วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ญี่ปุ่นคาดเจอซาก777

ดาวเทียมพบวัตถุ ออสซี่ปรับจุดค้น ไทยจะส่งภาพเพิ่ม

สำนักงานความปลอดภัยทางทะเลของออสเตรเลีย ปรับทิศทางค้นหาเครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์สใหม่ จากนอกฝั่งชายทะเลเมืองเพิร์ธ ทาง ตะวันตกเฉียงใต้ เป็นด้านฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ในมหาสมุทรอินเดีย หลังได้รับข้อมูลจากจอเรดาร์ตรวจพบเครื่องบินปริศนา ใช้ความเร็วผิดปกติกว่าที่คาดไว้ ขณะที่ดาวเทียมญี่ปุ่นพบวัตถุลอยกลางทะเลอีก ส่วน ดร.อานนท์ยืนยันภาพจากดาวเทียมไทยโชตที่ถ่ายได้เป็นวัตถุจริง ไม่ใช่เรือประมง

หลังจากที่ดาวเทียมไทยค้นพบวัตถุต้องสงสัยกว่า 300 ชิ้นในทะเลทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากเมืองเพิร์ธ ของออสเตรเลีย ไปทางตะวันตกเฉียงใต้กว่า 2 พันกิโลเมตร แม้จะยังไม่มีการพิสูจน์ว่าใช่เครื่องบินโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ เที่ยวบินที่เอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์สหรือ ไม่ แต่ปฏิบัติการค้นหาดังกล่าวยังคงเดินหน้าต่อไป

ความคืบหน้าเรื่องนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายจอห์น ยัง ผอ.ทั่วไป ของสำนักงานความปลอดภัยทางทะเลของออสเตรเลีย (เอเอ็มเอสเอ) ออกมาแถลงว่า ปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินต้องเปลี่ยนทิศทางใหม่จากนอกชายฝั่งทะเลเมืองเพิร์ธ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 2,500 กิโลเมตร ย้ายจากจุดเดิมไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 1,100 กิโลเมตร ในมหาสมุทรอินเดีย หลังจากการ วิเคราะห์ข้อมูลจากเรดาร์ที่ตรวจพบระหว่างทะเลจีนใต้กับช่องแคบมะละกา ชี้ให้เห็นว่าเครื่องบินลำดังกล่าวเร่งเครื่องใช้ความเร็วผิดปกติกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้น้ำมันหมดเร็ว จึงต้องย่นระยะทางการค้นหา ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนการค้นหาใหม่เท่านั้น

ขณะเดียวกัน ศูนย์ข่าวกรองดาวเทียมญี่ปุ่นเผยถึงภาพถ่ายจากดาวเทียมตรวจพบเมื่อเวลา 07.00-13.00 น.ของวันที่ 26 มี.ค. เป็นชิ้นส่วนวัตถุลอยอยู่นอกชายฝั่งเมืองเพิร์ธ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 2,500 กิโลเมตร ขนาดใหญ่ที่สุดวัดได้ 32 เมตร ซึ่งญี่ปุ่นได้แจ้งจุดที่พบและข้อมูลอื่นๆให้กับทางการมาเลเซียแล้ว ยกเว้นภาพดาวเทียมเนื่องจากเป็นข้อมูลลับของทางราชการและความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม โศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังส่งผล ถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับมาเลเซีย เพราะความโกรธแค้นของญาติผู้โดยสารที่ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ทั้งเรื่องความล่าช้าและไม่เปิดเผยข้อมูล ทำให้นายฮิชามุดดิน ฮุซเซน รมต.คมนาคมและกลาโหมของมาเลเซีย ถึงกับถามคำถามกลับผู้สื่อข่าวจีนกับข้อกล่าวหาดังกล่าวว่า เหตุที่ต้องเสียเวลาค้นหาก็เพราะก่อนหน้านี้ ดาวเทียมจีนเผยแพร่ภาพพบซากชิ้นส่วนเครื่องบินในทะเลจีนใต้ ซึ่งต่อมารัฐบาลจีนได้ออกมายอมรับว่า ไม่ใช่ จึงได้เปลี่ยนมาที่มหาสมุทรอินเดีย

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์มาเลย์ เมล์ ซึ่งควบคุมโดยรัฐบาลมาเลเซีย ได้ตีพิมพ์หน้าหนึ่งว่า “เอ็มเอช 370-มาเลเซียถูกโจมตี” แล้วขยายเนื้อข่าวถึงหลายๆ ประเทศที่เรานับเป็นเพื่อนก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงมิตรภาพ แต่ดูเหมือนรัฐบาลประเทศเหล่านั้นมีความสุข โดยปล่อยให้ประชาชนของตัวเองวิจารณ์และกล่าวหาพวกเราโดยปราศจากข้อมูล นอกจากนี้บทความดังกล่าวยังเรียกร้องให้นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ชักชวนประชาชนปกป้องชื่อเสียงและเกียรติยศของประเทศ

ด้าน ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) ยืนยันว่า ภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกข้อมูลได้จากดาวเทียมไทยโชต ซึ่งภาพที่ได้เป็นพิกเซลล์สุดท้ายของการถ่ายภาพเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา พบวัตถุ 200-300 ชิ้น ในน่านน้ำมหาสมุทรอินเดีย โดยจุดที่พบเป็นวัตถุจริง ไม่ใช่เรือประมง ซึ่งประเทศ ไทยได้ใช้จุดพิกัดภาพถ่ายของประเทศฝรั่งเศส ที่เคยพบวัตถุมาเป็นตัวอ้างอิง หลังทางการมาเลเซียได้รับภาพถ่ายของไทยก็ยอมรับว่ามีความชัดเจนที่สุด โดยขณะนี้จิสด้าเตรียมถ่ายภาพในพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณดังกล่าว ส่งให้มาเลเซียเพิ่มเติมอีก เพื่อช่วยในการตรวจสอบของทีมภาคพื้น โดยขณะนี้กระแสข่าวการพบวัตถุในน่านน้ำทะเลของดาวเทียมไทยโชต เป็นที่สนใจของสื่อต่างชาติจำนวนมากด้วย

29 มี.ค. 2557 07:17 ไทยรัฐ