วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ยิ่งลักษณ์'ยังกั๊กเว้นวรรคส่งยิ้มให้คนถาม

ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธปปช.ไม่ให้เลื่อนชี้แจง

“ยิ่งลักษณ์” อุบไต๋ข่าวสะพัด ตระกูล “ชินวัตร” เว้นวรรคการเมือง 1 ปี แลกเลือกตั้ง “พงศ์เทพ” ปัดขึ้นแท่นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 “สุรพงษ์” เมินเปิดเกมเจรจาใต้ดิน “นพดล” ย้ำยังไม่มีคำสั่งจากนายใหญ่ ยืนยันนายกฯปูยังต้องอยู่รักษาการต่อ ส.ส.หญิง พท.ไล่บี้ถึงรัง ปชป.ดึงเข้าเกมเลือกตั้ง ฟ้องดะ “โอบามา-บันคีมูน” จับตาขบวนการล้มเลือกตั้ง ด้าน 53 พรรคนัดถกหาทางออกเลือกตั้งใหม่ แต่ ปชป.เมินไม่ขอร่วมวง จวก “เต้น” มุกตีกินสร้างราคา “หมอณรงค์-จรัญ” ประสานเสียงโต้ถูกทาบร่วมรัฐบาล กปปส. “เต้น” ปูดอีกโรดแม็ปคณะยึดอำนาจ ยึดโมเดลยุค คมช. ดัน “เทพ” ตั้งตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ คำวินิจฉัยเป็นทางการถึงมือ กกต. “มาร์ค” ใกล้หายจ่อได้กลับบ้าน แต่ “ปู” ต้องใส่เฝือกอ่อนล็อกข้อเท้า ทนาย “ปู” วิ่งวุ่นยื้อคดีจำนำข้าว ป.ป.ช.ตัดฉับไม่ขยายเวลาให้ จ่อลงดาบ “ขุนค้อน” สัปดาห์หน้า

หลังจากออกมาเปิดรายชื่อตัวเต็ง ตัวสำรองนายกฯคนกลาง ครม. และไปถึงบุคคลที่จะเข้าไปอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศตามแนวทาง กปปส.แล้ว ล่าสุดนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. เปิดซีรีส์ใหม่เป็น “โรดแม็ปปฏิรูปประเทศ” ที่แทบจะลอกเลียนแบบมาจาก คมช. เกือบทั้งดุ้น

“เต้น” ปูดโรดแม็ปคณะยึดอำนาจ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 มี.ค. ที่ชั้น 6 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. แถลงข่าวถลกหนังเทือกว่าหากนายสุเทพและพวกสามารถล้มการเลือกตั้ง ตั้งสภาประชาชน นายกฯประชาชน และปฏิรูปประเทศไทย หนทางที่จะสำเร็จคือต้องฉีกรัฐธรรมนูญ ก่อรัฐประหาร สำหรับ “โรดแม็ป” ที่คนพวกนี้จะทำต่อคือ ประกาศการยึดอำนาจการปกครองผ่านสถานีโทรทัศน์ ขอเสนอว่าที่โฆษกคณะยึดอำนาจชื่อนายกนก รัตน์วงศ์สกุล ต่อมาจะมีการประกาศฉบับแรกของคณะยึดอำนาจ คือ ใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร สกัดความเคลื่อนไหวของฝ่ายไม่เห็นด้วย ประกาศให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เป็นหัวหน้าผู้ก่อการรัฐประหาร มีสถานะเป็นรัฏฐาธิปัตย์เพื่อออกคำสั่งต่างๆให้คนไทยปฏิบัติ เช่น เจ้าตัว เคยประกาศไว้แล้วบนเวที กปปส. ว่าจะยึดทรัพย์นายกฯและครม. รวมทั้งนายสมชาย และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์

ดักคอ “เทพ” ตั้งตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์

เลขาธิการ นปช.กล่าวต่อว่า จากนั้นมีคำสั่งให้บุคคลที่เป็นกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามไปรายงานตัว ให้ทหาร ตำรวจไปรายงานตัวต่อต้นสังกัด ห้ามเคลื่อนกำลัง ให้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสิ้นสุดลงแต่ให้คงศาลไว้พิจารณาคดีต่อ ให้กฎหมายที่รองรับองค์กรอิสระสามารถใช้ได้อยู่ เช่น ป.ป.ช. กกต. เพื่อไว้เล่นงานฝ่ายตรงข้าม ระหว่างที่ไม่มีนายกฯอำนาจทั้งหลายจะเป็นของนายสุเทพผู้เดียว จนกว่าจะมีการเสนอชื่อนายกฯและ ครม. ระหว่างนั้นจะสั่งให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่รัฐมนตรีแทน รวมถึงการประกาศให้สื่อมวลชนทุกแขนงเสนอข่าวรัฏฐาธิปัตย์และคณะ ห้ามพรรคการเมืองประชุม เว้นพรรคประชาธิปัตย์ เชิญทูตประเทศต่างๆมารับฟังคำอธิบาย

เชื่อสุดท้ายก็นิรโทษกรรมตัวเอง

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นใน 1-2 วัน แต่จะมีเรื่องสำคัญมากที่สุด คือ จะประกาศตั้งนายกฯเถื่อนขึ้นมาตามโผของตน เพื่อไปตั้ง ครม.เถื่อน ตั้งสภาประชาชน ซึ่งกว่าครึ่งล้วนเคยขึ้นเวที กปปส. มีการออกรัฐธรรมนูญชั่วคราวก่อนจะยกร่างฉบับใหม่ ขอฟันธงว่าจะบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้นายสุเทพและพวก  เท่ากับว่ามวลมหาประชาชนที่เริ่มมาจากการชุมนุมต้านกฎหมายนิรโทษกรรม จะจบลงด้วยการรับกฎหมายนิรโทษกรรมพวกตัวเอง เมื่อคนเสื้อแดงออกมาขัดขวางจะถูกปราบปรามทันที

“ปู” ใส่เฝือกอ่อนล็อกข้อเท้า

เมื่อเวลา 10.50 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางโดยรถตู้โฟล์ค สีดำ มายังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.กห.) เมืองทองธานี โดยทันทีที่ลงจากรถ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่า จากเดิมก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ใส่เฝือกอ่อนแบบธรรมดา มาเป็นเฝือกอ่อนแบบมีที่ล็อกข้อเท้า และยังคงนั่งวีลแชร์มาทำงานอยู่ เนื่องจากอาการบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าด้านซ้ายฉีก ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. ที่ยังไม่หายขาด โดยนายกฯเล่าถึงอาการบาดเจ็บว่า เหตุที่ใส่เฝือกอ่อนและต้องมีตัวล็อกข้อเท้า เพราะที่ผ่านมาเดินมากไปทำให้น้ำหนักลงไปที่เท้าซ้ายเยอะ ทำให้ข้อเท้าบวมขึ้น ดังนั้นจึงต้องล็อกข้อเท้าเพื่อไม่ให้เท้าขยับ

อุบไต๋ “ชินวัตร” ขอเว้นวรรค

เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงกระแสข่าวนายกฯและคนในตระกูลชินวัตรจะเว้นวรรคทางการเมือง 1 ปี รวมถึงการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีถูกกล่าวหาปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว วันที่ 31 มี.ค. โดยนายกฯหันมายิ้มแต่ไม่ตอบคำถาม ก่อนนั่งวีลแชร์ขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ บนชั้น 10 สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

“พงศ์เทพ” ปัดขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง

ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดทำบัญชีรายชื่อ ส.ส. เป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ขณะนี้ยังไม่มีการจัดทำรายชื่ออะไรทั้งสิ้น เพราะยังไม่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง การมีข่าวว่าจะให้ตนนั่ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 นั้น เป็นข่าวที่ไม่มีมูล เช่นเดียวกับข้อเสนอว่าคนในตระกูลชินวัตรจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ทราบว่าเอาข้อมูลมาจากไหน ไม่น่าจะมีมูลความจริงเช่นกัน

“สุรพงษ์” โต้แค่พวกปล่อยข่าว

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า เป็นเพียงการปล่อยข่าวปลุกกระแสให้เกิดความเกลียดชัง เพราะไม่มีความจำเป็นที่ต้องเจรจาทางลับ เนื่องจากเสนออะไรมา นายสุเทพและพวกก็ไม่เอา เพราะกลัวพรรคเพื่อ–ไทยชนะเลือกตั้งอีก อยากถามกลับว่าหากให้ตระกูลเทือกสุบรรณ พร้อมพันธุ์ เว้นวรรคทางการเมืองจะทำได้หรือไม่ ขณะนี้ต้องรอ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอนก่อน นายกฯไม่ได้พูดเรื่องนี้ หากนายกฯจะพักก็ต้องพิจารณาตัดสินอีกครั้งว่าผู้สมัครจะเป็นใครบ้าง แต่ตอนนี้นายกฯต้องทำหน้าที่จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ส่วนกระแสข่าวว่านายพงศ์เทพจะมาลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 แทนนั้น เรื่องนี้คณะกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้ตัดสิน แต่สมาชิกพรรคยังให้การสนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ คนต่อไป เพราะเป็นที่รักของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนส่วนใหญ่ในต่างจังหวัด ให้ความเชื่อมั่นในการทำงาน 2 ปีที่ผ่านมา และพิสูจน์ได้ชัดถึงการยอมรับจากต่างชาติ

“นพดล” ยันไม่มีคำสั่งนายใหญ่

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า กรณีมีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณสั่งการให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เว้นวรรคการเมือง 1 ปี เพื่อให้มีการเจรจาต่อรองกันนั้น ได้ตรวจสอบและคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเป็นการปล่อยข่าว และเป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารจะหารือกันต่อไป ขณะนี้ยังไม่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกมาเลย คงยังไม่ใช่เวลาที่จะหารือกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ทำอะไรผิด ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนทั้งประเทศให้มาเป็นนายกฯ แล้วถูกกดดันให้ยุบสภา จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นนายกฯ รักษาการอยู่ ไม่ได้หวงอำนาจหรือหวงตำแหน่ง แต่ต้องอยู่ทำหน้าที่เพื่อรักษากรอบกติกาประชาธิปไตย อย่างที่เคยพูดไว้ว่าจะสู้จนนาทีสุดท้าย และพร้อมยอมตายในสนามประชาธิปไตย

ส.ส.หญิง พท.บุก ปชป.บี้ลงเลือกตั้ง

วันเดียวกันเวลา 11.00 น. กลุ่มอดีต ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทยราว 10 คน นำโดยนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต ส.ส.พะเยา เดินเข้ามาที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อมาถึงทั้งหมดได้กราบไหว้ สักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม จากนั้นได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฎ์ รองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ โดยนางลดาวัลลิ์อ่านเนื้อหาในจดหมายว่า หลังรัฐบาลคืนอำนาจให้ประชาชนจัดเลือกตั้งใหม่ แต่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ เพราะมีกลุ่มการเมืองที่มีอดีตผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ นำมวลชนก่อกวนการเลือกตั้ง จนการเลือกตั้งหลายจังหวัดมีปัญหา จนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยพรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ถาม “มาร์ค” จะบอยคอตรอบ 3 ไหม

นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า จากคำวินิจฉัยศาลรัฐ-ธรรมนูญอาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ พรรคประชา-ธิปัตย์สามารถตัดสินใจใหม่ได้ในการร่วมรักษาประชาธิปไตย จึงมีคำถามถึงนายอภิสิทธิ์ ดังนี้ 1. การเลือกตั้งครั้งต่อไปนายอภิสิทธิ์จะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ นำพรรคบอยคอตเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 3 หรือไม่ 2. พรรคประชาธิปัตย์จะยอมรับผลเลือกตั้งจากเสียงประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยที่ยึดมากว่า70 ปีหรือไม่ 3.หากพรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีอุดมการณ์อย่างไรต่อไปในระบอบประชาธิปไตย และ 4.หากยืนยันว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีก จะอ้างความไม่เกี่ยวข้องกันและทำการขัดขวางก่อกวนทำให้การเลือกตั้งมีปัญหาอีกหรือไม่

พท.ฟ้อง “โอบามา—บันคีมูน”

ต่อมาเวลา 13.45 น. ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ ว่าที่รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ตนและนางลดาวัลลิ์ ได้ยื่นหนังสือถึงนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ผ่านทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และยื่นหนังสือถึงเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย รวมทั้งส่งถึงนายบัน คี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ โดยต้องการแสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ความไม่เป็นประชาธิปไตยในประเทศ มีกระบวนการขัดขวางการเลือกตั้งและต้องการแช่แข็งประเทศไทย ละเมิดสิทธิของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งถึง 20 ล้านคน กระบวนการดังกล่าวต้องการกำจัดฝ่ายประชาธิปไตย เป็นวงจรอุบาทว์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่ปี 49 ยืนยันว่าไม่ใช่การใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมไทย เพียงแต่ต้องขอให้นานาชาติช่วยกันจับตาดูสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

สับ “สมชัย” เอียงหานายกฯ ม.7

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีนายสมชัย ศรี–สุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ที่โพสต์รูปและบทกลอนลงเฟซบุ๊กขณะเดินทางไปดูงานที่ประเทศอิตาลี นายสมชัยกำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้สังคม อีกหน่อยรับรองประเทศไทยเละตุ้มเป๊ะ การโพสต์โดยมีเป้าประสงค์จะสื่อสารต่อสาธารณะ และมีนัยสำคัญว่าสิ่งที่ทำนั้นจะเอียงเพื่องานใหญ่ ก็ไม่ควรอยู่ในสถานะของคนที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ที่ต้องปฏิบัติตามที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ ผดุงความยุติธรรมและความเป็นกลางให้กับประชาชนทั้ง 65 ล้านคน ที่นายสมชัยจะเอียงเพื่องานใหญ่ หมายถึงนายกฯมาตรา 7 หรือไม่หากใช่ก็ขอให้ไปให้สุดซอย หากบ้านเมืองนี้ไม่เคารพกติกา พึ่งพาผู้มีหน้าที่ผดุงความยุติธรรมไม่ได้ก็ตัวใครตัวมัน และไม่เชื่อว่านายกฯมาตรา 7 จะอยู่ได้เกิน 1 เดือน

เล็งยื่นถอดถอนให้ไปเล่นเฟซบุ๊ก

ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 1 เม.ย. ซึ่งจะเป็นวันแจ้งความแห่งชาติ ตนและผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย จะรวมตัวกันไปฟ้องร้อง กกต. ที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง แต่ทำให้เกิดความเสียหาย ไม่เต็มใจจัดการเลือกตั้ง คนทั้งประเทศทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น มีแต่ กกต.กับศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นที่ไม่รู้ วันนี้นายสมชัยทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 229 สมควรต้องถูกถอดถอน ดังนั้นตนจะล่ารายชื่อประชาชน 2 หมื่นรายชื่อ ยื่นถอดถอนนายสมชัยภายในสัปดาห์หน้า เพราะอยากให้นายสมชัยออกมาเล่นเฟซบุ๊กตามถนัด มากกว่านั่งทำงานแบบเอียงๆใน กกต.

ชทพ.ยันต้องสรุปก่อนออก พ.ร.ฎ.

ขณะที่นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการประชุมพรรคการเมือง เวลา 10.00 น. วันที่ 28 มี.ค. ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม ว่า เป็นการเชิญทุกพรรคการเมืองมาแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันว่าถ้าจะมีการเลือกตั้งใหม่ จะลงรับสมัครเลือกตั้งหรือไม่ พร้อมกับระดมความเห็นเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำซาก เช่น การขัดขวางการรับสมัคร ขัดขวางการลงคะแนนเลือกตั้ง เมื่อได้ข้อเสนอแนะก็จะมาสรุปเพื่อเสนอต่อ กกต.และรัฐบาล เพื่อให้หาทางและวางแนวทางแก้ไขก่อนจะตรา พ.ร.ฎ.เลือกตั้งขึ้นมาใหม่ แต่ตนไม่ทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์จะตอบรับเข้าร่วมหรือไม่

“สมชัย” ชักใบแดงขู่ “สมคิด” โพสต์มั่ว

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตอบโต้นายสมคิด เชื้อคง อดีตผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ที่โพสต์เฟซบุ๊กโดยใช้ชื่อว่า “ส.ส.สมคิด อุบล” ที่ระบุจะล่ารายชื่อถอดถอนนายสมชัยว่า ตอนนี้นายสมคิดเป็น ส.ส.ด้วยหรือ ขณะนี้มีการยุบสภายังไม่มีเลือกตั้ง เป็นการโฆษณาเกินจริงให้เกิดประโยชน์ต่อการเลือกตั้งหรือไม่ หากมี พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ให้รีบเอาคำว่า ส.ส.ออกจากหน้าเฟซบุ๊กด้วย หากมีคนร้องจะโดนใบแดงไม่รู้ตัว

ปชป.ยันไม่ร่วมวงถก 53 พรรค

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคจะไม่เข้าประชุมร่วมกับ 53 พรรคการเมืองในการหา ทางออกให้ประเทศ วันที่ 28 มี.ค. เพราะสถานการณ์ขณะนี้ไม่ใช่เวลาหารือระหว่างพรรคการเมือง ผู้เป็นเจ้าของประเทศคือประชาชนจำนวนมากยังไม่พร้อมเลือกตั้ง และยังไม่ยอมมอบอำนาจให้พรรคการเมือง ทางออกขณะนี้คือ ฝ่ายการเมืองควรถอยคนละ 1-2 ก้าวให้ประชาชนถือธงนำทางออกให้ประเทศ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องสั่งให้พรรคเพื่อไทยหยุดพูดถึงการเลือกตั้ง ให้ชะลอเลือกตั้งออกไปก่อน ส่วนกระแส ข่าวว่าตระกูลชินวัตรจะเว้นวรรคทางการเมือง 1 ปี เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้งนั้น เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ใครหรือคนตระกูลใด ทุกคนมีสิทธิทางการเมือง แต่ถ้าสถานการณ์ยังอยู่อย่างนี้ไม่ว่าจะเปลี่ยนใคร นามสกุลใดมา ปัญหาก็ไม่หายไป ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ต้องออกจากการเมือง แต่ควรทำตัวเป็นวีรสตรีล้มล้างสิ่งที่พี่ชายตัวเองทำไว้

จวก “เต้น” มุกตีกินสร้างราคา

นายชวนนท์กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เปิดรายชื่อนายกฯคนกลางและโผ ครม.นั้น ถือเป็นการป้ายสีผลักดันบุคคลเหล่านี้ให้ถูกมองว่าไม่เป็นกลาง อยู่ตรงข้ามรัฐบาล เป็นพวกเดียวกับ กปปส. เป็นยุทธศาสตร์กล่าวหา กปปส. หวังล้มรัฐบาล เพื่อต้องการมีตำแหน่ง สร้างกระแสให้คนเสื้อแดงเคลื่อนไหว เป็นกระบวนการเดิมๆที่นายณัฐวุฒิบิดเบือนสร้างราคาให้ตัวเอง ทั้งที่ควรกลับไปทำหน้าที่ รมช.พาณิชย์ แก้ปัญหาจำนำข้าว เชื่อว่านายณัฐวุฒิทำเพื่อตัวเอง เพราะหากรัฐบาลมีอันเป็นไปคงไม่มี ใครคุ้มกะลาหัวคดีก่อการร้าย

“หมอณรงค์” ปัดไม่เคยถูกทาบทาม

ด้าน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ออกมาเปิดเผยรายชื่อรัฐมนตรีคนกลาง ที่กลุ่ม กปปส. เตรียมเสนอ โดยมีชื่อตนด้วยนั้น ส่วนตัวไม่ทราบเรื่อง และไม่เคยได้รับการทาบทาม และเห็นว่าตำแหน่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขนั้นมีเกียรติมากกว่า เป็นข้าราชการของแผ่นดิน และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ อยากเชิญชวนข้าราชการทุกหน่วยงาน มาแสดงจุดยืนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ใช้ความ รุนแรงกับสถานพยาบาล และเด็ก รวมถึงประชาชน

“จรัญ” ตอกคนปูดข่าวไร้สาระ

นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ตนคงไม่มีความรู้ความสามารถขนาดนั้น รู้แต่การทำหน้าที่ด้านกฎหมาย และคงไม่ใช่การกล่าวหาของนายณัฐวุฒิ เพราะเขายกย่องให้เป็นใหญ่เป็นโต เขาชื่นชมมากกว่า และไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องดังกล่าว เพราะไม่เป็นสาระ

คำวินิจฉัยเป็นทางการถึงมือ กกต.

เมื่อเวลา 16.15 น.ที่สำนักงาน กกต. นายภุชงค์ นุตราวงษ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวภายหลังการประชุม กกต. ว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ส่งคำวินิจฉัยกลางฉบับเป็นทางการ กรณีมีคำวินิจฉัย ให้การเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถึงสำนักงาน กกต.แล้ว และแจ้งให้ กกต.ทั้ง 5 คนทราบแล้ว โดย กกต.จะดูรายละเอียดของคำวินิจฉัย ขณะที่สำนักงาน กกต.จะพิจารณาแยกเป็นประเด็น ว่าสิ่งที่เสียไปในวันเลือกตั้งนั้นมีอะไรบ้าง สถานะปัจจุบัน กกต.ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง คาดว่าจะชัดเจนในสัปดาห์หน้าว่า กกต.จะสามารถกำหนดแนวทางดำเนินการการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ในอนาคตอย่างไรบ้าง เบื้องต้นยังไม่ได้มีการกำหนดว่าจะเชิญพรรคการเมืองเข้าหารือหรือไม่

ปัดซื้อรถ–เสื้อเกราะให้ 5 เสือ

นายภุชงค์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงยุติธรรม ขอขยายเวลาการปฏิบัติหน้าที่ราชการของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ที่จะหมดอายุราชการ 1 ปี ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ออกไปอีก 1 ปี ในวันที่ 30 เม.ย.58 ส่วนกระแสข่าวว่า สำนักงานคลังของ กกต. ออกระเบียบขอจัดซื้อรถยนต์หุ้มเกราะและเสื้อเกราะกันกระสุนและสะเก็ดระเบิด มาให้ กกต. ทั้ง 5 คน เพราะกังวลในความไม่ปลอดภัยว่า เป็นความเข้าใจที่คาดเคลื่อน สำนักงาน กกต. ได้ขอจัดซื้อรถยนต์หุ้มเกราะ 4 คัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของ กกต. ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ จ.สงขลา ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ และจัดซื้อเสื้อเกราะให้พื้นที่ดังกล่าวจังหวัดละ 5 ตัว ซึ่งระเบียบนี้เป็นการขอตั้งแต่ปลายปี 2551 แต่เพิ่งมาสำเร็จในช่วง กกต.ชุดปัจจุบัน โดยการจัดซื้อดังกล่าวจะสามารถส่งลงพื้นที่ในเดือน มิ.ย.นี้ เชื่อว่าความสุจริตจะคุ้มครองตัวเราเองได้

“มาร์ค” ใกล้หายจ่อกลับบ้านได้

ทางด้านความคืบหน้าการเข้ารักษาตัวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งหกล้มจนกระดูกไหปลาร้าแตก หลังจากคณะแพทย์ได้ผ่าตัดไปเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ล่าสุดนายอภิสิทธิ์มีอาการดีขึ้นมากและสดชื่น โดยมีสมาชิกพรรค อดีต ส.ส. ทยอยเข้าเยี่ยมรวมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ได้ส่งกระเช้าดอกไม้เข้าเยี่ยม อาทิ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน โดยคาดว่านายอภิสิทธิ์จะออกจากโรงพยาบาล กลับไปพักฟื้นที่บ้านพักได้ในวันที่ 28 มี.ค. โดยมอบหมายให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์  ประจำปี 2557 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันที่ 28-29 มี.ค.แทนแล้ว

“บิ๊กโอ๋” ปัดหัวน็อกพื้นแค่จักรยานล้ม

ส่วนกระแสข่าวว่า พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม ประสบอุบัติเหตุปั่นจักรยานล้มหัวฟาดพื้นสลบและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลภูมิพล เมื่อวันที่ 26 มี.ค.นั้น พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า ขี่จักรยานออกกำลังกายกับทีมงานภายในซอยข้างบ้าน แต่ไปเกี่ยวล้อหลังจักรยานอีกคัน ทำให้เกิดอุบัติเหตุล้มลงเป็นแผลถลอกที่ข้อศอกและเข่า เกิดรอยฟกช้ำบวมเล็กน้อย จึงให้แพทย์ รพ.ภูมิพล ตรวจเช็กและเอกซเรย์อย่างละเอียด พบว่าปกติดีทุกอย่าง ไม่ได้สลบ ถ้าสลบแล้วจะคุยได้อย่างไร งงอยู่ว่าข่าวออกไปอย่างนั้นได้อย่างไร และวันที่ 28 มี.ค. หมออนุญาตให้กลับบ้านได้ สามารถขี่จักรยานออกกำลังกายได้เหมือนเดิม

ทนาย “ปู” วิ่งวุ่นยื้อคดีจำนำข้าว

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง และนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้รับผิดชอบคดีจำนำข้าว เดินทางมายื่นคำร้องเพื่อขอขยายเวลาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาออกไปอีก 45 วัน โดยจะครบกำหนดวันที่ 31 มี.ค. โดยนายนรวิชญ์กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องขอขยายเวลาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาอีก 45 วัน เนื่องจากต้องขอเวลาตรวจสอบเอกสาร 280 แผ่น ที่ ป.ป.ช.ส่งมาให้ทีมทนายความล่าสุดเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับประเด็นใดบ้าง เพราะเป็นข้อมูลที่อยู่นอกเหนือจากที่ทีมทนายความขอไป คงตรวจสอบเสร็จไม่ทันภายในวันที่ 31 มี.ค. จึงขอขยายเวลาชี้แจงออกไปก่อน หาก ป.ป.ช.ไม่อนุญาตให้ขยายเวลา เท่ากับตัดโอกาสไม่ให้เกิดความเป็นธรรม

ป.ป.ช.ตัดฉับไม่ขยายเวลาให้

จากนั้นเวลา 16.30 น. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติไม่ขยายเวลาการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดีรับจำนำข้าวให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามที่ทีม

ทนายความยื่นคำร้องมา เพราะเห็นว่าเวลา 15 วัน

ที่ให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาถือว่าเพียงพอแล้ว หากนายกฯไม่เดินทางมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง หรือส่งเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 31 มี.ค. ถือว่าไม่ติดใจจะชี้แจง ป.ป.ช.สามารถพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่มีอยู่ได้ทันที เพราะถือว่าไม่ประสงค์จะมาชี้แจง อย่างไรก็ตาม หากนายกฯมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในวันที่ 31 มี.ค. ก็มีสิทธิจะขอโอกาสขยายเวลาเพิ่มเติมในการส่งเอกสาร หรืออ้างพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ภายในเวลาอันสมควร ป.ป.ช.จะพิจารณาให้ตามเหตุผลอันสมควร ยืนยันว่าไม่ได้ตัดโอกาสนายกฯ และยืนยันว่า ป.ป.ช.ส่งหลักฐานทุกอย่างให้ไปหมดแล้ว ส่วนจะลงมติชี้มูลความผิดในคดีนี้ได้เมื่อใดยังระบุไม่ได้ ต้องรอดูนายกฯชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาว่า ถ้าอ้างพยานหลักฐานเพิ่มเติมมาก คดีก็อาจยืดเยื้อ แต่ ป.ป.ช.ก็มีอำนาจตัดพยานหลักฐานที่เห็นว่าฟุ่มเฟือยเกินไปทิ้งได้ และไม่ได้ยินกระแสข่าวว่า ป.ป.ช.จะชี้มูลคดีนี้ได้ก่อนกลางเดือน เม.ย.

จ่อลงดาบ “ขุนค้อน” สัปดาห์หน้า

นายสรรเสริญกล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. โดยมิชอบว่า คณะทำงานได้ชี้แจงความคืบหน้า การไต่สวนเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่รับทราบ ซึ่งที่ประชุมสั่งให้คณะทำงานไปรวบรวมเอกสารเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ก่อนจะสรุปสำนวนส่งให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ลงมติภายในสัปดาห์หน้า ส่วนการไต่สวน 308 ส.ส.-ส.ว. กรณีร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ อยู่ระหว่างการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคน

ยกฟ้อง ตลก.เพิ่มค่าตอบแทนตัวเอง

วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายกระมล ทองธรรมชาติ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ กับอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีก 13 คน ประกอบด้วย นายจิระ บุญพจนสุนทร นายจุมพล ณ สงขลา นายผัน จันทรปาน นายมงคล สระฏัน นายมานิตย์ วิทยาเต็ม นายศักดิ์ เตชาชาญ นายสุจิต บุญบงการ นายสุธี สุทธิสมบูรณ์ พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณ–เวโช นายสุวิทย์ ธีรพงษ์ นางเสาวนีย์ อัศวโรจน์ และนายอุระ หวังอ้อมกลาง เป็นจำเลยที่ 1-14 ในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีร่วมกันให้ความเห็นชอบออกระเบียบเพิ่มค่าตอบแทนให้ตัวเอง โดยศาลพิเคราะห์เห็นว่าการออกระเบียบขึ้นค่าตอบแทน จำเลยไม่มีอำนาจดำเนินการและพฤติการณ์แห่งคดีจึงยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยทั้ง 13 มีเจตนาที่จะกระทำผิดที่จะทำให้เกิดความเสียหาย พิพากษายกฟ้อง

28 มี.ค. 2557 07:50 ไทยรัฐ