วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิด 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ 'โทษประหารชีวิต'

หลายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน พยายามรณรงค์ยกเลิก 'โทษประหารชีวิต' ด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นการละเมิดสิทธิที่จะมีชีวิต ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ อีกทั้งยังเป็นการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งงานวิจัยจากนานาประเทศ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า โทษประหารชีวิตไม่มีความเชื่อมโยงใดๆ กับการเพิ่มขึ้น หรือลดลงของอาชญากรรม...

แอมเน สตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หนึ่งองค์กรที่รณรงค์ในเรื่องดังกล่าว ได้รวบรวม 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโทษประหารชีวิต พร้อมกับข้อเท็จจริงของแต่ละความเชื่อ เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน

ความเชื่อ – โทษประหารชีวิตสามารถป้องกันอาชญากรรมและทำให้สังคมมีความปลอดภัยขึ้น

ความจริง – ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า โทษประหารชีวิตจะสามารถป้องกันอาชญากรรมได้ อย่างเช่นที่ประเทศแคนาดา ปัจจุบันหลังจากที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตมากว่า 30 ปี สถิติการก่ออาชญากรรมลดลงมาก เมื่อเทียบกับปี 2519 ที่ยังมีโทษประหารชีวิตอยู่ และจากการศึกษาในระยะเวลา 35 ปี เพื่อเปรียบเทียบสถิติการฆาตกรรมระหว่างฮ่องกง ซึ่งไม่มีโทษประหารชีวิตกับสิงคโปร์ที่ มีจำนวนประชากรใกล้เคียงกัน แต่ยังมีโทษประหารชีวิต พบว่าโทษประหารชีวิตนั้นมีผลกระทบที่น้อยมากต่อสถิติการก่ออาชญากรรม

ความเชื่อ – การประหารชีวิตเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการโจมตีจากกลุ่มผู้ก่อการร้าย

ความจริง – การประหารชีวิตไม่สามารถป้องกันไม่ให้คนใดคนหนึ่งวางแผนเพื่อที่จะฆ่า หรือทำร้ายคนอื่น เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองหรืออุดมการณ์ได้ เจ้าหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในการต่อต้านการก่อการร้ายได้เปิดเผยหลายครั้ง ว่า ผู้ก่อการร้ายที่ถูกประหารชีวิตนั้น เปรียบได้กับการพลีชีพเพื่อศาสนา หรืออุดมการณ์ และกลุ่มต่อต้านติดอาวุธได้ออกมาเปิดเผยด้วยว่า โทษประหารชีวิตนั้นเป็นเหมือนข้ออ้างที่จะใช้ในการแก้แค้นและมันก็จะนำมา ซึ่งการใช้ความรุนแรงไม่จบไม่สิ้น

ความเชื่อ – โทษประหารชีวิตนั้นเป็นสิ่งดี ตราบใดที่ยังมีคนส่วนใหญ่สนับสนุนอยู่

ความจริง – ในอดีตนั้นมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากมาย จากการสนับสนุนของคนหมู่มาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป การกระทำเหล่านั้นกลับถูกมองว่า เป็นเรื่องน่าหวาดกลัว การตกเป็นทาส การแบ่งแยกเชื้อชาติ และการลงประชาทัณฑ์ ได้รับการสนับสนุนจากคนหมู่มากทั้งนั้น ซึ่งมันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงที่สุด และรัฐบาลก็ควรมีหน้าที่ที่จะปกป้องสิทธิของประชาชนทุกคน ถึงแม้บางครั้งมันจะขัดกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ก็ตาม นอกจากนี้ ความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่นั้น จะเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับผู้นำทางการเมืองและการให้ข้อมูลที่เป็นความ จริงเกี่ยวกับโทษประหารชีวิต

ความเชื่อ – คนที่ถูกประหารชีวิตทุกคนได้รับการพิสูจน์แล้วว่าผิดจริงในการก่อคดีอาชญากรรม

ความจริง – มีนักโทษเป็นร้อยจากทั่วโลกที่ถูกประหารชีวิตจากการพิจารณาคดีที่ไม่เป็น ธรรม ซึ่งรวมถึงการเค้นเอาคำสารภาพจากนักโทษโดยการทรมานและการปฏิเสธให้นักโทษได้ ใช้ทนายความ ประเทศที่มีการประหารชีวิตมากที่สุดนั้น เป็นประเทศที่มีความจริงจังอย่างมากด้านกระบวนการยุติธรรม อย่างเช่น จีน อิหร่าน อิรัก และจากการที่อเมริกาละเว้นโทษประหารชีวิตให้กับนักโทษ 144 คนในปี 2516 แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้จะมีมาตรการคุ้มครองทางกฎหมายมากมายแค่ไหน กระบวนการยุติธรรมก็มีการผิดพลาดได้อยู่ดี และตราบเท่าที่คนเรามีการผิดพลาดกันได้ ความเสี่ยงในการที่จะประหารชีวิตผู้บริสุทธิ์ก็ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ

ความเชื่อ – ญาติของผู้ถูกฆาตกรรม ต้องการการลงโทษที่สาสม

ความจริง – การเคลื่อนไหวคัดค้านโทษประหารชีวิตทั่วโลก มีผู้เข้าร่วมหลายคนที่สูญเสียคนที่ตนเองรัก หรือแม้กระทั่งเป็นเหยื่อของความรุนแรงและอาชญากรรมเอง แต่เพราะเหตุผลทางจริยธรรมและความเชื่อทางศาสนา จึงไม่อยากให้มีโทษประหารชีวิตในนามของพวกเขา และในสหรัฐอเมริกา องค์กร “Murder Victims’ Families for Human Rights” ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนเพื่อญาติของเหยื่อที่ถูกฆาตกรรม ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อล้มเลิกโทษประหารชีวิต เช่น รัฐนิวแฮมป์เชียร์.



หลายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน พยายามรณรงค์ยกเลิก 'โทษประหารชีวิต' ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการละเมิดสิทธิที่จะมีชีวิต ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ อีกทั้งยังเป็นการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งงานวิจัยจากนานาประเทศแสดงให้เห็นชัดเจนว่า โทษประหารชีวิตไม่มีความเชื่อมโยงใดๆ กับการเพิ่มขึ้น หรือลดลงของอาชญากรรม... 27 มี.ค. 2557 11:43 27 มี.ค. 2557 14:09 ไทยรัฐ