วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับใส่กำไลฝังชิพ ไกด์-แท็กซี่เถื่อน ก่อคดีสุวรรณภูมิ

ศาลแขวงสมุทรปราการ ร่วมกับ กรมคุมประพฤติและการท่าอากาศยานไทย ปิ๊งไอเดียไฮเทค เตรียมนำกำไลฝังไมโครชิพคุมเข้มกลุ่ม “แท็กซี่เถื่อน” รวมถึง “ไกด์ผี” ที่ถูกพิพากษาในคดีบุกรุก และก่อความเดือดร้อนรำคาญในสนามบินสุวรรณภูมิ ห้ามเข้าพื้นที่เด็ดขาด ทว่ายังฝ่าฝืนแอบย่องไปกระทำผิดซ้ำซาก เชื่อเป็นมาตรการขจัดปัญหา เรียกความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ที่อาคารสำนักงานท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 มี.ค. นายอวิรุทธ์ ชาญชัยกิตติกร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงสมุทรปราการ น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมคุมประพฤติ นายประพนธ์ ปัทมกิจสกุล รอง ผอ.ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าว เตรียมนำเครื่องมือควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไลฝังไมโครชิพคุมประพฤติผู้กระทำความผิดคดีบุกรุก หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญในบริเวณสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ หลังมีรถแท็กซี่เถื่อน หรือไกด์ผี เข้าไปก่อความเดือดร้อนให้นักท่องเที่ยว

นายอวิรุทธ์ ชาญชัยกิตติกร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากศาลแขวงสมุทรปราการเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่เกิดขึ้นในเขตท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ส่วนใหญ่จะเป็นคดีลักทรัพย์ บุกรุก หลอกลวง ฉ้อโกงนักท่องเที่ยว ผู้กระทำความผิดบางรายทำตัวเป็นไกด์ผี หรือแท็กซี่เถื่อน เข้ามากระทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ศาลแขวงสมุทรปราการตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี และมีคำพิพากษาอย่างเด็ดขาดแก่ผู้กระทำความผิด แต่ภายหลังที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิด มีคำสั่งห้ามเข้าไปในเขตกำหนด คือ พื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ผู้กระทำผิดยังคงฝ่าฝืน กระทำความผิดซ้ำซาก โดยที่ไม่มีมาตรการอื่นใดตรวจสอบได้เลย

ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงสมุทรปราการ กล่าวว่า ต่อมา กรมคุมประพฤติมีนโยบายนำกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ศาลแขวงสมุทรปราการเห็นว่า วิธีนี้จะทำให้การพิพากษามีการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงประสานกรมคุมประพฤติและการท่าอากาศยานสุวรรณภูมินำเครื่องมือควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้กับผู้ถูกคุมประพฤติในคดีบุกรุก และก่อความเดือดร้อนรำคาญในเขตสนามบิน โดยเฉพาะกลุ่มแท็กซี่เถื่อน หรือไกด์ผี ส่วนระยะเวลาในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์คุมประพฤติต้องปรึกษากับศาลอีกครั้งว่าจะให้ผู้ถูกคุมประพฤติใส่เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์นานแค่ไหน เบื้องต้นในคดีบุกรุกหรือก่อความเดือดร้อนรำคาญ ศาลจะพิพากษาจำคุก 6 เดือน-1 ปี

นายอวิรุทธ์กล่าวอีกว่า ประโยชน์ของการคุมประพฤติด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์จะทำให้ผู้ถูกคุมประพฤติไม่ต้องมาสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้นักท่องเที่ยวที่สนามบินอีก พร้อมปิดโอกาสให้ไปประกอบวิชาชีพได้โดยไม่ลงโทษจำคุกทันที ส่วนผู้ที่ถูกคุมประพฤติใส่เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในพื้นที่สนามบิน ศาลต้องไต่สวนถึงเหตุผลความจำเป็นที่ผู้ถูกคุมความประพฤติเข้ามา หากเข้ามาส่งครอบครัวไปต่างประเทศคงไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขศาล นอกจากนี้ การใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ศาลจะพิจารณาตามพฤติการณ์เป็นรายคดีให้เหมาะสมกับแต่ละคน มีคดีบุกรุกในศาลอยู่หลายสิบคดี อยู่ในชั้นอัยการ 30 กว่าเรื่อง ในอนาคตหากการทดลองนำร่องได้ผลดีจะมีการขยายใช้เครื่องมือดังกล่าวคุมประพฤติผู้กระทำความผิดในคดีอัตราโทษไม่สูงในสนามบินอื่นๆต่อไป

ด้าน น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ระบุว่า เมื่อศาลแขวงสมุทรปราการสั่งคุมประพฤติผู้กระทำความผิดคดีก่อความเดือดร้อนรำคาญ หรือบุกรุกในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ พนักงานคุมประพฤติจะติดตามผู้ถูกคุมประพฤติผ่านระบบจีพีเอส หากผู้ถูกคุมประพฤติเข้าเขตพื้นที่สนามบินในระยะ 300 เมตร ระบบจะแจ้งเตือนไปยังศูนย์ควบคุมกลางที่กรมคุมประพฤติ จากนั้นจะเป็นหน้าที่ของ ผอ.สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสมุทรปราการที่จะให้อาสาสมัครคุมประพฤติออกติดตามสอบถามถึงการเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน แล้วทำรายงานเสนอศาลพิจารณาต่อไป

29 มี.ค. 2557 07:13 ไทยรัฐ