วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล่ามือยิงเอ็ม79แก๊งป่วนเมือง!

ผช.วินัยรับงานเทือกนำเดินคึก

ขนอาก้ายิงถล่มสถานีวิทยุชุมชน คนเสื้อแดง ของ “โกตี๋” วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำ นปช. คนเฝ้าถูกกระสุนเฉี่ยวแขน พยานยันไอ้โม่งใช้ปิกอัพ-คนร้าย 3 คนร่วมก่อเหตุ ส่วนระเบิดเอ็ม 79  ที่ค่าย ปตอ.พัน.6 คาดเล็งเป้าคลาดเคลื่อน มือบึมเป็นชายอ้วน-หัวโล้น ขณะที่อีโอดีของทหารตรวจที่เกิดเหตุ ยันมุ่งเป้าไปถนนแจ้งวัฒนะ ผบ.ตร.สั่งสกัดอาวุธ-ระเบิด จากต่างจังหวัดที่เข้ามาก่อเหตุใน กทม. “ธาริต” เผยจับกุม 2 ผู้ต้องหาเตรียมส่งขายปืนสไนเปอร์พร้อมกระสุน “เพื่อไทย” จี้ตรวจคลังอาวุธ กปปส. และวอนกองทัพตรวจสอบยอดอาวุธสงคราม ด้าน “สุเทพ” นำเดินขบวนชวนคนกรุงชุมนุมใหญ่วันที่ 4 ยังคึกคัก

จากกรณีที่กลุ่ม กปปส.ออกประกาศนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 29 มี.ค. พร้อมกับเดินรณรงค์ชักชวนคนชาว กทม. ออกมาแสดงพลังต่อต้านระบอบทักษิณ และเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ขณะที่กลุ่ม นปช.นำมวลชนอีกฝ่ายก็นัดชุมนุมใหญ่เช่นกัน ทำให้ฝ่ายความมั่นคงแสดงท่าทีกังวลต่อความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ท่ามกลางเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นรายวันอย่างต่อเนื่องนั้น

สาดอาก้าถล่มสถานีวิทยุ “โกตี๋”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ จ.ตาก พ.ต.อ.มานัส ศรประพันธ์ รอง ผบก.ภ.จ.ตาก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานไปตรวจส อบบ้านเลขที่ 74/4 ถนนสายท่ารถแม่สอด แห่งที่ 2 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก และเป็นสถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงของโกตี๋ หรือนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานี หลังกลางดึกวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมามีคนร้ายใช้ปืนสงครามกราดยิงถล่มแล้วหลบหนีไป พบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกอยู่ที่ถนนฝั่งตรงข้ามห่างกันประมาณ 30 เมตร จำนวน 20 ปลอก ส่วนความเสียหายเบื้องต้น พบรถกระบะติดเครื่องขยายเสียงที่จอดริมถนนหน้าสถานี ถูกยิงหลายนัดจนยางล้อหน้าขวาแตก ประตูเหล็กข้างสถานีถูกยิง 2 นัด และกำแพงตึกถูกกระสุนได้รับความเสียหายหลายรู และมีคนบาดเจ็บ 1 คน คือนายธวัชชัย บุญมาก อายุ 39 ปี คนเฝ้าสถานีที่ถูกยิงแขนขวาบาดเจ็บเล็กน้อย

คนเฝ้าถูกยิงเฉี่ยวแขน

นายธวัชชัย เปิดเผยว่า ประมาณตี 3 ขณะนอนหลับได้ยินเสียงปืนดังรัวเข้ามาที่สถานีอย่างหูดับตับไหม้ รีบพลิกตัวหลบเพราะนอนติดประตูเหล็กแต่ยังถูกกระสุนเฉี่ยวที่แขน 1 นัด ส่วนนายชาติชาย เอื้ออังกูรขจร อายุ 47 ปี หัวหน้าสถานีเปิดเผยว่า มีพยานเห็นรถปิกอัพขับเข้ามามีคนนั่งประมาณ 3 คน จอดรถที่ถนนฝั่งตรงข้าม จากนั้นรัวยิงเข้ามาเสียงสนั่นหวั่นไหวก่อนขับหลบหนีไป คาดสาเหตุมาจากเรื่องขัดแย้งทางการเมือง

อีโอดียังไม่เปิดเผยผลตรวจ

สำหรับความคืบหน้าเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ตกในกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 6 (ปตอ. พัน 6) ถนนแจ้งวัฒนะ ห่างเวที กปปส. ราว 300 เมตร ทำให้พื้นปูนหน้าโรงจอดรถเสียหาย มีเพียงสะเก็ดโดนตัวอาคาร ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. ตรวจสอบที่เกิดเหตุนาน 1 ชม. โดยไม่เปิดเผยรายละเอียด ขณะที่หลังเกิดเหตุทางทหารปิดประตูด้านถนนแจ้งวัฒนะไม่ให้เข้า-ออก ส่วนด้านข้างตั้งด่านตรวจเข้ม

มือบึมเป็นชายอ้วน-หัวโล้น

หลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำ กปปส. กล่าวว่า เชื่อว่าคนร้ายต้องการยิงให้มาลงที่พัก แต่พลาดเป้าคงไม่ชำนาญการใช้อาวุธ คนร้ายอาจเป็นคนเดียวกับที่เคยก่อเหตุ โดยน่าจะยิงจากจุดเดิมในพื้นที่รกร้างซอยแจ้งวัฒนะ 12 อย่างไรก็ตาม ผู้ชุมนุมไม่ไว้วางใจและไม่พึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีรายงานเพิ่มเติมว่า มีคนเห็นผู้ต้องสงสัย เป็นชายอายุ 30-40 ปี ศีรษะโล้น รูปร่างอ้วน สะพายกระเป๋ากีตาร์ หลังเกิดเหตุมีคนพบเห็นว่าวิ่งหนีไปขี่รถจักรยานยนต์ออกจากซอยแจ้งวัฒนะ 12 ส่วนกระแสข่าวว่า มีการยิงระเบิดใส่ รพ.มงกุฎวัฒนะด้วยนั้น จากการตรวจสอบแล้วไม่มีเหตุดังกล่าว

มอบ “วินัย” ล่าไอ้โม่งเอ็ม 79

พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์คนร้ายใช้เครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ในพื้นที่ต่างๆว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.มอบหมายให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน พร้อมสั่งให้เพิ่มความระมัดระวังรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ บ้านพัก สถานที่ราชการ ตั้งด่านคัดกรองบุคคลและอาวุธ และจับกุมอาวุธได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนที่มีการเล็ดลอดเข้ามาได้มีการสืบสวนจับกุม ก็มีความคืบหน้าเป็นระยะๆ

จวก กวป.ขัดขวาง จนท.

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่คนร้ายลอบยิงเอ็ม 79 ตกในพื้นที่กองร้อยที่ 1 กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 6 (ปตอ.พัน.6) ส่งผลให้ตัวอาคารรับความเสียหายว่า การใช้อาวุธต่อพื้นที่การชุมนุมยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด การยิงจึงเกิดความคลาดเคลื่อนจากการแอบยิงตามซอกซอย ซึ่งที่ตั้งหน่วยทหารมีความเข้มงวด แต่อยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุมถือว่าสุ่มเสี่ยง จึงต้องปรับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยให้เข้ากับสถานการณ์ ส่วนกรณีกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) บุกรื้อแนวบังเกอร์ของทหารบริเวณหน้า ป.ป.ช. เป็นการทำที่ไม่เหมาะสม ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ กองทัพต้องเลี่ยงการเผชิญหน้า ทั้งนี้ พื้นที่ ป.ป.ช.ถือเป็นจุดเสี่ยงในการใช้อาวุธ ทหารจึงต้องดูแลเมื่อมีมวลชนมากดดันเพื่อไม่ให้เกิดปะทะ โดยหากมีเหตุการณ์รุนแรงแกนนำ กวป.ต้องรับผิดชอบ

อีโอดีทหารชี้มุ่งเป้าแจ้งวัฒนะ

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ส่งชุดหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดของกองทัพ (อีโอดี) เข้าไปตรวจสอบ เอ็ม 79 ที่ยิงตกในพื้นที่หน่วย 5 ลูก โดยระเบิดทำงาน 4 ลูก อีก 1 ลูกไม่ทำงาน โดยไม่ส่งผลกระทบต่ออาวุธยุทโธปกรณ์ และกำลังพลในหน่วย นอกจากนี้จุดตรวจความมั่นคงที่ส่งทหารลาดตระเวนไม่พบผู้กระทำความผิด แต่เบื้องต้นได้ประสานตำรวจดำเนินคดี แต่ด้วยพื้นที่มีทางเข้าออกหลายทางจึงลำบากต่อการดูแลความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ชุดอีโอดีของทหาร ระบุว่าทิศทางการยิงจุดมุ่งหมายไปยังถนนแจ้งวัฒนะ

ผบ.ตร.สั่งสกัดระเบิดจาก ตจว.

เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีสำคัญในการชุมนุมของในพื้นที่ กทม.และต่างจังหวัด พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า คดีที่มีคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ที่ซอยแจ้งวัฒนะ 13 น่าจะเชื่อมโยงเหตุวางระเบิดหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด และหน้าศาลอาญา คนร้ายจงใจข่มขู่หรือสร้างสถาน– การณ์ ส่วนเหตุลอบยิงระเบิดเอ็ม 79 หลายจุด แสดงถึงความต้องการให้มีเหตุแทรกซ้อนและสถานการณ์รุนแรง มีการลักลอบขนอาวุธ วัตถุระเบิดจากต่างจังหวัดเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ กทม. ได้กำชับ ผบก.ภ.จ.วิเคราะห์เส้นทางที่เป็นจุดล่อแหลมในการลักลอบนำอาวุธ วัตถุระเบิด และส่วนประกอบระเบิดแสวงเครื่องเข้ามาในพื้นที่ กทม.และตั้งจุดตรวจสกัดเข้มแข็ง

รวบตัวมือจัดขายสไนเปอร์

วันเดียวกัน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะเลขานุการ ศอ.รส. แถลงภายหลังการประชุม ศอ.รส. กล่าวว่า ขณะนี้มีแนวโน้มว่าจะเกิดการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายต่างๆ จนอาจนำไปสู่ความรุนแรง โดยเฉพาะการใช้อาวุธปืนและระเบิดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 26 มี.ค. ก็มีเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าไปในพื้นที่ชุมนุมที่ถนนแจ้งวัฒนะ ศอ.รส.ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือน ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าวโดยทันที พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่สืบสวนหาข่าวเพื่อระงับเหตุร้ายต่างๆ โดยเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นและสามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 คน พกพาอาวุธปืนยาวสไนเปอร์ (เซกาเซ่) ได้จำนวน 2 กระบอก พร้อมกระสุน 20 นัด ลักลอบนำมาเพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้า อาวุธปืนดังกล่าวถือเป็นอาวุธร้ายแรงที่สามารถนำมาดัดแปลงเป็นปืนซุ่มยิงเพื่อใช้ในการลอบสังหารได้ จึงกำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจ สอบอย่างจริงจัง

ค้านเพิ่มบังเกอร์กระทบท่องเที่ยว

นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศอ.รส. กล่าวถึงกรณีที่ ผบ.ทบ.ต้องการขอเพิ่มบังเกอร์ว่า ทาง ศอ.รส.ได้สั่งการให้ ผบ.ตร.ปรับเพิ่มลดกำลังพลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ หากสถานการณ์รุนแรงก็สามารถเพิ่มกำลังได้ตามความเหมาะสม ส่วนทหารมีอำนาจเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ไม่ใช่ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงมีอำนาจหน้าที่เทียบเท่ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ การปรับเพิ่มบังเกอร์ทำให้บ้านเมืองดูไม่เรียบร้อย สร้างความเสียหายให้การท่องเที่ยว ภาคเอกชนหลายรายขอปรับลดบังเกอร์บริเวณที่เป็นพื้นที่ธุรกิจ ทางทหารจึงควรจะปรับย้ายไปในส่วนที่รั้วรอบขอบชิด การเพิ่มบังเกอร์ไม่ได้มีผลใดๆ เพราะยังคงมีการยิงเอ็ม 79 ต่อเนื่องใส่ทั้งองค์กรอิสระ นปช. กปปส. ไม่มีใครรู้มือที่ 3 คือใคร ส่วนที่ทหารเปลี่ยนแนวคิดมาใช้มอเตอร์ไซค์ลาดตระเวนเป็นสิ่งที่ดี

“ทักษิณ” ห่วงอาวุธสงครามถล่มหนัก

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ในประเทศไทยระยะนี้ โดยเห็นว่า 1.ในช่วงนี้มีการปล่อยข่าว โดยเฉพาะข่าวลวงอย่างมาก  ทราบว่าขณะนี้มีการปล่อยข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณประสบอุบัติเหตุ ขอยืนยันว่าท่านยังสบายดี ไม่ได้มีปัญหาใดๆ 2.เป็นห่วงว่าจะมีการใช้อาวุธสงครามมากขึ้น เพื่อสร้างสถานการณ์ สร้างความสับสนให้เกิดขึ้นในสังคม จึงอยากฝากไปถึงพี่น้องประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารในแต่ละวันให้มาก

จี้ตรวจคลังอาวุธ กปปส.–กองทัพ

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในระยะนี้มีเอ็ม 79 ตกถี่มากขึ้น ที่จริงฝ่ายความมั่นคงก็ได้ประเมินกันแล้วว่าในช่วงท้ายๆของการชุมนุมไม่ต้องกังวลเรื่องการขนอาวุธเข้า แต่ให้กังวลเรื่องการขนอาวุธออก จึงไม่แปลกใจที่จะมีการเร่งก่อเหตุเพื่อให้อาวุธในสต๊อกหมดไปโดยเร็ว จึงอยากเรียกร้อง กปปส.ให้เปิดคลังแสงของตนเองด้านหลังเวทีเพื่อให้ตรวจสอบ และอยากเรียกร้องไปยังกองทัพด้วยว่าขอให้ตรวจสอบจำนวนยอดอาวุธสงคราม และรายงานต่อประชาชนว่ายังมีจำนวนอยู่ครบหรือไม่

ท่าทีเหล่าทัพเป็นเอกภาพ

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. กล่าวถึงกรณีที่กปปส. และกลุ่ม นปช.จะนัดชุมนุมใหญ่ ว่า เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ชุมนุมมายื่นหนังสือเรียกร้องให้ทหารร่วมกับฝ่ายประชาชน โดยแกนนำ กปปส.เรียกร้องให้ทหารแสดงบทบาทให้ชัดเจนไม่ให้ปฏิวัติ ให้ทหารเป็นกลาง ไม่ให้คนหรือสถานที่นำไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง โดยภาพรวมของ ผบ.เหล่าทัพ หากจะแสดงบทบาทอะไร จะประชุมและดำเนินการเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อถามว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม จะขอใช้พื้นที่กองทัพอากาศเพื่อจัดประชุม จะอนุญาตหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ถ้าในฐานะ รมว.กลาโหม ก็พร้อมดำเนินการ

สธ.จัดทีมรับมือชุมนุมใหญ่

ที่โรงพยาบาลสงฆ์ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในการชุมนุมทางการเมือง ว่า ในการชุมนุมใหญ่วันที่ 29 มี.ค.นี้ สธ.จะร่วมกับศูนย์เอราวัณกรุงเทพฯ และมูลนิธิ ดูแลพื้นที่ที่มีการเคลื่อนขบวน โดยในส่วนของ สธ.รับผิดชอบดูแลพื้นที่ใกล้โรงพยาบาลสงฆ์ และจัดทีมระดับภูมิภาค 3 ทีม ทีมละ 3 จังหวัด นอกจากนี้ ยังจัดทีมจากสังกัดกรมการแพทย์อีก 6 ทีม โดยระหว่างการเดินทางเคลื่อนขบวนของกลุ่ม กปปส. ก็จะมีทีมแพทย์พยาบาลประจำจุดที่ขบวนเดินผ่าน ส่วนกรณีที่จะมีมวลชน 2 ฝ่ายนัดชุมนุมพร้อมกันวันที่ 31 มี.ค.นั้น จะประสานทีมแพทย์จากโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ร่วมรับมือกับสถานการณ์ด้วย ส่วนกรณีที่มีมวลชนข่มขู่และทำร้ายเจ้าหน้าที่ และทำลายทรัพย์สินของสาธารณสุข เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ได้มอบหมายให้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว

ตรึง 5 กองร้อยดูแลป้องกันเหตุวุ่น

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวถึงกรณีกลุ่ม กปปส.นัดชุมนุมใหญ่และเดินขบวนจากสวนลุมพินีไปที่รัฐสภาวันที่ 29 มี.ค.นี้ว่า เชื่อว่าผู้ชุมนุมจะไม่ปักหลักค้างแรม หากเดินขบวนเสร็จก็จะเดินทางกลับ เพราะบริเวณนี้ใกล้กับสวนอัมพรและลานพระราชวังดุสิต ไม่เหมาะที่จะพักค้างแรม เชื่อว่าเจรจาได้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เบื้องต้น บช.น.ใช้กำลัง 5 กองร้อยในการดูแลควบคุมสถานการณ์ ส่วนการเดินขบวนผ่านทางจุดต่างๆ ให้แต่ละ บก. จัดทำแผนในการรับมือ รวมถึงจุดสูงข่ม จุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อดูแลและป้องกันเหตุร้าย

ฟ้องแพ่ง-อาญาปิดสถานที่ราชการ

วันเดียวกัน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะเลขานุการ  ศอ.รส.แถลงภายหลังการประชุม ศอ.รส.ว่า จากที่กลุ่ม กปปส.และกลุ่มมวลชนอื่นที่ปิดล้อมสถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ ศอ.รส.ร่วมกับส่วนราชการได้เปิดทำการได้ถึง 67 แห่งแล้ว ขอร้องกลุ่มมวลชนทุกกลุ่ม ไม่ว่ากปปส. หรือ นปช. หรือกลุ่มอื่นใด งดเว้นการปิดล้อม ปิดกั้น คุกคามการทำงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ ศาล และหน่วยงานต่างๆ เพราะเสียหายต่อบ้านเมืองมาก โดยเฉพาะการให้บริการประชาชนต้องหยุดชะงักล่าช้าเป็นการทำผิดกฎหมาย จึงมีนโยบายให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานรัฐดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับแกนนำกลุ่ม กปปส. หรือกลุ่มอื่นใดที่มีพฤติกรรมดังกล่าว โดยศาลได้ออกหมายจับ
ผู้กระทำผิดแล้วหลายราย

วอนศาลถอนประกันหัวโจกแดง

เมื่อเวลา 10.30 น. นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฎ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้ศาลอาญาพิจารณาถอนประกันตัวนายจตุพร พรหม–พันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการ นปช. และนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ฐานกระทำผิดเงื่อนไขการให้ประกันตัวคดีก่อการร้ายว่า เนื่องจากคนเสื้อแดงใช้ความรุนแรงต่อ ป.ป.ช. หากไม่ถอนประกันเกรงจะรุนแรงขึ้น เพราะพรรคเพื่อ-ไทยมีคดีที่กำลังจะถูกชี้มูลที่ ป.ป.ช.หลายคดี โดยเฉพาะคดีทุจริตจำนำข้าว จึงขัดขวางการทำงานของ ป.ป.ช.ทุกรูปแบบเพื่อยืดเวลาการชี้มูลออกไป

คปท.เคลื่อนพลจี้เร่งปฏิรูปที่ดิน

สำหรับความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพาน ชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.20 น. วันเดียวกัน นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. และนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. นำมวลชนจัดคาราวานรถยนต์เคลื่อนไปยังอาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายพินิจ หาญพาณิชย์ อธิบดีกรมที่ดิน ผ่านนายธรรมศักดิ์ ชนะ รองอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อเร่งดำเนินการปฏิรูปที่ดิน อาทิ การจัดระบบข้อมูลที่ดินเพื่อการปฏิรูปทั่วประเทศให้เป็นสาธารณะ การกำหนด แผนการใช้ที่ดินและคุ้มครองที่ดินเพื่อการเกษตร และกำหนดเพดานการถือครองที่ดิน เป็นต้น

ชวน กกต.ร่วมวงก่อนจัดเลือกตั้ง

จากนั้น เมื่อเวลา 11.00 น. แกนนำ คปท.ได้เคลื่อนขบวนไปยังที่หน้าอาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผ่านนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. เพื่อให้พิจารณาแนวทางการปฏิรูปประเทศว่าด้วยเรื่องการปฏิรูประบบเลือกตั้งของ คปท. นายอุทัยกล่าวว่า ต้องการเสนอแนวทางก่อนจะมีการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการปฏิรูปนักการเมือง พรรคการเมืองซึ่งเป็นตัวขัดขวางความก้าวหน้าของชาติ จึงขอให้ กกต.หยุดเดินหน้าจัดเลือกตั้งและหันมาปฏิรูปประเทศก่อน

รุกกดดันต่อกระทรวงพลังงาน

กระทั่งเวลา 12.10 น. ทั้งหมดได้เคลื่อนขบวนต่อไปยังกระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยข้อมูลปริมาณพลังงานในประเทศไทยทั้งหมด ยุติการขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม และขอทราบแนวทางการใช้น้ำมันราคาถูก ซึ่งขอทราบแนวทางทั้ง 3 เรื่อง ภายใน 21 วัน รวมทั้งขอให้กระทรวงพลังงานเร่งปฏิรูปพลังงานก่อนการเลือกตั้งด้วย โดยมีนายชวลิต พิชาลัย ผู้ตรวจราชการ กระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทนรับหนังสือ โดยไร้เหตุรุนแรงใดๆ

“เทือก” เดิน 15 กม.วันที่ 4 ยังคึก

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมกลุ่ม กปปส. สวนลุมพินี เริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเวลา 08.00 น. ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งออก เดินทางไปยังจุดนัดหมายสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อ่อนนุช ตั้งขบวนเป็นวันที่ 4 เพื่อเชิญชวนประชาชนให้เข้าร่วมการชุมนุมใหญ่วันที่ 29 มี.ค.นี้ ต่อมาเวลา 09.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำและผู้ชุมนุมเดินทางถึงจุดนัดหมาย เริ่มเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าตามเส้นทางรถไฟฟ้า ผ่านสถานีฯพระโขนง สถานีฯเอกมัย เลี้ยวขวาเข้าถนนเอกมัยและเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรี แล้วเดินเข้าเส้นทางถนนทองหล่อ และหยุดรับประทานอาหารกลางวันที่สถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ ก่อนจะเดินไปตามถนนสุขุมวิท ผ่านแยกอโศก มุ่งหน้าเพลินจิต ราชประสงค์ ระยะทางรวม 15 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางมีประชาชนต้อนรับโบกธง มอบเงินบริจาค โดยช่วงที่เดินมาถึงถนนสุขุมวิท 42 มีหญิงวัยกลางคนนำเงินใส่ซองสีน้ำตาลโดยเขียนหน้าซองว่า มีเงินจำนวน 5 แสนบาท มอบให้นายสุเทพด้วย

เครือข่ายนนท์ให้กำลังใจ สธ.

เมื่อเวลา 12.00 น. กลุ่ม กปปส.นนทบุรี นำโดย นายราเชน ตระกูลเวียง แกนนำ กปปส.นนทบุรี เดินทางให้กำลังใจ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด กระทรวงสาธารณสุข และบุคลากรของ สธ. กรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงบุกมาเรียกร้องให้ สธ.ปลดป้ายต่อต้าน รัฐบาล พร้อมกับมอบแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยมี นพ.อนุรักษ์ อมรเพชรสถาพร ผอ.สำนักสาธารณสุขฉุกเฉิน รับแถลงการณ์ไว้

กวป.ต้านคอนเสิร์ต “พงษ์พัฒน์”

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กวป.นั้น ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ช่วงเย็นวันเดียวกัน กลุ่ม กวป.นำโดยนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง นำมวลชนเดินทางไปโรงเบียร์ฮอลแลนด์ ถนนราชพฤกษ์ ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังทราบว่าอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นักร้องนักแสดงชื่อดัง มีกำหนดขึ้นแสดงคอนเสิร์ตที่ร้านดังกล่าวในเวลา 20.00 น. โดยแกนนำ กวป.ได้กล่าวโจมตีถึงความไม่เป็นกลางของอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ที่เป็นนักแสดงของประชาชนแต่กลับทำตัวไม่เป็นกลางเข้าข้าง กปปส. และต้องการเรียกร้องให้โรงเบียร์ฮอลแลนด์ยุติการแสดงคอนเสิร์ตของอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ อย่างเด็ดขาด และปลดป้ายคอนเสิร์ตลงด้วย ต่อมานายสมพงษ์ บุญเพ็ง ผู้จัดการร้านได้ออกมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมพร้อมสั่งปลดป้ายคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ลง และยืนยันว่าได้สั่งยกเลิกการแสดงคอนเสิร์ตดังกล่าวแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมต่างพอใจสลายตัวกลับไปชุมนุมหน้าสำนักงาน ป.ป.ช.ตามเดิม

“ถวิล” ขอหลวงปู่เข้าทำงาน

ตอนสายวันเดียวกัน นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าพบหลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ สมช.เข้าทำงานในศูนย์ราชการ อาคารบี โดยหลวงปู่กล่าวว่าดีใจที่ได้พูดคุยกับนายถวิล ซึ่งเป็นข้าราชการที่กล้าหาญ ควรยกย่อง จึงขอให้นายถวิลขึ้นเวที กปปส.แจ้งวัฒนะ เล่าให้ผู้ชุมนุมรู้ถึงกระบวนการต่อสู้จนได้รับชัยชนะ ส่วนการเข้ามาทำงานที่อาคารบีนั้น ตนยินดีเป็นอย่างมาก ขอยืนยันที่ผ่านมาไม่เคยห้ามข้าราชการเข้าทำงาน

“บิ๊กอู๋” ดอดแจงปมงบ ศรส. 2 พัน ล.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการ-การเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการประชุมพิจารณางบประมาณที่ ศรส. ขออนุมัติงบกลาง จำนวน 2,309 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายการดำเนินงานของ ศรส.  ระหว่างวันที่ 22 ม.ค.-22 มี.ค.2557 หลังจากมติ กกต.ไม่อนุมัติงบประมาณดังกล่าว เพราะยังขาดรายละเอียดการใช้งบประมาณ และผลการดำเนินงาน โดยได้เชิญ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส. และตัวแทนผู้ตรวจเงินแผ่นดินเข้าชี้แจง โดย ร.ต.อ.เฉลิมได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผบ.ตร.เข้าชี้แจงต่อ กกต.แทน โดย ผบ.ตร.ได้หลบ สื่อมวลชนที่มารอสัมภาษณ์ที่บริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงาน ไปเข้าอาคารด้านอื่น มีเพียงเจ้าหน้าที่ของ ศรส. ได้นำเอกสารเข้าชี้แจงต่อ กกต.

เตรียมเส้นทางเดินรณรงค์ต่อ

ต่อมาเวลา 21.10 น. ที่เวทีสวนลุมพินี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส.ขึ้นเวทีปราศรัยว่า การเดินขบวนรณรงค์วันที่ 5 ของ กปปส. เพื่อเชิญ ชวนให้ประชาชนเข้าร่วมชุมนุมใหญ่วันที่ 29 มี.ค.นั้น โดยวันที่ 28 มี.ค. จะเคลื่อนจากสวนลุมฯ ไปตั้งขบวน ที่แยกวัดตึกและเคลื่อนขบวนไปยังวงเวียนโอเดียน สี่พระยา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสีลม ถนนมเหศักดิ์ และสิ้นสุดที่ถนนสาทร

จัดทัพ 6 ขบวนฟุ้งมวลชนมหาศาล
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.กล่าวว่า สำหรับวันที่ 29 มี.ค. จะมีเครือข่ายมาร่วมขบวน 65 เครือข่าย เริ่มตั้งขบวนแต่ 7.00-8.00 น. ตั้งขบวน รอบสวนลุมพินี หัวขบวนจากหน้าพระบรมราชานุ– สาวรีย์ ร.6 วนซ้ายรอบสวนลุมฯ จุดสุดท้ายจะอยู่ประตู 7 ทั้งนี้ จะแบ่งขบวนออกเป็น 6 ขบวน เชื่อว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมอย่างมหาศาล โดยเส้นทางจะเคลื่อนจากสวนลุมพินี ราชดำริ ราชประสงค์ มุ่งหน้าแยกปทุมวัน เลี้ยวเข้าถนนพญาไท ถนนศรีอยุธยาผ่าน หน้าวัดเบญจมบพิตร และเข้าสู่ลานพระบรมรูปทรงม้าเป็นจุดสุดท้าย

กำนันปลื้มวันเดียวรับ 5.2 ล้าน

กระทั่งเวลา 21.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.กล่าวว่า การเดินเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้รับบริจาคเงินมา 4,728,520 บาท ไม่หนำใจตามมายื่นให้อีกที่เวทีชาวเต้นราชประสงค์มาให้อีก 1 แสนบาท ชาวสกลนคร พังโคนรักชาติให้อีก 1 แสนบาท ผู้ประสงค์ไม่ออกนามอีก 120,000 บาท คนโคราชอีก 2 แสนบาท สรุปแล้ว 5,248,520 บาท สำหรับตนพี่น้องที่ยื่นเงินให้ 20 บาท หรือ 5 แสนบาท ให้ความรู้สึกซาบซึ้งเหมือนกัน เพราะท่านได้แสดงความเป็นเจ้าของประเทศและแสดงเจตนารมณ์แล้วว่าให้ปฏิรูปประเทศให้ได้ บางคนบอกว่าค่าแรงยกให้หมดตนน้ำตาซึม

เปิดเกมรุกต่อเนื่องไล่บี้รัฐบาล

นายสุเทพกล่าวอีกว่า ส่วนที่เรานัดหมายเดิน ขบวนครั้งใหญ่ วันที่ 29 มี.ค.นี้ เพื่อประกาศเจตนารมณ์ของคนทั้งประเทศที่ปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง ด้วยมือประชาชนไม่ใช่มือนักการเมือง และระบอบทักษิณจะต้องไม่อยู่เหนือการปฏิรูปประเทศ เราต้องไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯให้ออกไป เมื่อเราเปลี่ยนแล้ว ระบบการเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะบริสุทธิ์ ไม่มีช่องให้คนชั่วเข้ามาอีก การปฏิรูปคราวนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้คนดีมาปกครองประเทศ ส่วนประชาชนต่างจังหวัดก็ให้ดำเนินการเหมือนกันที่จังหวัดของท่าน ในเวลา 09.30 น. เช่นเดียวกันทั่วประเทศ และหลังจากวันที่ 29 มี.ค. เราจะเปิดเกมรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อยึดคืนอำนาจอธิปไตยมาเป็นของคนไทยให้ได้ เป้าหมายสุดท้ายคือประชาชนยึดเอาอำนาจประชาชนคืนกลับมา แล้วตั้งสภาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศให้เสร็จภายใน 1 ปีครึ่ง แล้วเดินหน้า ประเทศต่อไป เราต้องร่วมมือกันทั่วประเทศจึงจะสำเร็จ

28 มี.ค. 2557 08:05 1 เม.ย. 2557 22:45 ไทยรัฐ