วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผยรถทัวร์2ชั้น ไม่ได้มาตรฐาน

ร้อยละ45ตกทดสอบ ล้อมคอกถนนมรณะ

ผวจ.ตาก ประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้วางมาตรการป้องกันอุบัติเหตุบนเส้นทางมรณะถนนสายตาก-แม่สอด หลังรถทัวร์แหกโค้งตกเหวมีผู้สังเวยชีวิต 29 ศพ สั่งเพิ่มป้ายบอกทางฉุกเฉินและไฟส่องทาง พร้อมเร่งซ่อมกำแพงกั้นขอบทางที่ถูกชนเสียหาย พร้อมให้ตำรวจตั้งจุดตรวจเพื่อให้รถชะลอความเร็ว ด้านตำรวจทางหลวงสอดส่องพฤติกรรมคนขับรถโดยสารขนาดใหญ่ ญาติผู้เสียชีวิตสุดสลดนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลวัดเดียวกันถึง 8 ศพ เผยไปส่งพ่อแม่ขึ้นรถทัวร์ คิดไม่ถึงจะเป็นการพบหน้าครั้งสุดท้าย

จากกรณีอุบัติเหตุสยองรถทัวร์สองชั้น ทะเบียน 31-5633 กรุงเทพมหานคร นำคณะผู้นำชุมชน กลุ่มแม่บ้าน อสม. และผู้สูงอายุ จากชุมชนบ้านสหกรณ์ และชุมชนมิตรสัมพันธ์ เขตเทศบาลตำบลท่าสาย–ลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เดินทางไปทัศนศึกษาที่ จ.อุบลราชธานี และข้ามไปประเทศลาว เกิดแหกโค้งพุ่งชน กำแพงคอนกรีตกั้นทางตกลงเหวลึก 40 เมตร บริเวณดอยรวก ถนนสายตาก-แม่สอด ต.แม่ท้อ อ.เมืองตาก เมื่อคืนวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้รถพังยับเยินทั้งคัน มีผู้สังเวยชีวิต 29 ศพ บาดเจ็บ 23 คน รวมทั้งนายธรรมนูญ ขัดโพธิ์ อายุ 40 ปี โชเฟอร์รถทัวร์ คาดสาเหตุจากระบบเบรกขัดข้อง เบื้องต้นตั้งข้อหานายธรรมนูญขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ความคืบหน้าการป้องกันอุบัติเหตุซ้ำสองบนเส้นทางมรณะ เมื่อตอนสายวันที่ 26 มี.ค. นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผวจ.ตาก เปิดเผยว่า ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ แขวงการทางตากที่ 1 ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ตาก ตำรวจทางหลวง ตำรวจ ภ.จ.ตาก เข้าประชุมวางแนวทางการป้องกันไม่ให้มีการเกิดอุบัติหมู่ขึ้นมาอีก เบื้องต้นได้ให้ทางแขวงการทางตากที่ 1 ติดป้ายบอกทางฉุกเฉินเพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่เห็นมีติดช่วง 1 กิโลเมตร ก่อนถึงทางฉุกเฉิน แล้วมา 300 เมตร และ 100 เมตร โดยจะให้ขยายออกไปอีกรวมทั้งจะต้องติดไฟส่องสว่างเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ นอกจากนี้ จะให้ทางแขวงการทางฯเร่งซ่อมกำแพงคอนกรีตที่ถูกชนเสียหายไปกว่า 10 เมตร ให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรงขึ้น และอาจจะมีการติดกล้องวงจรปิดรอบบริเวณจุดอันตรายด้วย หากเกิดอุบัติเหตุจะได้ทราบว่าเกิดอุบัติเหตุได้อย่างไร รวมทั้งให้ตำรวจท้องที่ตั้งจุดตรวจก่อนลงเขาจะช่วยชะลอความเร็วของรถได้ ส่วนตำรวจทางหลวงที่วิ่งไปมาบนเส้นทางสายนี้จะให้ช่วยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ขับรถโดยเฉพาะรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่หากพบวิ่งผิดปกติให้มีการแจ้งเตือนหรือตรวจสอบว่าคนขับเมาหรือไม่

นพ.ละลิ่ว จิตการุณ ผู้อำนวยการ รพ.สมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช กล่าวว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุรถทัวร์ตกเหวมีทั้งสิ้น 29 คน ประกอบด้วย 1. นางฟองจันทร์ เพียงโงก อายุ 51 ปี 2. นางพรทิพย์ กาวินำ อายุ 57 ปี 3. น.ส.ศศิธร หมี้แสน อายุ 33 ปี 4. น.ส.พนิดา บุญเพ็ง อายุ 30 ปี 5. นายบุญธรรม กาวินำ อายุ 63 ปี 6. นายศรีนวล สะขัดอ้อย อายุ 40 ปี 7. นายวรธช กิตติรัชตานนท์ อายุ 33 ปี 8. นางอภิญา พันคำมา อายุ 40 ปี 9. นางสุนีย์ ไพโรจน์วิรุฬห์ อายุ 39 ปี 10. น.ส.ราตรี สว่างจันทร์ อายุ 23 ปี 11. นางหยุน นันดาริน อายุ 25 ปี 12. นางณรงค์ศักดิ์ หมอกขาว อายุ 50 ปี 13. นางบัวรมย์ เปียงตา อายุ 59 ปี 14. นายสุทธิ ศักดิ์บุญเพ็ง อายุ 40 ปี 15. นาย สุรเดช หน่อเมือง อายุ 61 ปี 16. นางจันตา จันพอ อายุ 34 ปี 17. นางจันทร์แดง สร้างทรัพย์ อายุ 50 ปี

18.นางบัว วันเต อายุ 50 ปี 19.น.ส.ปิยะธิดา วิริยะ อายุ 19 ปี หลานนายกเทศมนตรีตำบลท่าสายลวด 20.นางเสาร์คำ ดวงนุช อายุ 40 ปี 21.น.ส.เมธาวดี ยาพรม อายุ 24 ปี 22.นางขันทอง อมาตย์ชาติ อายุ 59 ปี 23.นางวัลริยา คำใส อายุ 57 ปี 24.นางบุญทัน ทาเปลว อายุ 50 ปี 25.นายอรุณ บุญเกิด อายุ 66 ปี 26.นางเปรมใจ กานดา อายุ 52 ปี 27.นางมี มีสุข อายุ 30 ปี 28.นางเอื้อย บุยต่าง อายุ 52 ปี และ 29.นายจักรี ใจเครือ อายุ 24 ปี ซึ่งญาติได้รับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีแล้ว ส่วนคนเจ็บ 23 คน กลับบ้านแล้ว 3 คน และถูกส่งไปรักษาตัวที่ รพ.พุทธชินราช 1 คน คือนางอารีรัตน์ ชัยชนะ อายุ 25 ปี มีอาการเลือดคั่งในสมอง ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว ที่เหลืออีก 19 คน ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทั้งหมดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนนายธรรมนูญ โชเฟอร์รถทัวร์ นอนรักษาตัวในห้องศัลยกรรมชาย มีตำรวจ สภ.แม่ท้อ ควบคุมดูแลอยู่ที่วัดดอนแก้ว เขตเทศบาลนครแม่สอด สถานที่ตั้งศพผู้เสียชีวิต 8 ศพ ทั้งหมดเป็นชาวบ้านในชุมชนบ้านสหกรณ์ มีญาติพี่น้องร่วมกันจัดเตรียมงานศพด้วยสีหน้าเศร้าสลด โดยนายศุภฤกษ์ กาวินำ อายุ 40 ปี ที่สูญเสียพ่อแม่พร้อมกัน คือนายบุญธรรมและนางพรทิพย์ กาวินำ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุไปส่งพ่อแม่ขึ้นรถทัวร์ หลังกลับถึงบ้านได้รับแจ้งว่ารถประสบอุบัติเหตุ คิดไม่ถึงว่าการไปส่งครั้งนั้นจะเป็นการพบหน้ากันครั้งสุดท้าย

ด้านนายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด เมืองคู่แฝดที่อยู่ติดกันกับเทศบาลตำบลท่าสายลวด เดินทางไปเคารพศพผู้เสียชีวิตทุกราย แต่พวงหรีดไม่เพียงพอเพราะมีผู้สั่งมากมายเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะที่ร้านดอกไม้ครูแดง เขตเทศบาลนครแม่สอด มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งอธิบดีกรมการขนส่งทางบก สั่งพวกหรีดทีเดียว 29 หรีด รวมทั้งข้าราชการพ่อค้าประชาชนสั่งกันเป็นจำนวนมากนับพันหรีด จนทำไม่ทันต้องสั่งจากจังหวัดใกล้เคียงมาให้ลูกค้าที่มารอรับเป็นจำนวนมาก

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากสถิติการนำรถโดยสาร 2 ชั้น เข้ามาตรวจทดสอบมาตรฐานความลาดเอียงกับกรมการขนส่งทางบก มีรถทัวร์ 2 ชั้นถึง 45% ที่ไม่ผ่านการทดสอบ เนื่องจากมีค่าความลาดเอียงไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ทำให้รถแหกโค้งได้หากขับด้วยความเร็ว ซึ่งกรมจะต้องเร่งรัดการตรวจสอบความลาดเอียงให้ได้ปริมาณเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันกรมการขนส่งฯมีเครื่องทดสอบความลาดเอียงเพียงเครื่องเดียว นอกจากนี้ยังสั่งการให้กรมทางหลวงกลับไปตรวจสอบว่าเส้นทางใดมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับรถ 2 ชั้น โดยเบื้องต้นมี 7 เส้นทางได้แก่ ตาก-แม่สอด, พิษณุโลก-เพชรบูรณ์, กบินทร์บุรี-ปักธงชัย, สายเอเชีย ช่วงอ่างทอง-สิงห์บุรี-ชัยนาท, รังสิต-สระบุรี, กระบี่-พังงา และเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน และได้จัดส่งรายละเอียดเส้นทางเสี่ยงไปให้ผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นรับทราบและเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่

รมว.คมนาคมกล่าวต่อว่า ข้อแตกต่างระหว่างรถชั้นเดียวกับรถ 2 ชั้นคือ รถชั้นเดียวตัวรถเปล่าหนัก 15 ตัน สูง 4 เมตร มี 2 เพลา 6 ล้อ บรรทุกผู้โดยสารได้ 40 คน รถ 2 ชั้นมีน้ำหนัก 18 ตัน สูง 4.30 เมตร มี 3 เพลา 8 ล้อ บรรทุกผู้โดยสารได้ 50 คน ซึ่งน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกที่มากกว่าอาจมีผลต่อการควบคุมรถเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินได้ แนวทางแก้ไขอนาคตอาจพิจารณาลดความสูงของรถใหม่เหลือไม่เกิน 4.0 เมตร รถใหม่ต้องมีการทดสอบความลาดเอียงของพื้นรถตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ส่วนรถเก่าจะทยอยเรียกเข้ามาทดสอบ ซึ่งจะมีการประชุมรายละเอียดกับผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งในสัปดาห์นี้ โดยปัจจุบันในประเทศไทยมีรถ 2 ชั้นประมาณ 6,200 คัน แบ่งเป็นรถประจำทาง 1,700 คัน และรถไม่ประจำทาง 4,500 คัน นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดอายุรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงการนำแชสซีรถเก่ามาต่อตัวถังรถเป็นรถใหม่ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ด้วย

ด้านนางสุจินดา เชิดชัย ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสาร กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยหากรัฐบาลมีนโยบายประกาศห้ามรถ 2 ชั้น วิ่งในเส้นทางอันตราย ที่ขึ้นลงเขาหรือทางลาดชัน เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการสั่งซื้อรถ 2 ชั้น เข้ามาให้บริการ รวมทั้งรถของกลุ่มเชิดชัยก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้รถ 2 ชั้นเช่นกัน เพราะมีการอนุมัติให้นำมาวิ่งให้บริการได้ จึงไม่เป็นธรรมที่จะมาสั่งห้ามวิ่งในเส้นทางใด เพราะเรื่องของอุบัติเหตุเป็นเรื่องของคนขับที่จะต้องเพิ่มความระมัดระวังมากกว่า

27 มี.ค. 2557 04:29 ไทยรัฐ