วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ที่ว่าแน่มันชักไม่แน่เสียแล้ว

โดย สายล่อฟ้า

เป็นการวัดพลังมวลชนกันอีกครั้ง เมื่อ กปปส.ได้นัดประชาชนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลให้ออกมาร่วมชุมนุม ใหญ่ เพื่อแสดงพลังเรียกร้องให้นายกฯลาออก เพื่อเปิดทางปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งแล้วค่อยว่ากันเรื่องเลือกตั้ง

ไม่ใช่อะไรก็เลือกตั้งที่รัฐบาลเพื่อไทย ส.ส.เพื่อไทย และ

แกนนำ นปช.เรียกร้องกันให้ข่มเวลานี้ แม้กระทั่งการส่งลูกพรรคที่เป็นผู้หญิงเดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ถึงที่ทำการพรรค

เมื่อ กปปส.นัดแสดงพลังวันที่ 29 มี.ค.57 นปช.ก็เรียกระดมพลเสื้อแดงให้ออกมาร่วมชุมนุมวันที่ 5 เม.ย.57 แต่ยังไม่ได้เปิดเผยว่าจะทำอะไร นอกจากแพลมๆว่าจะล้อมกรุงเทพฯ ทำนองนั้น

มวลชนนั้นมีความหมายเป็นปัจจัยชี้ขาดได้

สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ต้องมองไปถึงจุดสำคัญคือการที่ ป.ป.ช.จะชี้มูลความผิดนายกฯ กรณีการทุจริตรับจำนำข้าวในอีกไม่กี่วันนี้ จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้รัฐบาลและมวลชนผู้สนับสนุนต้องหาทางแก้ลำด้วยวิธีการต่างๆ

คงจะอ่านทางแล้วว่าจะโดนแน่ด้วย ม.157

จึงไม่ต้องแปลกใจที่มีการก่อเหตุในสถานที่ต่างๆด้วยระเบิด ปืน เป็นรายวัน ซึ่งเป้าหมายจริงๆก็เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความ รุนแรงขึ้นมา โดยเฉพาะที่ทำการ ป.ป.ช.นั้นถูกระเบิดมาอย่างต่อเนื่อง

แกนนำ กวป. เครือข่ายคนเสื้อแดงได้นำมวลชนไปปิดล้อม ก่อเหตุรุนแรงแม้กระทั่งการรุมสกรัมพระที่เดินเข้าไปในบริเวณนั้น

ขนาดบังเกอร์ทหารที่ดูแลความเรียบร้อย ณ บริเวณนั้นก็ถูกรื้อทิ้ง ไล่ให้ทหารออกไปจากพื้นที่ จนต้องนำรถขนอุปกรณ์ต่างๆออกไป

ยั่วยุกันอย่างไม่ไว้หน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลยทีเดียว

อีกด้านหนึ่งก็เปิดเกมขย่มศาลและองค์กรอิสระด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งข่มขู่ คุกคาม ทำหนังสือให้ยูเอ็นรับรู้ว่าเป็นขบวนการ “สมคบคิด” เพื่อล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่งชุดดำประท้วง ล้วนเป็นปฏิกิริยาที่แสดงออกถึงการไม่ยอมรับคำสั่งศาล

ล่าสุด แกนนำ นปช.ก็ออกมาเปิดเผยชื่อ “นายกฯคนกลาง” ครม.ชุดใหม่ สภาประชาชน ซึ่งล่าชื่อที่ออกมานั้น ก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไร เป็นบุคคลที่เคยเป็นข่าวมาแล้วทั้งนั้น แต่น่าจะเป็นกลยุทธ์เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวหรือแสดงความเห็นทางการเมือง

แน่นอนว่า เป็นความหวาดหวั่น “นายกฯคนกลาง” ที่ชัดเจน

แนวต้านนายกฯคนกลางลักษณะนี้คงจะอ่านเกมการเมืองที่กำลังเดินไปข้างหน้าด้วยการทำหน้าที่ของศาลและองค์กรอิสระ ที่กำลังไล่เรียงตามมาอีกหลายคดี น่าจะส่งผลต่อนายกฯรักษาการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในความเป็นไปนี้ ก็มีข่าวออกมาอีกว่า คนของพรรคเพื่อไทยได้เดินทางไปพบคนแดนไกลหลังหารือกันแล้ว จนได้ข้อสรุปจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า หากมีการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะไม่ให้คนในตระกูล “ชินวัตร” ลงเลือกตั้ง

ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ชื่อ “พงศ์เทพ เทพกาญจนา” ไม่ใช่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจและต้องการให้นายพงศ์เทพเป็น “นายกฯขัดตาทัพ” เพื่อดำเนินการปฏิรูปประเทศให้เรียบร้อยใน 1 ปี แล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่ โดยให้มีการเจรจากับ กปปส. กกต. และพรรคการเมืองอื่นๆ

ไม่รู้ว่าเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ แต่ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นมีการดาหน้าออกมาปฏิเสธกันเป็นพัลวันว่าไม่จริ๊ง...ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะพวกที่หวังว่าจะได้เป็นเบอร์ 1

ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นนี้ จึงเกิดอาการปั่นป่วนพอสมควรในพรรคเพื่อไทย และเครือข่ายด้านหนึ่งก็ต้องเปิดฉากสู้เต็มที่

แต่อีกด้านหนึ่งอาจจะถูกถีบหัวเรือทิ้งได้.

"สายล่อฟ้า"

28 มี.ค. 2557 13:14 ไทยรัฐ