วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก.ม.ชุมนุมในที่สาธารณะ

โดย ลมกรด

ร่วม 3 สัปดาห์แล้วที่คนกรุงเทพฯใช้รถใช้ถนนคล่องตัวขึ้น หลังจากม็อบ กปปส.ยุบเวทีในย่านธุรกิจสำคัญเหลือเพียงเวทีเดียวที่สวนลุมพินี แต่วันนี้ กปปส.จะเริ่มเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้ง

ผลจากปฏิบัติการชัตดาวน์กรุงเทพฯสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว การขับเคลื่อนกลไกภาครัฐ ซึ่งยังหาตัวผู้รับผิดชอบไม่ได้ เช่นเดียวกับที่ม็อบ นปช.ชุมนุมที่ราชประสงค์ ม็อบพันธมิตรฯปิดสนามบิน

ผู้ชุมนุมอ้างใช้สิทธิตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 63 ที่บัญญัติว่าบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

แน่นอนคนเราถ้าไม่มีปัญหาทุกข์ใจอย่างหนัก หรือถ้าไม่ได้รับความเดือดร้อนลำเค็ญคงไม่ออกมาชุมนุมให้เหนื่อย ต้องทนตากแดดตากฝน ทั้งยังเสียเวลา เสียค่าเดินทาง

แต่อีกมุมหนึ่งการชุมนุมจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล และไม่ไปรบกวนสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นจนเกินความจำเป็น

หลายคนสงสัยว่ามีหลักเกณฑ์อะไรบ่งชี้ว่าการชุมนุมนั้นอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ ไม่ล้ำเส้นไปกระทบสิทธิผู้อื่น ขนาดคำพิพากษาที่ออกมาก่อนหน้านี้ยังไม่อาจสร้างความกระจ่างต่อสังคมได้เลย

เมืองไทยควรมีกฎหมายเฉพาะเจาะจงในเรื่องนี้ได้แล้ว ตำรวจจะได้รู้ขอบเขตในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลการชุมนุม ขณะที่ผู้ชุมนุมก็จะได้รู้ว่าตัวเองสามารถแสดงออกได้แค่ไหนอย่างไร

เมื่อปี 2550 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนหนึ่งเคยร่างกฎหมายทำนองนี้ ลอกเลียนมาจากกฎหมายของสหรัฐอเมริกาผสมกับประเทศแถบยุโรป ประเทศเหล่านี้นอกจากไม่ห้าม ไม่ปิดกั้น ไม่ขัดขวางการชุมนุม ซ้ำยังต้องอำนวยความสะดวก จัดหาเอื้ออำนวยสถานที่ชุมนุม ห้องสุขา ไฟฟ้า ประปาให้ด้วย แต่ผู้ชุมนุมก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

ร่างกฎหมายดังกล่าวใช้ชื่อว่า ร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ แต่ สนช.หมดวาระลงก่อนที่จะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

หลักการและเหตุผลของร่างเพื่อให้การชุมนุมในสถานที่สาธารณะเป็นไปตามสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ และเพื่อป้องกันมิให้การชุมนุมในสถานที่สาธารณะมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพบุคคลอื่นหรือสาธารณชน อีกทั้งไม่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ

สาระสำคัญกำหนดว่าการชุมนุมในที่สาธารณะที่มีการใช้ช่องทางเดินรถ หรือพื้นผิวการจราจร มีการใช้เครื่องขยายเสียง ใช้ยานพาหนะ หรือมีการเคลื่อนย้ายสถานที่ชุมนุมจะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการเสียก่อน

ถ้าการชุมนุมไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับอนุญาต หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อผู้อื่น หรือมีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ให้ผู้จัดการชุมนุมรีบประกาศยุติการชุมนุม หรือประธานคณะกรรมการพิจารณาคำขออนุญาตจัดชุมนุมอาจสั่งยุติการชุมนุมได้ทันที และสามารถสั่งเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมได้ในกรณีผู้ชุมนุมฝ่าฝืนคำสั่ง

ส่วนบทลงโทษมีเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ผู้จัดการชุมนุมที่มิได้ขออนุญาต และหากการชุมนุมนั้นเกิดความไม่สงบ ก็ยิ่งต้องรับโทษหนักขึ้น รวมถึงผู้จัดการชุมนุมไม่ว่าจะขออนุญาตหรือไม่ขออนุญาต หากปล่อยปละละเลยจนเป็นเหตุให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมไปกระทำความผิดทางแพ่งหรืออาญา จะต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน

ถ้ามีกฎหมายแบบนี้ซักฉบับ ต่อให้ม็อบสีไหนมาชุมนุม บ้านเมืองก็ไม่วุ่นวายและบอบช้ำมาก.

ลมกรด

27 มี.ค. 2557 12:20 27 มี.ค. 2557 12:20 ไทยรัฐ