วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'พระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง' ชู 10 กลุ่มงานวิจัยสู่นวัตกรรมสร้างชาติ

พระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ชูแนวทางการพัฒนาประเทศไทยในปี 57 ตามแนวคิด “รากฐานนวัตกรรมสร้างชาติ” พร้อมเสนอ 10 กลุ่มงานวิจัย มุ่งสู่อันดับ 1 ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ..

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2557 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เสนอแนวทางการพัฒนาประเทศไทยในปี 2557 ผ่านแนวคิด “รากฐานนวัตกรรมสร้างชาติ: The Nation of Innovation” ด้วย 10 กลุ่มงานวิจัย อันได้แก่ กลุ่มพลังงาน กลุ่มเกษตรและอาหาร กลุ่มสิ่งแวดล้อม กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มวัสดุศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี กลุ่มการออกแบบและศิลปวัฒนธรรม กลุ่มการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ กลุ่มการพัฒนาองค์กรและเศรษฐกิจ กลุ่มการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น และกลุ่มการเรียนการสอน พร้อมกลยุทธ์เพื่อก้าวสู่การเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำที่มีความโดดเด่นทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศไทย

ศาสตราจารย์ ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า เป้าหมายที่สำคัญของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในปี พ.ศ. 2557 คือการยกระดับสถาบันไปสู่การเป็นสถาบันการศึกษาอันดับหนึ่งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีจุดเด่นในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ ภายใต้แนวคิด “รากฐานนวัตกรรมสร้างชาติ: The Nation of Innovation” มหาวิทยาลัยจะกลับหวงคืนสู่ยุคที่เน้นการปฏิบัติเก่ง อยากที่เคยเป็นจุดเด่นของมหาวิทยาลัยตั้งแต่อดีต และในขณะนี้จะขอให้ความสำคัญกับการพัฒนาเป็นระบบเริ่มต้นจากระดับปริญญาตรี ต่อยอดงานวิจัยร่วมกับระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ ตามแนวทางที่ว่า ตั้งโจทย์ปัญหาแบบไทย แก้ปัญหาแบบสากล และที่สำคัญที่สุดให้นักศึกษามีอัตลักษณ์ตามที่มหาวิทยาลัยได้ตั้งเอาไว้คือ "ซื่อสัตย์ ใฝ่รู้ สู้งาน"

และเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศชาติอย่างสูงสุดควบคู่กันไป ผ่านการใช้กลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อพัฒนาสถาบันใน 4 แนวทางหลัก ได้แก่

1. การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาชั้นนำทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลกในรูปแบบต่างๆ จัดโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมสำหรับอาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา  มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในประเทศอาเซียนต่อไปในอนาคต เพื่อพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาให้มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาค และระดับโลก

2. การพัฒนาและเพิ่มเติมหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศโดยปัจจุบันสถาบันฯ เปิดสอนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก มีทั้งหลักสูตรทั่วไปและหลักสูตรภาคสมทบกว่า 60 หลักสูตร ประกอบด้วยคณะทั้งหมด 7 คณะ 4 วิทยาลัยและมีอีกหนึ่งวิทยาเขตอยู่ในจังหวัดชุมพร และมีนักศึกษาทุกสาขาวิชาและระดับการศึกษาประมาณ 23,000 คน ซึ่งจำนวนนักศึกษามีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปีเนื่องจากการเพิ่มจำนวนของหลักสูตรต่างๆในแต่ละคณะ

3. การบริการวิชาการและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคมในหลากหลายรูปแบบ เพื่อช่วยพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชน สังคมและประเทศชาติ โดยสถาบันฯ มีเป้าหมายให้อาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษานำความรู้ ทักษะ และความสามารถในศาสตร์ต่างๆ มาใช้ร่วมกับนวัตกรรมที่ทันสมัย พร้อมทั้งสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับสังคม เพื่อให้เกิดการพัฒนางานวิจัยอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมในอนาคต

4. การส่งเสริมอาจารย์และนักวิจัย ให้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยใหม่ๆ โดยมุ่งเน้นการใช้งานได้จริง รองรับการแก้ไขปัญหาของสังคม รวมถึงสามารถนำไปสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจในอนาคตและการแข่งขันในระดับสากลได้

ด้าน รศ.ดร.ประพันธ์ ปิ่นศิโรดม คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร กล่าวว่า แนวโน้มงานวิจัยด้านเกษตรและอาหารของมหาวิทยาลัยจะเน้นงานวิจัยด้านสินค้าเกษตรแปรรูป เพื่อยกระดับเทียบเท่าสากลคือ มีคุณภาพและมีความปลอดภัย โดยความปลอดภัยใน 3 ระดับ คือ วัตถุดิบ กระบวนการการผลิต และแปรรูป เพื่อเน้นงานวิจัยองค์ความรู้ได้ข้อมูล ด้านความปลอดภัยอาหารระดับชาติ  อาทิ การพัฒนาอาหารแปรรูปเพื่อใช้ในสภาวะภัยพิบัติ หรือการพัฒนาอาหารเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ทั้งเรื่องของคุณค่าทางอาหารและการลงต้นทุน เป็นต้น

รศ.ดร.อิสระชัย งามหรู ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวว่า แนวทางการพัฒนางานวิจัยด้านพลังงานเพื่อตอบโจทย์สังคม เน้นในเรื่องของพลังงานไฟฟ้าตามแนวทาง Smart grid คือบทบาทการติดตามมอนิเตอร์ด้านความมั่งคงทางพลังงานในระดับชาติ อาทิ ตัวอย่างการคิดค้นอุปกรณ์วัดแรงดันไฟฟ้าผ่านเต้ารับไฟฟ้า 200 โวลต์  วัดแรงดันไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ ป้องกันปัญหาในอนาคต ในเรื่องกระแสไฟฟ้าดับตามพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ขยายฐานสู่อาเซียนในอนาคตต่อไป

รศ.ดร.สุรินทร์ คำฝอย ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวว่า งานวิจัยที่กำลังพัฒนาอยู่ เป็นเรื่องของการต่อยอดและพัฒนาด้าน Electric Vehicle (EV) โดยพัฒนาเป็น EV ที่พัฒนาโดยคนไทย ซึ่งมีจุดอ่อนคือ แบตเตอรี่ โดยพยายามศึกษาเพื่อข้ามข้อจำกัดที่ว่า เวลาของการชาร์ตแบตเตอรี่รถประเภทนี้จะต้องไม่เกิน 30 นาที เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริง และพัฒนางานเรื่องของการชาร์ตแบตเตอรี่นานแล้วทำให้ตัวเครื่องเกิดความร้อนสูง ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยได้พัฒนาและทดลองใช้จริงร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอยู่ เป็นโครงการนำร่องเชิงทดลองที่เกิดขึ้น

ด้าน ผช.ดร.เผชิญชัยภัต ไชยสิทธิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีกำกับดูแลวิทยาเขตชุมพรฯ กล่าวว่า วิทยาเขตชุมพรของลาดกระบังฯ เรามีเป้าหมายที่จะเป็นสถาบันอุดมศึกษาอันดับ 1 ด้านเทคโนโลยีเกษตรอาหารและพลังงานของภาคใต้ ภายในปี 2564  เน้นผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์เพื่อเข้าสู่กระบวนการวิจัยที่เป็นระบบ อาทิ การพัฒนาการเพิ่มผลผลิตยางพารา น้ำมันปาล์ม ทุกอย่างของวิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จะเป็นเรื่องแนวคิด Pratical engineer ซึ่งล่าสุดทางวิทยาเขตจะมีการเปิดสาขาใหม่คือ สาขาวิศวกรรมการบิน ในเดือนสิงหาคมนี้

อย่างไรก็ตาม ในปี 2553 – 2556 มหาวิทยาลัยได้ผลิตงานวิจัยกว่า 1,000 ชิ้น ทั้งนี้ในปี 2557 สถาบันฯ ให้ทุนสนับสนุนด้านงานวิจัยแก่นักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัยในสาขาต่างๆ กว่า 200 ทุน โดยใช้งบประมาณกว่า 50 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายให้สถาบันเป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเดียว และที่เดียวในประเทศไทยที่มีศักยภาพสูงสุดในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน.

พระจอมเกล้าฯลาดกระบังชูแนวทางการพัฒนาประเทศไทยในปี 57 ตามแนวคิด “รากฐานนวัตกรรมสร้างชาติ” พร้อมเสนอ 10 กลุ่มงานวิจัย มุ่งสู่อันดับ 1 ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ.. 28 มี.ค. 2557 15:28 ไทยรัฐ