วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เข็มทิศ SME : มองภาพรวมเศรษฐกิจไทย เตือนภัย SMEs

เข้าสู่เดือนที่ 6 แล้ว สำหรับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในบ้านเรา และเมื่อมองไปในอนาคตก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะมีข้อสรุปไปในทิศทางใด ซึ่งหน่วยงานทางเศรษฐกิจหลายฝ่าย ต่างเริ่มคาดการณ์กันว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ปัญหาทางการเมืองครั้งนี้ อาจจะยืดเยื้อไปจนถึงไตรมาสที่ 3 ของปี และที่น่าวิตกยิ่งกว่า คือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังจากนั้น จะเป็นไปในทิศทางใด ก็ยังปราศจากความชัดเจน

ล่าสุด ทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เริ่มทบทวนตัวเลขจีดีพีของประเทศอีกครั้ง โดยต่างให้ความเห็นว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของปี อาจโตได้ไม่เกินร้อยละ 3 หรือมีความเป็นไปได้ที่จะถึงขั้นติดลบ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจต่างๆ ในช่วงไตรมาสที่ 2

ในขณะที่เรากำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2557 ผู้ประกอบการ SMEs บางรายบอกว่า ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจแล้ว สำหรับบางธุรกิจอาจยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ถ้าลองดูสถานการณ์รอบตัวสักนิด ก็จะเห็นได้ว่าในช่วงเวลา 3 เดือนข้างหน้า ทุกธุรกิจต้องปรับตัวอย่างแน่นอน

สี่เสาหลักเศรษฐกิจไทย


ก่อนอื่นเริ่มจากการพิจารณาสี่เสาหลักเศรษฐกิจไทยในระดับมหภาคในเดือนมกราคมที่ผ่านมา การเติบโตในภาคการส่งออกติดลบร้อยละ 1.5 ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะสินค้าหลักในการส่งออกของไทยคือ ผลผลิตทางการเกษตรที่มีข้าวเป็นตัวชูโรง 

ต่อมาคือการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งจากภายในและต่างประเทศ ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนในช่วงต้นปีติดลบถึงร้อยละ 8.6 ที่มาของการหดตัวอย่างรุนแรงนี้ คือ การที่โครงการขนาดใหญ่ที่ตกค้างรอการอนุมัติจากบอร์ดของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) คาดการณ์ว่า มูลค่าของโครงการที่ตกค้างเหล่านี้ มีสูงถึง 8 แสนล้านบาท

ขณะที่โครงการลงทุนที่ไม่ได้ขอบีโอไอนั้น ติดลบที่ร้อยละ 7.68 รวมถึงแนวโน้มการลงทุนขยายฐานการผลิตที่ลดลง โดยประมาณมากกว่าร้อยละ 35 อันเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจ้างงานและการบริโภค

เสาหลักต้นต่อไปได้รับผลกระทบจากการหดตัวของภาคการลงทุนไปเต็มๆ คือ เศรษฐกิจการบริโภคภายในประเทศ เมื่อการจ้างงานภายในประเทศลดลง สิ่งที่ตามมา คือ ผลกระทบต่อสภาพคล่องและเงินไม่สะพัด ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในเดือนกุมภาพันธ์ แสดงให้เห็นถึงการปรับลดลงอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 59.7 ซึ่งเป็นการปรับลดลงอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 และเป็นอัตราที่ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2544 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ ดัชนีสำรวจอื่นๆ ก็บ่งชี้ไปในทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขสำรวจยอดขายของร้านอาหารทั่วไป ซึ่งลดลงเฉลี่ยกว่าร้อยละ 20 และปริมาณการใช้น้ำมันและก๊าซหุงต้ม ลดลงร้อยละ 5 และ 8 ตามลำดับ

ในส่วนของการลงทุนจากภาครัฐบาล อันเป็นเสาต้นสุดท้ายที่คอยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ในเวลานี้ไม่มีความหวังมากนัก เพราะนอกจากโครงการใหญ่ เช่น รถไฟความเร็วสูงจะเป็นปัญหาแล้ว การเบิกจ่ายงบประมาณของปี พ.ศ. 2557 ก็ยังล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ ทางภาครัฐได้เบิกจ่ายไปแล้วเป็นจำนวน 1 ล้านล้านบาท นับเป็นอัตราร้อยละ 37.5 ของงบประมาณเท่านั้น สถานการณ์การเมืองที่ขาดเสถียรภาพ ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการเบิกจ่ายเงินโอนที่ต้องจัดสรรไปยังหน่วยงานท้องถิ่น รวมไปถึงรัฐวิสาหกิจหลายราย ก็ยังชะลอการลงทุนบางส่วนออกไปอีกด้วย

SMEs ปรับทัพรับมือพิษเศรษฐกิจ

สำหรับ SMEs นั้น เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง โดยผลสำรวจจากสภาอุตสาหกรรมแสดงให้เห็นว่า ตัวเลขยอดขายโดยเฉลี่ยลดลงร้อยละ 20-30 แต่ต้นทุนการประกอบการกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอัตราค่าจ้างแรงงาน สิ่งที่ผู้ประกอบการ SMEs ควรพิจารณาในการรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ คือ  1. มาตรการทางการเงินเพื่อรักษาสภาพคล่องและกระแสเงินสด 2. ลดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย 3. นำเทคโนโลยี หรือระบบไอที เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 4. เพิ่มช่องทางการขายและการตลาด โดยเฉพาะบนสื่อสังคมออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ 5. การปรับแต่งแพ็กเกจของสินค้าให้เล็กลง หรือยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อตอบสนองกำลังการซื้อของลูกค้า และ 6. จับกลุ่มสร้างพันธมิตรคู่ค้าทางธุรกิจ รวมทั้งกลุ่มชมรมสมาคมต่างๆ เพื่อสร้างความร่วมมือทางด้านการค้า และรับทราบข่าวสารจากวงการธุรกิจอื่นๆ รอบตัวอีกด้วย

ความตกต่ำของเศรษฐกิจและผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองที่เคยดูเป็นเรื่องไกลตัวนั้น เริ่มใกล้ตัวเข้ามาทุกที ในขณะที่เรายังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ผู้ประกอบการจึงไม่ควรประมาทและควรเริ่มคิดถึงเรื่องวิธีการปรับตัวเพื่อสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจก่อนจะสายเกินไป

ธีระ กนกกาญจนรัตน์
http://www.facebook.com/SMECompass

เข้าสู่เดือนที่ 6 แล้วสำหรับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในบ้านเรา และเมื่อมองไปในอนาคตก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะมีข้อสรุปไปในทิศทางใด ซึ่งหน่วยงานทางเศรษฐกิจหลายฝ่ายต่างเริ่มคาดการณ์กันว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ปัญหาทางการเมืองครั้งนี้อาจจะยืดเยื้อไปจนถึงไตรมาสที่ 3 ของปี... 28 มี.ค. 2557 09:37 28 มี.ค. 2557 10:03 ไทยรัฐ