วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สศค.หั่นเป้าจีดีพีปี57 เหลือ2.6% จากเดิม4%

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ปรับลดจีดีพีปี 57 เหลือโต 2.6% จากเดิม 4% หลังการเมืองยืดเยื้อ ขณะที่ การส่งออกเริ่มฟื้นตัว-เป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ...

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือน ก.พ.57 โดยปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 57 ลงหลังจากไตรมาส 1/57 รับปัจจัยลบจากผลกระทบสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ โดยมองว่าการส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวจะกลับมาเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้

"จากข้อมูลเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยล่าสุดในเดือน ก.พ. 2557 ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงแรกของปี จะได้รับปัจจัยลบจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อ จึงทำให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2557 จากครั้งก่อน และคาดว่าการส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวตามเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้" นายสมชัย กล่าว

สศค.คาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 57 จะขยายตัวได้ร้อยละ 2.6 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.1 – 3.1) ซึ่งเป็นการปรับลดลงจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.0 เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่คาดว่าจะชะลอลงในช่วงครึ่งแรกของปี ตามสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศอันยืดเยื้อมาจากช่วงปลายปี 56 ที่ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค นักลงทุน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

นอกจากนี้ การใช้จ่ายภายใต้แผนการลงทุนภาครัฐยังมีแนวโน้มล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้เดิม โดยเฉพาะแผนการลงทุนภายใต้ พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานฯ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ที่ศาลรัฐธรรมนูญลงมติว่าขัดรัฐธรรมนูญ และโครงการลงทุนบริหารจัดการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ที่ต้องมีการทำประชาพิจารณ์ตามคำสั่งศาลปกครอง และการยืดเยื้อของสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง ยังจะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายลงทุนภาครัฐ อันเนื่องมาจากความล่าช้าของกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 อีกด้วย

ส่วนรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ประจำเดือน ก.พ.57 เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์การเมือง ผ่านการท่องเที่ยวที่หดตัว และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง สำหรับการใช้จ่ายภายในประเทศชะลอตัวเช่นกัน ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้าทรงตัวแต่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น จากการส่งออกไปยังตลาดประเทศคู่ค้าหลัก

ขณะเดียวกัน การบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณหดตัวลง ส่วนหนึ่งเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค สะท้อนได้จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 59.7 ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 12 ปี ขณะที่ยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่กลับมาหดตัวอีกครั้งในรอบ 2 เดือน โดยหดตัวที่ร้อยละ -2.4 ต่อปี สำหรับปริมาณจำหน่ายรถจักรยานยนต์หดตัวเช่นกันอยู่ที่ร้อยละ -14.0 ต่อปี นอกจากนี้ ปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งยังคงหดตัวระดับสูงอยู่ที่ร้อยละ -54.2 ต่อปี

ทั้งนี้ การลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณหดตัวต่อเนื่อง ทั้งในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรและการก่อสร้าง โดยการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณนำเข้าสินค้าทุนหดตัวที่ร้อยละ -6.6 ต่อปี และปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์หดตัวอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ร้อยละ -35.9 ต่อปี ขณะที่การลงทุนในหมวดก่อสร้าง สะท้อนจากภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์หดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ร้อยละ -3.8 ต่อปี สะท้อนถึงภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มหดตัว นอกจากนี้ ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์หดตัวเช่นกัน โดยอยู่ที่ร้อยละ -2.1 ต่อปี

ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้าของไทยขยายตัวร้อยละ 2.4 ต่อปี จากกลุ่มจากการส่งออกสินค้าในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มยานยนต์ที่ขยายตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและตลาดคู่ค้าหลัก เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น ฮ่องกง และกลุ่ม CLMV โดยขยายตัวร้อยละ 7.0 2.7 8.7 และ 14.1 ต่อปีตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากนำมูลค่าส่งออกหักสินค้าในหมวดทองคำแล้วพบว่า ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 0.3 ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตส่งสัญญาณหดตัวเช่นกัน สะท้อนจากดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (เบื้องต้น) หดตัวต่อเนื่องมาอยู่ที่ร้อยละ -4.4 ต่อปี โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่หดตัวในระดับสูง ได้แก่ ยานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องประดับ และปิโตรเลียม ที่หดตัวร้อยละ -21.3 -13.9 และ -8.6 ต่อปี ตามลำดับ โดยอุตสาหกรรมที่มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น ได้แก่ เครื่องแต่งกาย และวิทยุโทรทัศน์ ที่ขยายตัวร้อยละ 12.5 และ 5.7 ต่อปี ตามลำดับ

นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2552 โดยลดลงมาอยู่ที่ระดับ 85.7 เนื่องจากความกังวลจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อ เช่นเดียวกับภาคบริการที่สะท้อนจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 27 เดือน ด้วยจำนวนทั้งสิ้น 2.17 ล้านคน หรือคิดเป็นการหดตัวร้อยละ -8.1 ต่อปี โดยนักท่องเที่ยวที่หดตัวลงมาก ได้แก่ นักท่องเที่ยวจากจีน ญี่ปุ่น และมาเลเซีย เป็นหลัก

อย่างไรก็ดี ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัวร้อยละ 1.9 ต่อปี ขยายตัวชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ตามการลดลงของผลผลิตในหมวดข้าวเปลือก จากสถานการณ์ภัยแล้ง ขณะที่ผลผลิตยางพารายังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากพื้นที่เพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ผลผลิตในหมวดปศุสัตว์ยังขยายตัวต่อเนื่อง จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น และไม่มีสถานการณ์โรคระบาด

สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในระดับต่ำ ที่ร้อยละ 2.0 ต่อปี อัตราการว่างงานล่าสุด (เบื้องต้น) อยู่ที่ร้อยละ 0.9 ของกำลังแรงงานรวม สำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศยังอยู่ในระดับมั่นคง สะท้อนได้จากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือน ก.พ.57 อยู่ในระดับสูงที่ 168.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นประมาณ 2.8 เท่า สามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้.

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ปรับลดจีดีพีปี 57 เหลือโต 2.6% จากเดิม 4% หลังการเมืองยืดเยื้อ ขณะที่ การส่งออกเริ่มฟื้นตัว-เป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ... 27 มี.ค. 2557 12:49 27 มี.ค. 2557 13:24 ไทยรัฐ