วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่ถึง 3 เดือน 'ไข้หวัดใหญ่' คร่าคนไทยแล้ว 24 ราย!

สธ.เตือนอันตราย "ไข้หวัดใหญ่" รอบ 75 วัน ป่วย 23,899 ราย เสียชีวิต 24 ราย ย้ำเตือนประชาชนทุกคน หากป่วยเป็นไข้-ไอ เกิน 2 วัน ให้รีบพบแพทย์ ก่อนอาการรุนแรง...

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 57 นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่ในปีนี้ อยู่ในเกณฑ์น่าห่วง เนื่องจากขณะนี้พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันในปี 2556 และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับ 3 ปีย้อนหลัง จากข้อมูลการเฝ้าระวังของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 22 มี.ค. 2557 รวม 75 วัน พบผู้ป่วยทั่วประเทศ 23,899 ราย เสียชีวิต 24 ราย กลุ่มอายุที่พบป่วยมากที่สุด คือ เด็กและเยาวชน อายุตั้งแต่ 7 ปีจนถึง 34 ปี จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ลำปาง เชียงใหม่ ระยอง อุตรดิตถ์ และพะเยา

มาตรการป้องกันควบคุมโรคที่กระทรวงฯ ดำเนินการขณะนี้ คือ ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศติดตามเฝ้าระวัง และรายงานผู้ป่วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ป้องกันตนเอง ด้วยการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ และผู้ป่วยเป็นไข้หวัดทุกราย ให้สวมหน้ากากป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคให้ผู้อื่น ประชาชนทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย

ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ให้สวมหน้ากากป้องกัน และป้องกันการติดเชื้อขณะปฏิบัติงาน ให้การรักษาผู้ป่วยตามแนวทางที่กระทรวงกำหนด โดยได้กระจายยาต้านไวรัสรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ไปให้โรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศแล้ว ส่วนการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี 2557 ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่น้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม เป็นต้น จะสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่เดือน พ.ค.นี้เป็นต้นไป

ทางด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เชื้อไข้หวัดใหญ่ที่เป็นต้นเหตุการป่วยในไทยในปีนี้ คือ สายพันธุ์เอ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจวิเคราะห์จากผู้ป่วย ในช่วงวันที่ 9-15 มี.ค. 2557 พบมากถึงร้อยละ 44 รองลงมา คือ สายพันธุ์บี ร้อยละ 38 และสายพันธุ์เอ เอช 3 เอ็น 2 ร้อยละ 18 ยังไม่พบปัญหาเชื้อกลายพันธุ์ และยังไม่พบการดื้อต่อยาต้านไวรัส ซึ่งการป่วยไข้หวัดใหญ่นี้ เป็นแล้วอาจเป็นซ้ำได้อีก จากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่นๆ

ผลการศึกษาจากสหรัฐฯ และยุโรป พบว่าเชื้อชนิดนี้มีความรุนแรงสูงกว่าสายพันธุ์เก่าอื่นๆ โดยมีอัตราป่วยตายและอัตราเข้ารับการรักษาใน รพ. สูงกว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่น และข้อมูลองค์การอนามัยโลกรายงาน ณ วันที่ 24 มี.ค. 2557 พบว่าสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่ตรวจพบในแถบทวีปอเมริกาเหนือ เอเชียตะวันออก แอฟริกาเหนือ และเอเชียตะวันตก มากที่สุด คือ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 เช่นกัน

โรคไข้หวัดใหญ่ติดต่อกันได้ง่ายภายในครอบครัว ที่ทำงาน โรงเรียน โดยเชื้ออยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ติดกันได้จากการไอ จาม และปนเปื้อนอยู่ที่ภาชนะ ของใช้ส่วนตัว หรือของใช้สาธารณะ เช่น ลูกบิด ปุ่มกดลิฟต์ ราวบันได ราวรถโดยสาร และติดต่อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางมือที่เปื้อนเชื้อเมื่อแคะจมูก ขยี้ตา เอานิ้วเข้าปาก เป็นต้น จึงขอแนะนำว่าไม่ควรเข้าไปในสถานที่เสี่ยงต่อการติดโรค เช่นสถานที่ที่มีผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่สะดวกเป็นเวลานาน หากจำเป็นเข้าไปในสถานที่ดังกล่าวต้องป้องกันตนเองอย่างดี

ขณะเดียวกัน ประชาชนทุกกลุ่มอายุ เมื่อป่วยเป็นไข้หวัดให้คาดหน้ากากป้องกันตลอดเวลา หากไม่มีให้ใช้กระดาษทิชชู หรือใช้ผ้าเช็ดหน้า ปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม หรือไอจาม ใส่แขนเสื้อของตนเองเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวและสิ่งของที่มีคนสัมผัสบ่อยๆ ด้วยน้ำผงซักฟอก หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ป่วยในระยะ 1 เมตร ขอให้งดการเดินทาง หยุดเรียน หยุดงาน จนกว่าจะหายเป็นปกติแล้วอย่างน้อย 1 วัน โรคนี้อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง แต่หากมีอาการมากขึ้น เช่น มีไข้สูง เกิน 2 วัน หรือไอมาก เจ็บหน้าอก หายใจเร็ว เหนื่อย อ่อนเพลีย รับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียน หรือถ่ายอุจจาระมาก ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที

สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สามารถเดินทางไปได้ตามปกติ ผู้ที่แข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัวใด ยังไม่มีความจำเป็นต้องได้รับวัคซีนก่อนเดินทาง อย่างไรก็ตาม หากต้องการรับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดการป่วยและความรุนแรงของโรค ก็สามารถขอรับบริการได้ที่สถานพยาบาลภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ทันก่อนเดินทาง ในกรณีประชาชนทั่วไปจะมีค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422.

สธ.เตือนอันตราย "ไข้หวัดใหญ่" รอบ 75 วัน ป่วย 23,899 ราย เสียชีวิต 24 ราย ย้ำเตือนประชาชนทุกคน หากป่วยเป็นไข้-ไอ เกิน 2 วัน ให้รีบพบแพทย์ ก่อนอาการรุนแรง... 26 มี.ค. 2557 14:56 26 มี.ค. 2557 16:10 ไทยรัฐ