วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ชินวัตร'ชัตดาวน์ 'ปู'ก็ถอย เว้นวรรคเลือกตั้ง

ทักษิณสั่งผ่าทางตันป้องปฏิวัติ เต้นแฉ‘อุ๋ย-จรัญ’ครม.คนกลาง ‘อภิสิทธิ์’เดี้ยง-ล้มไหปลาร้าหัก

“เต้น” โชว์เปิดโฉมหน้า ครม.ม.7 “หม่อมอุ๋ย-หมอณรงค์-พงศ์โพยม-ประมนต์” ติดโผ “จรัญ-สุรพล-สมบัติ” ก็มี “ดร.เสรี” ก็มา ส่วนเจ้าเก่าอย่าง “ประสงค์-ดร.เจิม-หมอประเวศ-สมคิด” แบ่งสายไปคุมเชิงสภาปฏิรูป “ตู่” เขย่าขวัญนายกฯคนกลางจะต้องทรมานเหมือนตกนรกทั้งเป็น “วิกรม” โอดอย่าเปลี่ยนชีวิตผมหลังมีชื่อในโผนายกฯคนกลาง “นายกฯปู-ตระกูลชินวัตร” ถอยอีกก้าว ขอชัตดาวน์ตัวเองไม่ลงสนามเลือกตั้งแลกคู่ขัดแย้งเจรจาผ่าทางตัน “มาร์ค” เดี้ยงล้มไหปลาร้าหัก 2 ท่อน ต้องหามส่ง รพ.รามาฯผ่าตัดด่วน อาการปลอดภัย เล่าจ๋อยๆมีคนทักแล้วจะเกิดอุบัติเหตุ 2 เม.ย. “ปู” ลุ้นศาล รธน. อีกเฮือกคดีเด้ง “ถวิล เปลี่ยนศรี”

จากกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และเลขาธิการ นปช.ได้ออกเปิดชื่อแคนดิเดตนายกฯคนกลาง โดยอ้างว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังและคอยให้การสนับสนุนกลุ่ม กปปส.และเครือข่าย ล่าสุด นายณัฐวุฒิออกมาเปิดชื่อ ครม.คนกลางเพิ่มเติมอีกระลอก

“ตู่” ฮึ่มนรกมาเยือนนายกฯคนกลาง

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 26 มี.ค. ที่ชั้น 6 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. แถลงข่าวถลกหนังเทือกว่าใครไปนั่งบนตำแหน่งนายกฯคนกลางจะเหมือนนั่งบนเก้าอี้ไฟฟ้า จะได้รับการต่อต้านจากประชาชนอย่างถึงที่สุด ฝากไปยังครอบครัวคนที่จะมารับเก้าอี้นี้ ให้ช่วยเตือนสติ ว่าถ้ารับจะเหมือนตกนรกทั้งเป็น และใครที่จะนำชื่อนายกฯคนกลางไปเสนอจะต้องโดนข้อหากบฏและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วย

“เต้น” อุ่นเครื่องปาดซ้ายปาดขวา

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้อยู่ในโผนายกฯเถื่อนออกมาปฏิเสธแล้วหลายคน เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. จึงขอให้รักษาสิ่งที่พูด อย่าให้เหมือนสมัยรัฐประหาร 19 ก.ย.49 ที่บอกจะไม่รัฐประหาร แล้วสุดท้ายก็ทำ ส่วนกรณีที่นายพลากร สุวรรณรัฐ ออกมาปฏิเสธผ่านสื่อ ก็ขอให้ท่านยืนยันการตัดสินใจนี้ไปตลอด แต่รู้สึกเสียดายที่แม้ท่านพูดถูกที่ถูกเวลา แต่ก็ช้าไปหลายปี เพราะถ้าท่านพูดกับ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ หลังยึดอำนาจ 19 ก.ย.49 ก็จะไม่เห็น พล.อ.สุรยุทธออกมารับตำแหน่งนายกฯ หวังว่าประวัติศาสตร์จะเดินหน้าไม่ซ้ำรอย ขอเรียนไปถึงท่านด้วยความเคารพ ขอให้เป็นคนที่เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นมา ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นท่านก็จะไม่สั่นไหว นอกจากนี้ขอพูดถึงนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา เพราะตอนนี้มีกระแสข่าวว่าจะเป็นผู้นำชื่อนายกฯคนกลางขึ้นทูลเกล้าฯ ฝากให้สื่อมวลชนไปถามให้ท่านตอบให้ชัดว่าในฐานะรองประธานวุฒิสภา มีอำนาจนำชื่อนายกฯเถื่อนขึ้นทูลเกล้าฯหรือไม่  และ ขั้นตอนก่อนจะเสนอเป็นอย่างไร

ยลโฉม ครม.มี “หมอณรงค์–ประมนต์”

เลขาธิการ นปช. ยังกล่าวถึงรายชื่อบุคคล ที่อ้างว่าได้ข้อมูลมาว่าจะดำรงตำแหน่งเป็น ครม.คนกลาง โดยระบุว่า ขอยืนยันรายชื่อมาจากข่าวสารที่รวบรวม และทุกคนยังไม่มีใครรับตำแหน่ง ตำแหน่งแรกรัฏฐาธิปัตย์แห่งประเทศไทย จะเป็นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่จะมีอำนาจสั่งเนรเทศ หรือยึดทรัพย์ใครก็ได้ จากนั้นจะไปเลือกนายกรัฐมนตรีคนกลาง ในโผที่ตนเปิดเผยออกมาแล้ว โดยต้องผ่านความเห็นชอบของพรรคประชาธิปัตย์ คนที่จะมาเป็น ครม.ประกอบด้วย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.คลัง นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพงศ์–โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นายประมนต์ สุธีวงษ์ ประธานองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชัน

“จรัญ–สุรพล” ก็มี “ดร.เสรี” ก็มา

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ คนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีก็คือนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาล รธน. นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดี ม.นิด้า นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีธรรมศาสตร์ นายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง ดร.เสรี วงษ์มณฑา อดีตคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ม.ศรีปทุม

แบ่ง “ประสงค์–เจิม” คุมสภาปฏิรูป

นายณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่า สำหรับกลุ่มคนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป ที่จะมากำหนดทิศทางประเทศให้เป็นไปอย่างที่นายสุเทพ ต้องการคือ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายแก้วสรร อติโพธิ นายทวี สุรฤทธิกุล นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ นายบรรเจิด สิงคะเนติ นพ.ประเวศ วะสี เป็นต้น ยืนยันที่เปิดชื่อไม่ต้องการให้ใครเสียหาย แต่ถ้าปล่อยให้บ้านเมืองไปถึงวันที่มีคนพวกนี้มารับตำแหน่ง จะเสียหายและบ้านเมืองถูกทำลาย

“วิกรม” โอดอย่าเปลี่ยนชีวิตผมเลย

วันเดียวกัน นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Vikrom Kromadit หลังมีข่าวได้รับการทาบทามให้มานั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนกลาง โดยโพสต์รูปขอบคุณ พร้อมข้อความว่า “ผมไม่เหมาะกับการเมือง” โดยมีเนื้อหาระบุว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเคยทำมาไม่ว่าเป็นธุรกิจหรืองานมูลนิธิอมตะไม่เคยมีเป้าหมายทางการเมืองทั้งสิ้น ฉะนั้นขออย่าได้นำการเมืองมาเกี่ยวข้องกับผมเลย อนาคตในชีวิตผมนั้นได้กำหนดไว้แล้ว โปรดอย่าได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผมอีกเลย ผมจะพยายามทำแต่ในสิ่งที่ดีงาม มีประโยชน์ต่อสังคมเท่านั้น โดยจะไม่รับรางวัลใดๆในโลกนี้เพราะผมกำลังทำในสิ่งที่ผมมีความสุขและภูมิใจที่ผมได้ทำสิ่งนี้ครับ!!”

พท.จี้ 4 เสือโยก “สมชัย” ไปพ้นๆ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ออกมายอมรับเองว่าลำเอียง ไม่เป็นกลาง ขัดกับที่เคยถวายสัตย์ปฏิญาณตนว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต เพราะฉะนั้นอยากเรียกร้องไปยัง กกต.อีก 4 คน ให้ทบทวนและจัดการเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ด้านจัดการเลือกตั้งให้คนอื่นดูแลแทน เพื่อรักษาชื่อเสียงของ กกต.เอาไว้ไม่ให้ล่มสลายไป และขอให้เดินหน้าจัดการเลือกตั้ง ทั่วไปโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจอนาคตของตนเอง

ชยันโตองค์กรอิสระปักธงล้มรัฐ

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงคำวินิจฉัยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.ขัดต่อรัฐธรรมนูญว่า วันนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องกฎหมาย หลักการหายไปหมด ได้คุยกับอดีต ส.ส.ในพรรคระบุประชาชนที่ไปเลือกตั้งต่างรับเรื่องนี้ไม่ได้ ศาลวินิจฉัยเช่นนี้ถือว่ารวบอำนาจประชาชน ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ป.ป.ช. กลายเป็นองค์กรไม่อิสระไปหมดแล้ว ทำอะไร ก็ได้โดยไม่ต้องขึ้นตรงต่อรัฐธรรมนูญ คนทำตามกฎหมายอยู่ไม่ได้ หากต่อไปมีนักการเมืองพรรคเพื่อไทยที่รู้ตัวว่าจะแพ้เลือกตั้ง บ้าระห่ำ ทำเหมือนที่กลุ่ม กปปส.ปิดสถานที่รับสมัครไม่ให้ผู้สมัครรับสมัครเลือกตั้งเหมือนกรณี 28 เขตบ้างแล้วอะไรจะเกิดขึ้น สำหรับกรณี ป.ป.ช.จะทยอยชี้มูล 308 ส.ส. และ ส.ว. ประเด็นแก้รัฐธรรมนูญที่มา ส.ว. จะทำอย่างไรก็ทำไป ไม่ต้องคำนึงถึงอีกแล้ว ถ้ามีธงจะเอาองค์กรอิสระมาล้มรัฐบาล อย่างนี้ก็บอกมาตรงๆเลยว่าเป้าหมายหลักคือไม่ให้ตระกูลชินวัตร เล่นการเมือง หากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ ก็กลัวว่าจะมีการเผชิญหน้ากันระหว่างคนสองกลุ่ม เพราะดูอาการคนเสื้อแดงตอนนี้เขาก็ไม่ยอมเหมือนกัน

โชว์แดงล้อมเมืองยุ “ปู” สู้สุดซอย

นายวรชัย เหมะ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.กล่าวว่า ขณะนี้องค์กรอิสระต่างๆ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. กำลังใช้กฎหมายบิดเบือน ทำผิดรัฐธรรมนูญเสียเอง ฉะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ไม่จำเป็นต้องยอมรับ หากมีการตัดสินอะไรออกมาก็ไม่ต้องฟัง อย่าไปสนใจ ถ้า ป.ป.ช.บอกให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่ต้องหยุด หากมีอะไรเกิดขึ้นประชาชน เรือนล้านจะออกมาปกป้องท่านเอง อย่าไปยอมรับอำนาจเถื่อนที่บัญญัติกฎหมายกันเอง ถึงวันหนึ่งก็อาจจำเป็นต้องสู้กัน วันนี้กลไกโลกหนุนเราอยู่ และต่างจังหวัดก็ล้อมกรุงเทพฯหมด เป็นป่าล้อมเมือง นายกฯต้องยืนยันไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เราจะไม่ ยอมรับอำนาจนอกระบบ ไม่เอานายกฯมาตรา 7 ยืนหยัดรักษานายกฯที่มาจากประชาชน

“ปู” ถอยอีกก้าวขอชัตดาวน์ตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า หลังจากแกนนำพรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อหาทางออกทางการเมือง หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมพิจารณาคดีข้อกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งมีการตัดสินใจที่จะให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยอมถอยด้วยการไม่ลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยจะให้นาย พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 เพื่อเตรียมขึ้นมาเป็นนายกฯและผลักดันการปฏิรูปการเมืองให้แล้วเสร็จในระยะเวลา 1 ปี

ผวา ปว. “ชินวัตร” เว้นวรรคหมดเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ เพื่อตัดข้อครหา ตระกูลชินวัตรยึดประเทศ คนในตระกูลชินวัตร รวมถึงนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ ก็จะ ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งระบบเขต และบัญชี รายชื่อ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขทั้งหมด น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะขอเจรจาทางลับกับตัวแทนพรรคการเมือง ฝ่ายคู่ขัดแย้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หากทุกฝ่ายเห็นพ้องกับเงื่อนไขดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะประกาศท่าทีการไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งทันที ซึ่งการยอมถอยครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยไม่ต้องการให้การปฏิวัติเกิดขึ้น

“ปึ้ง” ไม่คิด “ปู” ถอดใจทิ้งเก้าอี้

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศอ.รส. กล่าวถึงกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ถอดใจไม่ลงสมัครเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่า นายกฯไม่น่าจะตัดสินใจแบบนั้น นายกฯเป็นผู้นำที่รักษาระบอบประชาธิปไตย ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยหรือท้อ ถ้าประเทศไทยไม่มีประชาธิปไตยสังคมโลกจะไม่ยอมรับทันที อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะสะดุดทางการเมือง พรรคเพื่อไทยก็ยังไม่ถึงทางตันเรื่องตัวบุคคลแน่นอน

ทวงสัจจะ “เทือก” แพ้ไปผูกคอตาย

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า คนตระกูลชินวัตรจะยังไม่ออกจากการเมืองในห้วงเวลานี้ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่มีข้อห้ามให้คนชินวัตรลงการเมือง นอกจากจะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.พยายามจะเขียน นอกจากนี้ ขอยืนยันระบอบทักษิณไม่มีเป็นตัวเป็นตน เป็นเพียงการอ้างกันขึ้นมาเพื่อให้ติดปาก ฝากถึงนายสุเทพเตรียมตัวผูกคอตายได้แล้ว ถ้าแพ้แล้วมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ นายสุเทพไม่ต้องไปติดคุก ไม่ต้องรับโทษ ขอให้ผูกคอตายตามที่สัญญาไว้ ตนจะหาสถานที่ให้เอง อาจเป็นสนามหลวงเพื่อให้คนได้เห็นกันเยอะๆ ลูกผู้ชายพูดคำไหนต้องคำนั้น

นายกฯวอนหยุดทำลายประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติภารกิจที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.กห.) เมืองทองธานี โดยไม่เปิดโอกาสให้ สื่อมวลชนถ่ายภาพ ต่อมานายหรรษ วรรณ ศฤงคลา เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยนายกฯได้โพสต์เฟซบุ๊กภายหลังการหารือว่ามีการหารือถึงโครงการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่ง ทางถนน ระหว่างไทย เมียนมาร์ อินเดีย ที่มีเป้าหมายแล้วเสร็จปี 59 แต่ปัจจุบันโครงการต่างๆต้องชะลอ เนื่องจากไทยยังไม่มีรัฐบาลอำนาจเต็ม ทำให้การตัดสินใจล่าช้า การจัดตั้งรัฐบาลไทยยังไม่เรียบร้อยไม่สามารถอนุมัติลงนามได้ ดังนั้น เสถียรภาพทางการเมือง ความเป็นประชาธิปไตย และความต่อเนื่องในการบริหารราชการ มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงกับต่างประเทศเสียไปนำกลับคืนมาได้ยาก ทุกฝ่ายต้องช่วยกันหยุดความเสียโอกาสและความเสียหายไว้เพียงเท่านี้ โดยกลับเข้าสู่กระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยเร็วที่สุด

ปชป.ยื่น 4 ข้อให้ “ปู” ปฏิบัติ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า อยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทบทวนบทบาท การทำงาน 2 ปีที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์สามารถ แสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา โดยการกระทำ 4 ข้อ คือ 1. เข้าให้ปากคำคดีทุจริตจำนำข้าวต่อ ป.ป.ช. 2. หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่พร้อมพบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ก็ให้เริ่มด้วยแสดงวิสัยทัศน์ ปฏิรูปประเทศผ่านถ่ายทอดสดสถานีโทรทัศน์ 3. ควรบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดไม่เลือกปฏิบัติ เริ่มจากสั่งให้จับตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาดำเนินคดี 4. สนับสนุนกระบวนการยุติธรรมให้เร่งดำเนินคดีที่เกิดขึ้นกับผู้เห็นต่างรัฐบาล และต้องเร่งดำเนินคดีการปราศรัยหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

พรรคเล็กชวน ปชป.ถกผ่าทางตัน

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเชิญให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมประชุมพรรค การเมืองเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ วันที่ 28 มี.ค. ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยมีนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้รับหนังสือแทน พร้อมกล่าวว่า จะนำหนังสือดังกล่าวมอบให้นายอภิสิทธิ์พิจารณา

ปธ.กกต.เกาคางรอวินิจฉัยกลาง

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า ในเบื้องต้นอยู่ระหว่างรอคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะกำหนดแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจน ยืนยัน กกต.พร้อมจัดการเลือกตั้งและพร้อมที่จะหารือกับรัฐบาลเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ รวมถึงการนัดหมายพรรคการเมืองทุกพรรคกว่า 70 พรรคที่จดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองกับ กกต. เพื่อร่วมประชุม ซึ่งรวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ด้วย แต่การที่พรรคประชาธิปัตย์จะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งใหม่หรือไม่ ถือเป็นสิทธิของพรรค ในการตัดสินใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงท่าทีพร้อมหารือในเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้ง

พท.แทงหนังสือยับยั้งเลือกตั้ง ส.ว.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ กกต. ไม่พิจารณาทบทวนการจัดเลือกตั้ง ส.ว. ตนจึงส่งหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 26 มี.ค. ขอยืนยันให้พิจารณาว่าควรยับยั้งการเลือกตั้ง ส.ว.เอาไว้ก่อนหรือไม่ เนื่องจากเนื้อหาคำแถลงข่าวของเลขาธิการ กกต. มีความชัดเจนว่ากระบวนการตรา พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ว.เป็นการทั่วไป เริ่มมาจาก กกต.ซึ่งตราขึ้นโดยขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 118 วรรคหนึ่งชัดเจน ประเด็นนี้มีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ ฟ. 15/2546 วันที่ 3 ก.ย.2546 เป็นบรรทัดฐาน จึงขอยืนยันให้ กกต. ได้โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบ ว่าควรยับยั้งการเลือกตั้ง ส.ว.เอาไว้ก่อนหรือไม่ และควรดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ฎ. ให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 118 วรรคหนึ่ง เพราะยังมีเวลาที่จะแก้ไขได้

2 เม.ย.ลุ้น 2 เรื่องในศาล รธน.

นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงศ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่คำร้องที่ประธานวุฒิสภา ส่งความเห็นของ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 (7) หรือไม่ จากกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์กระทำการอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 268 หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยให้คืนตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แก่นายถวิล เปลี่ยนศรี เนื่องจากคณะตุลาการงดการประชุมในสัปดาห์นี้  อย่างไรก็ตาม  คำร้องดังกล่าวประธานวุฒิสภาได้ส่งมาถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 19 มี.ค. คาดว่าในการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 2 เม.ย. คงจะได้มีการพิจารณา รวมถึงอาจมีการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 สั่งให้กลุ่ม กปปส. ยุติการชุมนุม เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้เป็นการใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 แต่เป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครอง และกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งไม่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ด้วย

ป.ป.ช.ได้ฤกษ์นัดโหวตฟัน “ขุนค้อน”

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.วันที่ 27 มี.ค. คณะทำงานที่รับผิดชอบสำนวนการไต่สวนถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา กรณีร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ จะรายงานข้อเท็จจริงในสำนวนการถอดถอนคดีดังกล่าวให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่รับทราบ ส่วนจะถึงขั้นลงมติชี้มูลความผิดได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า มีข้อมูล ข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะลงมติได้หรือไม่ หากเห็นว่า ข้อมูลยังไม่เพียงพอ อาจให้คณะทำงานกลับไปหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป

ทนาย “ปู” ปูดสำนวนข้าวเพี้ยนอื้อ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. จ.นนทบุรี นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง และนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว เดินทางมาขอคัดสำเนาหลักฐานเพิ่มเติมในคดีรับจำนำข้าวจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อนำไปใช้ประกอบการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยนายนรวิชญ์กล่าวว่า  เอกสารที่มาขอคัดสำเนาเพิ่มเติมมี 280 แผ่น อาทิ รายงานการวิจัยของ ป.ป.ช. โครงการ ศึกษาการแทรกแซงตลาดข้าวเพื่อป้องกันการทุจริต คำแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คำอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ 25-27 พ.ย. 55 ซึ่งไม่ตรงกับเอกสาร 19 รายการที่ทีมทนายความขอไปก่อนหน้านี้ จึงต้องรอคำตอบจาก ป.ป.ช.ว่า จะให้หลักฐาน 19 รายการนี้หรือไม่ เพราะเป็นเอกสารที่จะยืนยันว่า นายกฯเข้าไปรับรู้เรื่องการทุจริตในโครงการในขั้นตอนใด จะได้ชี้แจงได้ตรงประเด็น ถ้าไม่ได้มาก็ไม่สามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้

“มาร์ค” สะดุดล้มไหปลาร้าขวาหัก

เมื่อเวลา 12.20 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าก่อนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเดินทางออกจากบ้านพัก ย่านสาทร เพื่อเข้าร่วมงานแสดงความยินดีครบรอบ 44 ปี สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ได้เกิดอุบัติเหตุสะดุดล้มภายในบ้าน จึงทำให้ต้องยกเลิกภารกิจตลอดวัน

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ห้องพักผู้ป่วย 809 อาคาร ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดให้สัมภาษณ์ระหว่างนอนพักรักษาตัวเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้า ระหว่างออกจาก บ้านพักสะดุดพื้นที่ต่างระดับทำให้กระดูกไหปลาร้าข้างขวาแตก ซึ่งตอนแรกเจ็บเล็กน้อยจึงไม่ได้ไปหาหมอ แต่เมื่อเจ็บมากทนไม่ไหวก็มาหาหมอที่โรงพยาบาล และตรวจพบว่าไหปลาร้าแตก หมอให้ผ่าตัดใส่เหล็ก ยึดนอตตกระดูกที่แตก โดยจะผ่าตัดเวลา 16.00 น. เบื้องต้นแพทย์ระบุว่า ต้องพักรักษาตัวประมาณ 3-4 วัน หรืออาจจะเร็วกว่านั้นก็ได้

เล่าจ๋อยๆมีคนทักจะเกิดแอ็กซิเดนท์

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้มีคนทักว่าจะเกิดอุบัติเหตุและครั้งนี้ถือว่าเข้าโรงพยาบาลครั้งใหญ่หลังจากเคยเข้าโรงพยาบาลครั้งสุดท้าย เนื่องจากผ่าตัดไส้ติ่งเมื่ออายุ 9 ขวบ ทั้งนี้ ขอขอบคุณที่แสดงความเป็นห่วง ไม่มีปัญหาอะไรมาก อาการตอนนี้ก็แค่เจ็บปกติ ส่วนการที่หลายคนสอบถามเลขทะเบียนรถและเลขห้อง นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ตนไม่มีเลขอะไร อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับรถ เป็นการสะดุดเองคนเดียว อีกทั้งเป็นคนไม่สนับสนุนการพนันอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์มีหน้าตาสดใส ยิ้มแย้มปกติ โดยนางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ภรรยา เข้าดูแลก่อนเข้าห้องผ่าตัด รวมทั้งมีแกนนำพรรคเข้าเยี่ยม อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบลูย์ นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรค อย่างไรก็ตาม หลังจากข่าวแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีประชาชน แฟนคลับ โทรศัพท์ไปสอบถามอาการที่พรรคประชาธิปัตย์จำนวนมาก

หมอเผยลงไปวัดพื้นอย่างแรง

นายแพทย์พรชัย มูลพฤกษ์ หัวหน้าภาควิชาออร์โธปิดิกส์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กระดูกส่วนปลายของไห้ปลาร้าด้านขวาหักออกเป็นสองท่อน เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุล้มจนไหล่ขวากระแทกพื้นอย่างแรง โดยทางแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อใส่เหล็กภายในคาดว่าหลังจากใส่เหล็กแล้วจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือนจึงจะหายเป็นปกติ จากนั้นหลังผ่าตัดเสร็จจะต้องนอนพักฟื้นอีกประมาณ 2-3 วันเพื่อดูอาการก่อนจะอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน ส่วนอาการขณะนี้ถือว่าไม่น่าหนักใจเพราะด้านนายอภิสิทธิ์มีกำลังใจที่ดีอยู่แล้ว

พท.ส่งกระเช้าดอกไม้ให้กำลังใจ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยขอแสดงความเสียใจ ขอให้หายไวๆ เพื่อจะได้กลับมาช่วยกันทำงานแก้ไขปัญหา ทางการเมือง ถึงแม้ทั้งสองพรรคจะมีอุดมการณ์ทางการเมืองต่างกัน แต่เราก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจกัน ยังไงก็คนไทยด้วยกัน ไม่มีการมาซ้ำเติมกันแน่นอน อย่างไรก็ตาม ตนไม่อาจนำกระเช้าของพรรคไปให้ด้วยตัวเอง เพราะอาจมีกลุ่มผู้สนับสนุนนายอภิสิทธิ์เกิดความไม่พอใจและไม่อยากให้มีเหตุการณ์อะไรไม่ดีตามมา ทำให้ต้องส่งกระเช้าไปให้กำลังใจแทน

ศาลรับฟ้อง 3 นปช.หมิ่น “วัชระ”

ที่ศาลอาญา เมื่อเวลา 13.30 น. ศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องหรือไม่ ในคดีที่ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดว่าด้วย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์พร้อมกับเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.52 จำเลยที่ 1-3 ได้ใส่ร้ายโจทก์ ผ่านรายงานโทรทัศน์พีทีวี กล่าวหาว่าโจทก์ได้พิมพ์หนังสือ “สมัครจาบจ้วงป๋าเปรม ถึงนอมินีทักษิณ” ขึ้นมาหลังจากที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายก-รัฐมนตรี ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้คนเสื้อแดงมาคุกคามโจทก์ที่พรรคประชาธิปัตย์ ศาลพิเคราะห์พยานที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว แล้วเห็นว่าคดีมีมูล จึงมีคำสั่งให้รับฟ้องพร้อมนัดตรวจพยานหลักฐานและสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 12 พ.ค. เวลา 13.30 น.

27 มี.ค. 2557 04:26 1 เม.ย. 2557 22:38 ไทยรัฐ


advertisement