วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยันต์ป้องกันโจราธิปไตย

โดย

จากความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อขณะนี้ เห็นได้ชัดว่านอกจากจะเห็นต่างกันในปัญหาต่างๆ ของชาติแล้ว ยังเห็นต่างกัน แม้แต่ในความหมายของคำว่า “ประชาธิปไตย” การที่รัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีประกาศลั่น จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อรักษาประชาธิปไตยจะยอมตายคาสนามประชาธิปไตย อะไรคือ “ประชาธิปไตย” ที่กล่าวอ้าง

ในบรรดากลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ต้องถือว่าไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยเก่าแก่ที่สุด เพราะเปลี่ยนแปลงการปกครองมากว่า 82 ปี แม้แต่ฟิลิปปินส์ก็เพิ่งจะได้เอกราชเมื่อปี 2489 หรือประเทศประชาธิปไตยที่ก้าวหน้าของเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ก็เป็นประชาธิปไตยหลังไทย แต่ประชาธิปไตยไทยยังงุ่มง่าม เถียงกันไม่จบ “ประชาธิปไตยคืออะไร”

ผลการเปิด 108 เวที เพื่อพูดจาหาทางออกให้ประเทศที่จัดโดยรัฐบาลเมื่อกลางปี 2556 ได้ผลสรุปว่าประเทศไทยมี “ตัวถ่วง” สำคัญ 10 ประการ อันดับแรกคือ “ความเข้าใจประชาธิปไตยต่างกัน ตามด้วยความเคลือบแคลงในหลักนิติธรรมของประเทศและตุลาการภิวัตน์แทรกแซงองค์กรอิสระ เป็นต้น เป็นตัวถ่วงความปรองดอง

ถ้าความเห็นต่างเรื่องประชาธิปไตย เป็นตัวถ่วงการสร้างความปรองดองในชาติ คนไทยจะต้องกลับไปเรียนประชาธิปไตยกันใหม่ เริ่มตั้งแต่หลักการสำคัญ 4 ประการ คือหลักความยินยอมของประชาชนหรือการเลือกตั้ง หลักการรับประกันสิทธิเสรีภาพประชาชน หลักนิติธรรมคือการปกครองที่ยึดกฎหมายเป็นหลัก และหลักตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ

ถ้าทุกฝ่ายยอมรับว่าหลักการทั้งสี่เป็นองค์ประกอบสำคัญของประชา- ธิปไตยจะมีเพียงอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้ หรือขาดอย่างหนึ่งอย่างใดก็ไม่ได้ ก็จะทำให้เข้าใจได้ว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน อะไรคือประชาธิปไตยแท้? อะไรไม่แท้? การโวยวายกล่าวหาว่าถูกองค์กรต่างๆ “ใช้กฎหมาย” เพื่อไล่ล่าหรือห้ำหั่นตนเป็นคำพูดที่ขัดหลักนิติธรรมหรือไม่?

การไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ยอมรับอำนาจองค์กรตรวจสอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช., กกต. และผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวหาว่าสมคบคิดล้มการเลือกตั้งหรือมุ่งโค่นล้มรัฐบาล และขู่จะฟ้องดะทั้งทางแพ่งทางอาญา ฟ้องประจานสหประชาชาติและนานาประเทศทั่วโลก แบบนี้เป็นหลักการนิติธรรม และหลักตรวจสอบถ่วงดุลหรือไม่?

ถ้ายอมรับการเลือกตั้งอย่างเดียว แต่ไม่ยอมรับหลักนิติธรรม ไม่รับหลัก การตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างองค์กรต่างๆ น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าจะเปิดช่องให้มีการทุจริตโกงกินอย่างเสรี เพราะไม่มีใครเอาเรื่อง ไม่มีใครขัดขวาง ประชาธิปไตยก็จะกลายเป็น “โจราธิปไตย” (kleptocracy) คือระบอบโจรครองเมือง หรือทรราชในที่สุด.

27 มี.ค. 2557 11:27 27 มี.ค. 2557 11:27 ไทยรัฐ