วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปอย นัทธชา - บั๊บ จุฬวัสก์ กับเมนูที่ 'วิทวัส สุนทรวิเนตร์' ยกนิ้วให้..!

ปอย นัทธชา - บั๊บ จุฬวัสก์ กับเมนูที่ 'วิทวัส สุนทรวิเนตร์' ยกนิ้วให้..!

  • Share:

เราจะพาคุณมาเปิดบ้านคู่รักคนดัง “ปอย - นัทธชา สุนทรวิเนตร์” ลูกสาวคนโต ของพิธีกรคนดัง “วิทวัส สุนทรวิเนตร์” กับสามีหนุ่ม “บั๊บ - จุฬวัสก์ ศุภพิพัฒน์” ด้วยความที่ทั้งคู่ชื่นชอบการชิม แถมยังรักการปรุงอาหารเป็นชีวิตจิตใจ งานนี้เราจึงได้ทราบ ทั้งเรื่องราวอาหารการกินในบ้าน ร้านโปรดที่เขา และเธอชอบไป รวมถึงได้เห็นคุณบั๊บลงมือ ปรุงอาหารจีนรสเยี่ยม (แต่ปรุงง่าย) เอาใจพ่อตาอย่างคุณวิทวัสอีกต่างหาก

คู่รักชอบชิมของอร่อย

คุณปอยเล่าว่า ตัวเองเป็นคนชอบหาของอร่อยรับประทาน เมื่อได้มาเจอคุณบั๊บก็ยิ่งทำให้การเดินทางไปชิมอาหารของเธอสนุกยิ่งขึ้น “คุณบั๊บเป็นคนชอบกินของอร่อยเหมือนปอย ตั้งแต่คบกันใหม่ๆ เราจะตระเวนชิมอาหารกันตลอด และไปกับเขาแล้วจะสนุกมาก เพราะคุณบั๊บเรียนด้านอาหารมาด้วย เวลาไปกินอะไรกัน เขาจะวิเคราะห์ให้เราฟังได้ว่าอาหารชนิดนี้ทำจากอะไร มีวิธีทำอย่างไร มีเกร็ดสนุกต่างๆ เล่าให้ฟังตลอด”

บั๊บสามีนักปรุงเล่าว่า ที่บ้านผมทั้งฝั่งพ่อและแม่ทุกคนทำอาหารกันหมด คุณยายทำอาหารไทย ส่วนอาม่าซึ่งอยู่บ้านเดียวกับผม ท่านก็ทำอาหารจีนเก่งมาก ผมเลยคุ้นเคยกับการทำอาหารจีนมาตั้งแต่ เด็ก ความชอบคงสั่งสมมาตั้งแต่ตอนนั้น พอหลังจากเรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์ ผมเลยตัดสินใจไปเรียนทำอาหารที่ The Culinary Institute of America เรียนจบจึงทำงานอยู่ที่ร้านอาหารในอเมริกา 2 ปี พอกลับมาเมืองไทยก็ช่วยธุรกิจที่บ้านอยู่สักพัก จึงคิดอยากทำธุรกิจของตัวเอง เลยตัดสินใจทำน้ำสต๊อกและซุปครีมพร้อมรับประทาน ‘Simmer Smith’ ขายผ่านเว็บไซต์

Simmer Smith ธุรกิจอาหารที่ร่วมกันสร้าง

“ปอยคิดว่าพี่บั๊บ เขาทำงานได้หลายอย่าง แต่สิ่งที่ปอยเห็นเขาทำแล้วมีความสุขที่สุดคือ การทำอาหาร ตอนแรกเราเลยคิดว่าจะเปิดร้านอาหาร แต่ทำเลที่เราอยากได้มันไม่ว่าง เลยมานั่งคิดกันว่าถ้าอย่างนั้นทำอะไรขายที่ไม่ต้องมีหน้าร้านดีกว่า พี่บั๊บจึงตัดสินใจทำน้ำสต๊อกกับซุปครีมพร้อมรับประทานขาย ซึ่งพี่บั๊บทำเองแบบโฮมเมด ปราศจากผงชูรสและสารปรุงแต่ง ปรากฏว่าได้รับการตอบรับค่อนข้างดี ทุกวันนี้พี่บั๊บเลยเคี่ยวซุปขายอยู่ที่บ้าน ส่วนปอยนอกจากงานประจำที่ทำด้านโฆษณา และเป็นพิธีกรรายการตีสิบแล้ว ก็มาดูเรื่องการตลาดช่วยพี่เขา” (ยิ้ม)

เมนูเหลาเอาใจ “พ่อตา”

เมื่อคุ้นเคยกับอาหารจีนมาตั้งแต่เด็ก แถมยังทราบว่าคุณวิทวัสชื่นชอบอาหารจีนเป็นพิเศษ โอกาสนี้คุณบั๊บ เลยชวนเราเข้าครัวปรุงเมนูอาหารจีนที่เป็นสูตรเด็ดประจำบ้านคุณบั๊บเอง ทั้งปลาเก๋าน้ำแดง ผักสี่สหาย และไก่ผัดเม็ดมะม่วง ซึ่งทั้ง 3 จานนี้คุณบั๊บใช้น้ำสต๊อก Simmer Smith สูตร Chinese Soupereme มาเป็นส่วนประกอบสำคัญ

“บ้านผมเวลาจะทำอาหารจีนทีไรต้องใช้น้ำสต๊อกตลอด เพราะเชื่อว่าน้ำสต๊อกที่ดีจะช่วยทำให้รสชาติอาหารอร่อยขึ้น อาหาร 3 จานนี้ผมเลือกใช้น้ำสต๊อกที่เคี่ยวจากไก่บ้าน สะโพกหมู และแฮมยูนนาน ซึ่งสต๊อกสูตรนี้เป็นเหมือนเคล็ดลับของอาหารจีน ไม่ว่า ซุป น้ำแดง พระกระโดดกำแพง ก็มักใช้สต๊อกแบบนี้ เพราะกลิ่นและรสชาติเข้ากับอาหารจีนมาก” บั๊บเล่า

ทว่าอร่อยถูกใจพิธีกรคนดังอย่างคุณวิทวัสหรือเปล่า ดูจากสีหน้า และรอยยิ้มหลังได้ชิมอาหารแล้วคงพอเดาได้ แต่หากคุณผู้อ่านอยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหน ก็คงต้องลองหยิบสูตรนี้เข้าครัวไปลองปรุงกันแล้วล่ะ

ไก่ผัดเม็ดมะม่วง

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)

เตรียม 10 นาที ปรุง 30 นาที (ไม่รวมเวลาหมักไก่)

สะโพกไก่ หั่นเต๋า 1 ถ้ วย | เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ทอด 1-2 ถ้วย | กระเทียมกลีบใหญ่บุบพอแตก 1-4 ถ้วย | หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า 1-2 ถ้วย | พริกแห้ง เม็ดใหญ่หั่นเป็นท่อน 1-4 ถ้วย | ต้นหอม หั่นเป็นท่อน 1-4 ถ้วย | น้ำสต๊อก Simmer Smith สูตร Chinese Soupereme 3-4 ถ้วย | น้ำพริกเผา 2 ช้อนชา | เหล้าจีน 1 ช้อนชา | น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ | น้ำปลา 1-2 ช้อนชา | น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ | แป้งมันสำปะหลัง ผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 1 ช้อนโต๊ะ | เกลือและพริกไทย อย่างละเล็กน้อย | น้ำมัน สำหรับทอดไก่

วิธีทำ

1. คลุกสะโพกไก่กับเกลือ พริกไทย และเหล้าจีน หมักไว้ 1 ชั่วโมง แล้วนำลงทอด ในน้ำมันจนไก่สุกเหลือง ตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมันไว้

2. เติมน้ำมันพืชใส่กระทะ ตั้งไฟพอร้อน นำกระเทียมและหอมหัวใหญ่ลงผัดจนเหลือง ใส่ไก่ที่ทอดแล้วลงไป เติมน้ำสต๊อก ปรุงรสด้วยน้ำพริกเผา น้ำมันหอย และน้ำปลา ตามด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ใส่แป้งมันสำปะหลัง แล้วคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน โรยต้นหอม พริกแห้งทอด ปิดไฟ ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

เมนูเอาใจพ่อตาผักสี่สหาย บั๊บ - ปอย แนะนำ Sweet Pista วิทวัสแนะนำร้านสิงห์เหนือเสือใต้

ผักสี่สหาย

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)

เตรียม 15 นาที ปรุง 20 นาที

ผักกาดขาว 100 กรัม | เห็ดหอมสดขนาดกลาง 6 ดอก | ยอดคะน้าฮ่องกง 100 กรัม | หน่อไม้ฝรั่ง 100 กรัม | กังป๋วยแช่น้ำให้นิ่มนำไปนึ่งจนสุก ฉีกเป็นเส้น 2 ช้อนโต๊ะ | น้ำสต๊อก Simmer Smith สูตร Chinese Soupereme 11-2 ถ้วย | แป้งข้าวโพดผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 2 ช้อนโต๊ะ | เหล้าจีน 1-2 ช้อนชา | น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ | เกลือและพริกไทย อย่างละเล็กน้อย | น้ำเย็นจัดสำหรับแช่ผัก

วิธีทำ

1. ต้มน้ำให้เดือดเติมเกลือลงไปเล็กน้อย นำผักลงลวกให้พอสุกแล้วแช่ในน้ำเย็นจัด เพื่อให้ผักเขียวสวย พักให้สะเด็ดน้ำ จัดลงจานให้สวยงาม

2. ต้มน้ำสต๊อกพอเดือด ใส่เหล้าจีน น้ำมัน- หอย เกลือ และพริกไทย ปรุงจนได้รส ตามชอบ ค่อยๆ เทแป้งข้าวโพดลงไปผสมแล้วคนจนเข้ากัน เติมกังป๋วย ปิดไฟ นำไปราดบนผักที่เตรียมไว้

Tip

กังป๋วย คือ เอ็นหอยเชลล์ตากแห้ง หาซื้อได้ที่ร้านขายยาจีนหรือตลาดเก่า เยาวราช

ปลาเก๋าน้ำแดง

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)

เตรียม 15 นาที ปรุง 30 นาที (ไม่รวมเวลาพักปลา)

ปลาเก๋าดำหนัก 500 กรัม ขอดเกล็ดล้างให้สะอาด 1 ตัว | กระเทียมกลีบใหญ่บุบพอแตก 1-4 ถ้วย | ขิงบุบพอแตก 1-4 ถ้วย | พริกแดงหั่น แฉลบ 1-4 ถ้วย | ใบต้นหอมหั่นเป็นท่อน 1-4 ถ้วย | น้ำสต๊อก Simmer Smith สูตร Chinese Sou-pereme 11-2 ถ้ วย | ซี อิ๊ วขาว 2 ช้ อนโต๊ะ| น้ำตาล กรวด 1 ช้อนโต๊ะ | น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ | พริกไทยดำป่น 1-2 ช้อนชา | เกลือ1-2 ช้อนชา | น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ | น้ำมันพืชสำหรับทอดปลา

ส่วนผสมสำหรับหมักปลา

โคนต้นหอมบุบพอแตก 1-4 ถ้วย | ขิงบุบพอแตก 1-4 ถ้วย | เกลือ 1-2 ช้อนชา | พริกไทยดำป่น 1-2 ช้อนชา | ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ | เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. หมักปลาโดยคลุกเคล้าส่วนผสมสำหรับหมัก ปลาให้ทั่วตัวปลา พักไว้ในตู้เย็น 2 - 3 ชั่วโมง จากนั้นนำปลาลงทอดในน้ำมันจนสุกกรอบ ทั้งสองด้าน

2. เติมน้ำมันพืชลงในกระทะตั้งไฟพอร้อน ผัดกระเทียมและขิงจนเหลือง วางปลาที่ทอดแล้วลงในกระทะ เทน้ำสต๊อกลงไป ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลกรวด น้ำมันหอย พริกไทยป่น และเกลือ ปิดฝา หรี่ไฟอ่อน หมั่นเปิดฝาแล้วตักน้ำซอสราดตัวปลาบ่อยๆ จนน้ำซอสเริ่มงวด โรยพริกแดงและต้นหอม ปิดฝาไว้ประมาณ 1 นาที จึงปิดไฟ ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

ร้านอร่อยที่อยากแนะนำ

นอกจากให้สูตรอร่อยแล้ว คุณบั๊บยังแนะนำร้านโปรดที่ชอบไปรับประทานกับคุณปอยมาบอกต่อด้วยเป็นร้านจำหน่ายอาหารและขนมสไตล์โฮมเมดที่อร่อยจนเขาและเธอต้องยกนิ้วให้ ขณะที่คุณวิทวัสก็มาบอกเล่าถึงร้านเด็ดที่ชอบพาภรรยาและลูกๆ ไปรับประทานมาฝากถึง 2 ร้าน ซึ่งเราก็ไม่รอช้า ขอพาคุณผู้อ่านไปรีวิวร้านทั้ง 3 นี้ไปพร้อมกันเลย...

บั๊บ - ปอย แนะนำ Sweet Pist

เมนูข้าวหมา ชีสเบอร์เกอร์

ร้านนี้ชีสเบอร์เกอร์เขาอร่อยมาก เนื้อเน้นๆ ชีสเยิ้ม ขนมปังก็ทำเอง อร่อยจนเราทั้งคู่ติดใจ ส่วนเมนูข้าวหมาชื่อแปลกแต่อร่อยมากเช่นกัน

คำว่า Pista ในภาษาอิตาลีแปลว่า จักรยานประเภทลู่ ซึ่งกีฬาที่เจ้าของร้านชื่นชอบเป็นพิเศษ ภายในร้านเราจึงเห็นจักรยานตกแต่งอยู่หลายมุม ภายในเป็นกำแพงปูนเปลือย ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้โทนสีเข้มมาตกแต่ง ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนกำลังนั่งเล่นอยู่ที่บ้านเพื่อน พร้อมไปกับการกินอาหารและขนมแสนอร่อย

ซอยสุขุมวิท 31 (เลยโรงแรมยูจีเนียประมาณ 50 เมตร ร้านอยู่หัวโค้งถนนก่อนเลี้ยวขวา) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เปิดบริการวันอังคาร - วันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 11.00 น. - 22.00 น. โทร. 0-2662-2866

วิทวัสแนะนำร้านสิงห์เหนือเสือใต้  

เมนูสะตอผัดกุ้ง ลาบแม่จัน ข้าวผัดสิงห์-เหนือเสือใต้

"สำหรับคนที่ชอบอาหารเหนือ อาหารใต้ อาหารไทยรสชาติจัดจ้าน ผมแนะนำร้านนี้เลยครับ สิงห์เหนือเสือใต้ ร้านอาหารที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน แต่กำลังเป็นที่กล่าวขานในหมู่นักชิมแห่งนี้ มีจำหน่ายทั้งอาหารเหนือ อาหารใต้ และอาหารจานเดียวรับประทานง่าย ที่สำคัญ หลังอิ่มหนำกับอาหารรสเด็ดแล้วยังมีไอศกรีมโฮมเมดรสดี ซึ่งเจ้าของร้านทำเองไว้ให้เลือกสั่งมารับประทานปิดมื้อกันด้วย"

694 ถนนพระราม 3 (หากมาจากถนนสาธุประดิษฐ์ เมื่อข้ามแยกสาธุประดิษฐ์แล้วให้ชิดซ้าย จะเห็นป้ายร้านอยู่ซ้ายมือ) เขตยานนาวา กรุงเทพฯ เปิดบริการวันอังคาร - วันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 11.00 น. - 22.00 น. โทร. 0-2682-1556

Faye’s

เมนูแนะนำ ขนมปังกระเทียม หมูตกน้ำมะนาว

เป็นร้านที่อาหารดี บรรยากาศเลิศ ราคาเป็นกันเอง

ร้านอาหารไทยฟิวชั่นแห่งนี้เสิร์ฟอาหารและขนมเมนูแปลกใหม่ที่รสชาติดี โดยมี คุณอุราวรรณ อัยศิริ หรือฝ้าย เจ้าของร้านเป็นทั้งผู้คิดสูตรและควบคุมการผลิตอย่างใกล้ชิด ภายในกว้างขวาง แบ่งเป็นหลายโซน ทั้งโต๊ะนั่งรับประทานที่มีโซฟาเหมาะจะนั่งสังสรรค์กับเพื่อนฝูง โซนโต๊ะกลมที่กลางโต๊ะหมุนได้ หรือจะนั่งห้องวีไอพีก็ให้ความเป็นส่วนตัว แถมมีคาราโอเกะให้ร้องเพลินๆ อีกต่างหาก

1 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ (ร้านอยู่บริเวณที่จอดรถด้านหน้าห้างแม็คโคร สาขานราธิวาสราชนครินทร์ เปิดบริการทุกวัน 11.30 น. - 14.30 น. และ 17.30 น. - 22.00 น. โทร. 0-2676-2559, 08-1990-6699

ขอบคุณข้อมูล : นิตยสาร Health & Cuisine

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้