วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มะกัน-อียู เล็งคว่ำบาตรด้าน 'พลังงาน' ต่อรัสเซีย รับกระทบศก.โลกแน่

ผู้นำสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ประชุมหารือเรื่องวิกฤติยูเครนเมื่อวันพุธ และกำลังพิจารณาจะคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม หากรัสเซียเคลื่อนไหวรุกล้ำพื้นที่อื่นๆ ในยูเครน...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ว่า ผู้นำสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปกำลังหารือกันเรื่องการคว่ำบาตรที่รุนแรงยิ่งขึ้นต่อรัสเซีย หากมีการรุกล้ำเข้าไปในยูเครนมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวหลังการประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมว่า พวกเขากำลังคิดจะคว่ำบาตรรัสเซียในด้านพลังงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างแน่นอน

เมื่อวันพุธ นายโอบามา กับ เฮอร์มัน ฟาน รอมปุย ประธานสภาแห่งสหภาพยุโรป และโชเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป ออกมาเน้นย้ำเรื่องความร่วมมือระหว่างอียูและสหรัฐฯ ในวิกฤติของยูเครน "โลกจะปลอดภัยขึ้นและมากขึ้นอีกเมื่อยุโรปและอเมริการ่วมมือกัน" โอบามากล่าว เขายังชื่นชมผู้นำชาติสมาชิกอียูทั้ง 28 ชาติที่ร่วมมือกับสหรัฐฯ ออกมาตรการลงโทษรัสเซีย ซึ่งรวมถึงการยกเลิกวีซ่า และการอายัดทรัพย์ของเจ้าหน้าที่รัสเซีย

โอบามากล่าวด้วยว่า มาตรการเหล่านี้ถูกใช้หลังจากรัสเซียเคลื่อนไหว เพื่อผนวกรวมภูมิภาคไครเมีย และตอนนี้พวกเขากำลังพิจารณาการลงโทษเพิ่มเติมที่รุนแรงยิ่งขึ้น หากรัสเซียพยายามรุกล้ำดินแดนอื่นๆ ของยูเครน "เราทราบดีว่า การจะให้รัสเซียรู้สึกถึงผลกระทบต่อการลงโทษเหล่านี้ จะทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก"

โอบามาเผยอีกว่า กองกำลังสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) จะประจำการตามปกติในประเทศยุโรปตะวันออก ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ว่าจะถูกรัสเซียรุกรานด้วย ด้านนายฟาน รอมปุย กล่าวว่า การผนวกรวมไครเมียของรัสเซีย ถือเป็นความอัปยศแห่งศตวรรษที่ 21 และพวกเขาจะไม่ขอยอมรับมัน

ทั้งนี้ หลังจากผู้ประท้วงฝักฝ่ายอียูในภาคตะวันออกเคลื่อนไหวจนรัฐสภาถอดถอน อดีตประธานาธิบดี วิคเตอร์ ยานูโควิช ออกจากตำแหน่งได้สำเร็จ เมื่อ 22 ก.พ. ฝ่ายสนับสนุนรัสเซียในภาคตะวันออกของยูเครนก็ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อประท้วงรัฐบาลรักษาการที่จัดตั้งขึ้นใหม่ มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายแต่ชัดเจนว่าฝักฝ่ายรัสเซีย บุกยึดอาคารรัฐบาลท้องถิ่นในไครเมีย ส่วนรัสเซียทยอยส่งกองทัพกำลังเข้าไปในภูมิภาคแห่งนี้นับหมื่นนาย

เมื่อ 16 มี.ค. รัฐบาลท้องถิ่นของไครเมีย จัดการลงคะแนนเสียงประชามติ ซึ่งชาวไครเมีย 99.5% ตัดสินใจแยกตัวจากยูเครน ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย ดำเนินการเพื่อผนวกรวมไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียอีกครั้ง และลงนามสนธิสัญญาเสร็จสิ้นกระบวนการเมื่อวันที่ 21 มี.ค. โดยเพิกเฉยต่อเสียงประณามและการคว่ำบาตรจากสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา

ผู้นำสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ประชุมหารือเรื่องวิกฤติยูเครนเมื่อวันพุธ และกำลังพิจารณาจะคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม หากรัสเซียเคลื่อนไหวรุกล้ำพื้นที่อื่นๆ ในยูเครน... 27 มี.ค. 2557 11:29 ไทยรัฐ