วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปมเขื่องวัยเด็ก...สร้างผู้นำทรราช

ชีวิตวัยเด็กและสิ่งแวดล้อมที่เติบโตมา  มีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมบุคลิกนิสัยใจคอของคนเราเป็นอย่างมาก เมล็ดพันธุ์ที่ดีย่อมเติบโตเป็นต้นกล้าแข็งแรง หากได้รับการรดน้ำพรวนดินสม่ำเสมอด้วยความรัก

พูดถึงผู้นำระดับโลกแล้ว วินาทีนี้คงไม่มีใครน่าจับมาตีก้น และกระเทาะเปลือกให้เห็นแก่นแท้ลึกๆตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยกเท่า “ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งสหพันธรัฐรัสเซีย” ผู้นำทรราชซึ่งครองเก้าอี้ประธานาธิบดีต่อเนื่องยาวนานถึง 3 สมัย และกำลังเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งใหญ่ๆเกือบ
ทุกเหตุการณ์ ไล่ตั้งแต่ซีเรีย, ยูเครน ไปจนถึงไครเมีย ที่พร้อมลุกลามบานปลายใหญ่โตเป็นสงครามโลก

เบื้องหลังบุคลิกกร้าวแกร่งมาดมั่น บ้าระห่ำ แต่แฝงไว้ด้วยความเคร่งขรึมเย็นชาราวกับ “แบทแมน” ชีวิตวัยเด็กของ “ปูตินน้อย” กลับพิศวงดำมืดและเต็มไปด้วยปมลึกลับซ่อนเงื่อน!!

ในขณะที่ผู้นำรัสเซีย วัย 61 ปี สร้างภาพว่าเติบโตมาในครอบครัวชนชั้นกลางธรรมดาๆ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ในอพาร์ตเมนต์ของรัฐ ในเมืองเลนินกราด (ปัจจุบันคือเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) โดยบิดาเป็นทหารเก่าในสมรภูมิรบสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งผันตัวมาเป็นซิเคียวริตี้ การ์ด และหัวหน้าคุมการขนส่งสินค้า ส่วนมารดาคือ นางมาเรีย เชโลโมวา เป็นแม่บ้านใจดีอบอุ่น ชอบทำซุปกะหล่ำปลี และอบขนมปังกับแพนเค้กอร่อยๆ

ฝ่ายตรงข้ามกลับพยายามขุดคุ้ยความจริงออกมาตีแผ่ว่า  ทั้งคู่ไม่ใช่ พ่อแม่แท้ๆของ “ปูติน” เพราะพ่อแท้ๆติดเหล้าและชอบซ้อมเมีย ทำให้แม่แท้ๆต้องหอบหิ้วลูกชายหนีมาอยู่เลนินกราด กระทั่งเจอสามีภรรยาใจบุญช่วยรับเลี้ยงไว้ ลึกๆแล้วเขาจึงเป็นคนโดดเดี่ยวอ้างว้างที่โหยหาความรักความอบอุ่น และมีปมด้อยถูกทอดทิ้งตั้งแต่เล็กๆ

เรื่องจริงเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ที่แน่ๆความบ้ากีฬาทำให้ “ปูติน” กลายเป็นคนใฝ่เรียน และอยากประสบความสำเร็จ!! สมัยเรียนมัธยมต้น

เขาเริ่มสนใจกีฬาจริงจัง และค้นพบพรสวรรค์จนได้แชมป์ยูโดสายดำ ขณะเดียวกัน เขาก็ทำทุกอย่างเพื่อมุ่งสู่ความฝันเป็น “สายลับเคจีบี” ตามแบบสายลับในนิยายจารชนที่ชื่นชอบ “ปูติน” ตั้งใจเรียนจนสอบติดมหาวิทยาลัยเลนินกราด ได้เป็นนักเรียนกฎหมาย จากนั้นก็สอบเข้าทำงานหน่วยสืบราชการลับสหภาพโซเวียต คอยสืบหาข้อมูลลับของชาติตะวันตก โดยถูกส่งตัวไปประจำที่เยอรมันตะวันออกถึง 5 ปี ในยุคที่ยังไม่รวมประเทศ ทำให้พูดภาษาเยอรมันคล่องแคล่ว

อย่างไรก็ดี อาชีพสายลับเคจีบีสิ้นสุดลงในปี 1990 หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เขาได้งานใหม่เป็นรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเลนินกราด พร้อมรั้งตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ประจำเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อาชีพการงานในแวดวงราชการและการเมืองของเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว และด้วยการสนับสนุนของประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน ที่วางตัวเขาเป็นทายาทการเมือง ทำให้ “ปูติน” ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก เมื่อกลางปี 1999 ก่อนจะควบตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการ แทนที่ “เยลต์ซิน” ซึ่งลาออกไป
เส้นทางครองอำนาจยาวนานกว่าทศวรรษของ “ปูติน” เริ่มหยั่งรากลึก เมื่อเขาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 2 ของรัสเซีย ในเดือน มี.ค. ปี 2000 และชนะเลือกตั้งกลับมานั่งเก้าอี้เป็นสมัยที่ 2 เมื่อปี 2004 แม้จะยังเรืองอำนาจสูงเสียดฟ้า แต่ด้วยข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญ ทำให้ “ปูติน” ต้องเว้นวรรคลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2008 และชักใยอยู่เบื้องหลังเพื่อรักษาอำนาจ จนในที่สุดได้หวนคืนสู่เก้าอี้ประธานาธิบดีสมัยที่ 3
อีกครั้ง เมื่อปี 2012

ตลอดยุคการบริหารประเทศของ “ปูติน” เขานำเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจมาสู่รัสเซียอย่างน่ายกย่อง โดยจีดีพีของประเทศเพิ่มขึ้น 72% ความยากจนลดลงกว่า 50% และค่าจ้างขั้นต่ำก็เพิ่มขึ้น 8 เท่าตัว จาก 80 ดอลลาร์สหรัฐฯ พุ่งขึ้นเป็น 640 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นผลจากการปฏิรูปประเทศขนานใหญ่ ทั้งด้านเศรษฐกิจมหัพภาค, นโยบายการคลัง, นโยบายพลังงาน และการฟื้นฟูอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ในประเทศ ประกอบกับการไหลบ่าเข้ามาของเงินทุนต่างชาติ และราคาน้ำมันโลกสูงลิ่ว กระนั้น ทั้งๆที่มีผลงานมากมายในการพัฒนาประเทศ แต่แทนที่ประชาชนจะรัก “ปูติน” กลับถูกต่อต้านและขับไล่ไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ต่างจากผู้นำทรราชในหลายประเทศของโลกที่โดนชุมนุมขับไล่ เพราะดื้อด้านหวงแหนอำนาจและยอมทำทุกวิถีทางเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ให้พรรคพวกตัวเอง.

มิสแซฟไฟร์

28 มี.ค. 2557 10:43 28 มี.ค. 2557 10:43 ไทยรัฐ