วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ยิ่งลักษณ์' ชี้การเมืองกระทบลงทุน ไทย-อินเดีย

"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรีฯ พบทูตอินเดีย เผยเสถียรภาพการเมืองกระทบไทย-อินเดียเสียโอกาสการค้าการลงทุน

วันที่ 26 มี..57 ..ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว Yingluck Shinawatraความว่า ไทยและอินเดียมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นมาเป็นเวลาช้านาน ในหลายด้าน ทั้งศาสนา วัฒนธรรม ตลอดจนด้านเศรษฐกิจ และการค้าการลงทุน ซึ่งอินเดียเป็นตลาดที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากมีประชากรประมาณ 1.2 พันล้านคน และในปัจจุบันเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้

นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าดีใจว่าความสัมพันธ์ระดับประชาชนระหว่างสองประเทศนั้นมีความก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวอินเดีย ซึ่งในปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยมากกว่า 1 ล้านคน ในขณะที่คนไทยก็นิยมไปท่องเที่ยวในประเทศอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาที่ในช่วงหลังเพิ่มความนิยมขึ้นอย่างมาก

ในวันนี้เป็นโอกาสดีที่ดิฉันได้พบกับ นายหรรษ วรรณ ศฤงคลา เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ที่ได้มาเยี่ยมคารวะ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ จึงได้มีโอกาสพูดคุย หารือกันในหลายประเด็น โดยเฉพาะการริเริ่มความร่วมมือ เช่น ในด้านการค้า การลงทุน การพัฒนาโครงข่ายคมนาคม ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาได้มีการเยือนในระดับผู้นำระหว่างกันหลายครั้ง ทำให้ความร่วมมือในหลายด้าน มีความก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ประเด็นสำคัญที่ได้มีการหารือ ได้แก่ ความคืบหน้าในโครงการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งทางถนน ระหว่างไทย เมียนมาร์ อินเดีย (Trilateral Highway) ซึ่งได้ริเริ่มขึ้นเพื่อส่งเสริมการการลงทุนระหว่างกันนั้น ได้มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยกำหนดเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในปี 2559 อย่างไรก็ดี ในปัจจุบัน มีการชะลอความก้าวหน้า เนื่องจากขาดการผลักดันในระดับนโยบายโดยเฉพาะในส่วนของประเทศไทยที่ยังไม่มีรัฐบาลอำนาจเต็ม จึงทำให้การประชุม หารือ หรือการตัดสินใจในระดับรัฐมนตรี มีความล่าช้า ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายเพราะเส้นทางนี้ จะสามารถส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกันได้เป็นอย่างดี

อีกประเด็นหนึ่งที่ได้มีการหารือ คือ โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ที่ไทยให้การสนับสนุนตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทางรัฐบาลได้มีแผนการเชื่อมโยงทวายกับท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านการลงทุนในถนน และรถไฟ ภายใต้แผนการลงทุน โครงการ 2 ล้านล้าน โดยหากโครงการนี้สำเร็จทวายจะกลายเป็นอีกหนึ่งประตูเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งใหม่ ที่จะเชื่อมโยงการขนส่งทางน้ำผ่านมหาสมุทรอินเดีย สู่ประเทศอินเดีย ตะวันออกกลางยุโรป และแอฟริกา ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาการค้าการลงทุน ส่งเสริมให้เศรษฐกิจภูมิภาคเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะในส่วนของการประหยัดต้นทุนและเวลาในการขนส่ง เพราะสามารถช่วยลดระยะเวลาการเดินทางจากกรุงเทพไปทวายและเข้าเจนไน (Chennai) เหลือเพียงครึ่งเดียว เพราะไม่จำเป็นต้องเดินเรืออ้อมประเทศสิงคโปร์ ผ่านช่องแคบมะละกาซึ่งมีการจราจรที่คับคั่ง แต่ทว่า ปัจจุบัน ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

อย่าไรก็ตามอีกประเด็นหนึ่งที่ถือว่าเป็นค่าเสียโอกาสของทั้งไทย และอินเดียคือ ความคืบหน้าในการเจรจา FTA ไทย-อินเดีย ที่ได้ลงนามไปแล้วในปี 2546 โดยในปัจจุบัน อยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องสินค้าที่ยังไม่ได้มีการปรับลดภาษี แม้ว่า สองฝ่ายมีนโยบายที่สอดคล้องกันว่าควรจะผลักดันให้ข้อตกลงได้ข้อสรุปโดยเร็ว แต่ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้เพียงในระดับเจ้าหน้าที่ เนื่องจาก กระบวนการเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลของประเทศไทยยังไม่เรียบร้อย ก็จะไม่สามารถเข้ากระบวนการการอนุมัติลงนามได้ จึงทำให้ผลการเจรจาล่าช้าออกไป

ดังนั้น เสถียรภาพทางการเมือง ความเป็นประชาธิปไตย และความต่อเนื่องในการบริหารราชการ มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในมิติที่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับต่างประเทศ โอกาสที่เสียไปแล้วจะนำกลับคืนมาได้ยาก ดังนั้น ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันคือหยุดความเสียโอกาสและความเสียหายไว้เพียงเท่านี้ โดยการกลับเข้าสู่ระบบ และกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด

"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรีฯ พบทูตอินเดีย เผยเสถียรภาพการเมืองกระทบไทย-อินเดียเสียโอกาสการค้าการลงทุน 26 มี.ค. 2557 15:45 ไทยรัฐ