมืองต่างๆ ไม่ต้องมาเสนอหรือมาต่อรอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องออกไป ระบอบทักษิณต้องหมดไปจากประเทศไทย ยืนยันว่าการเดินขบวนครั้งนี้ สิ่งที่จะได้คือไม่มีการเลือกตั้งแน่นอน ได้หยุดยั้งไม่ให้มีกระบวนการเลือกตั้งเกิดขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์อย่าหวังว่าจะได้ชุบตัวในการเลือกตั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้