วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นักบินอวกาศหญิง ฝันให้ไกล ไปให้ถึง

โดย

พิรดา เตชะวิจิตร์ หรือมิ้ง วันนี้ อายุ 29 ปี เป็นลูกคนที่สอง ในจำนวนสี่คนพี่น้อง บ้านทำโรงงานเซรามิกที่จังหวัดลำปาง ฐานะปานกลาง ครอบครัวเป็นคาทอลิก

มิ้งชอบวันอาทิตย์ เราจะไปโบสถ์พร้อมกัน สำหรับมิ้งโบสถ์หมายถึงช่วงเวลาของครอบครัว

ครอบครัวมิ้งอาจจะไม่ได้เคร่งกับการไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ แต่พวกเราจะรักพระเจ้ามาก เวลามีปัญหาจะขอให้พระเจ้าช่วยและทุกครั้งที่ได้รับอะไรมาก็จะขอบคุณมากๆทุกครั้ง

มิ้งเรียนที่โรงเรียนลำปางกัลยาณี ม.ปลาย เรียนสายวิทย์คณิต ได้เกรดแย่มาก (จบไม่ถึง 3) ตอนจะเอ็นทรานซ์ ซึ่งเป็นก้าวที่สำคัญในชีวิต เลยทุ่มเทให้กับการสอบเอ็นทรานซ์ จนติดสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) สาขาวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์


ปกติคนที่เข้ามาเรียนที่พระจอมฯ จากโรงเรียนมิ้งจะเป็นคนที่มีคะแนนดีมากๆ ตลอดการเรียน ม.ปลาย แต่มิ้งเป็นคนเดียวที่เพื่อนๆเรียกกันว่าม้ามืดเพราะไม่เคยมีใครให้ความสนใจมาก่อน

ในระหว่างที่ศึกษาจนกระทั่งปี 3 มีการประกาศจากบริษัท INTEL ประเทศอินเดียว่าจะรับนักศึกษาฝึกงาน ไปฝึกที่บริษัทเป็นระยะเวลา1 ปี ซึ่งนั่นหมายถึงเราจะต้องเรียนจบช้ากว่าเพื่อนในการไปโครงการนี้

แต่ด้วยมิ้งมีความสนใจและอยากไปเรียนรู้การทำงานจริงในต่างประเทศมากๆ และยิ่งประเทศอินเดียที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ดังด้านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และคอมพิวเตอร์ด้วย

ส่วนปริญญาโท ได้ทุนจากจิสด้าไปเรียนที่ฝรั่งเศส มหาวิทยาลัย ISAE (Institut supérieur de l'aéronautique et de l'espace) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ดังด้านการบินและอวกาศ

ตอนนี้ทำงานที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือเรียกสั้นๆว่า (GISTDA) จิสด้า ทำงานกับจิสด้ามา 5 ปีกว่าแล้ว ในตำแหน่งของวิศวกรดาวเทียม

หน้าที่หลักๆ คือดูแลระบบดาวเทียมไทยโชต ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติดวงแรกของประเทศไทย รวมถึงดูแลระบบที่ใช้ติดต่อสื่อสาร คอยส่งคำสั่งการถ่ายภาพให้กับดาวเทียม เพื่อให้ดาวเทียมถ่ายภาพ แล้วนำภาพเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้งานด้านต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นด้านเกษตรกรรม ป่าไม้ ไฟป่า หรือ น้ำท่วม พวกภัยพิบัติต่างๆ

จริงๆ เรื่องการไปอวกาศนี้ มิ้งก็เคยขอพระเจ้าไปเหมือนกัน

มิ้งสมัครรายการแฟนพันธุ์แท้ตั้งแต่รู้ว่ามีสามช่องทางในการคัดเลือกคนไทยคนแรกไปอวกาศกับ โครงการท่องยานอวกาศ AXE Apollo space academy มิ้งมีความฝัน อยากขึ้นไปสัมผัสกับอวกาศ สักครั้งหนึ่งในชีวิต อันที่จริงต้องบอกว่า มิ้งสมัครทุกช่องทางเลยก็ได้

แต่ทางที่ทำให้มิ้งผ่านเข้ารอบมาได้คือการเป็นแฟนพันธุ์แท้ Apollo ตอนนั้นมิ้งส่งเมล์หารายการแฟนพันธุ์แท้เลย ทั้งที่แอบหวั่นๆ ว่าจะไปแข่งจริงๆเหรอ

แต่ก็ทำไปก่อนทั้งๆ ที่กลัวนี่แหละค่ะ รอเป็นเวลาสองสามเดือน จึงมีคนที่เป็นครีเอทีฟ ติดต่อมานัดสัมภาษณ์ มิ้งเดินทางไปสัมภาษณ์วันที่ 9 สิงหาคม วันที่แข่งคือวันที่ 29 สิงหาคม และออกอากาศวันที่ 13 กันยายน 2556 ก่อนแข่งมีโอกาสได้เจอคู่แข่งครั้งเดียว คือวันที่ 26 สิงหาคม 2556 เพื่อทำความรู้จัก

ตอนนั้นมิ้งยังจำได้ หลายคนแปลกใจ ทำไมถึงมีผู้หญิงลงแข่ง เพราะมิ้งเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ลงแข่ง ในการเตรียมตัวก่อนการแข่ง มิ้งค่อนข้างเครียด กลัวการออกทีวี ซึ่งไม่เคยมาก่อน และมีความกดดันจากรอบข้าง หากตกรอบแรก จะทำให้สำนักงานพลอยเสียชื่อไปด้วย

มิ้งพยายามทำใจ “มันคือเกมโชว์ ยังไงมันก็เป็นเกม ไม่ใช่การนั่งทำข้อสอบ คนที่เก่งที่สุด รู้ดีที่สุด ก็ตกรอบแรกได้ เพราะมันวัดทั้งความรู้ สติ ไหวพริบ และโชค”

หลายครั้งอยากจะเลิกแข่ง แต่ก็กลัวว่าจะเสียใจไปตลอดชีวิต ถ้าหากว่าไม่ได้ทำโอกาสและความฝันที่มีให้เต็มที่ เพราะทำการบ้านมาหนัก แต่เมื่อถึงวันแข่งจริงนั้น มิ้งกลับนิ่งมาก

วินาทีที่ได้ยินคำถามสุดท้าย มิ้งก็รู้แล้ว ตั๋วที่จะไปฟลอริดา ใบหนึ่งอยู่กับมิ้งแน่

ในตอนนั้นมิ้งดีใจ การเป็น 1 ใน 3 จากคนที่แข่งกันทั่วประเทศนั้นยากมาก สุดท้ายมิ้งก็ทำได้

รางวัลที่มิ้งได้เอากลับไปคืนนั้นเป็นโล่แฟนพันธุ์แท้ และเสื้อแจ็กเกต Axe Apollo ซึ่งเป็นเสื้อที่คนจะเข้าแคมป์ได้รับ คืนนั้นแทบจะกอดเสื้อตัวนั้นนอน

หลายคนมักจะถาม เป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆเลยไหม?

มิ้งบอกว่าไม่ใช่เลยซะทีเดียว ตอนแรก มิ้งอยากเป็นนักบินมากกว่า สำหรับนักบินอวกาศนั้น มันเป็นความฝันตอนโต หลังจากที่ได้มาเรียนและทำงานด้านเทคโนโลยีอวกาศแล้ว

มิ้งว่าความฝันไม่ได้สำคัญว่าเริ่มเมื่อไหร่ สำคัญว่าตัดสินใจจะลงมือทำเมื่อไหร่ มิ้งเองอยากเป็นนักบินอวกาศ ปัจจุบันคนที่จะขึ้นไปบินกับ NASA ได้ ต้องเป็นคนอเมริกัน มิ้งเองก็ไม่คิดอยากจะเปลี่ยนสัญชาติเป็นคนอเมริกัน เพราะมิ้งอยากไปอวกาศในฐานะของคนไทย

มิ้งเห็นประเทศอื่นๆ ทั้งที่ไม่มีโครงการการส่งนักบินอวกาศ และมีการส่งนักบินอวกาศไปบ้าง อย่างมาเลเซียเพื่อนบ้านเรา ร่วมมือกับรัสเซียส่งนักบินขึ้นไป แถมเกาหลีใต้ยังมีนักบินผู้หญิง เป็นคนแรกที่ทำความร่วมมือกับรัสเซีย และส่งนักบินไปสถานีอวกาศนานาชาติเช่นกัน

มิ้งตัดสินใจ ณ ตอนที่ได้เจอกับนักบินอวกาศหญิงเหล่านี้ เมื่อปี 2011 มิ้งพยายามทุกทาง ทำทุกอย่าง ถ้าหากมีโครงการแบบนี้เกิดขึ้นบ้างที่ประเทศไทย แล้วโครงการแบบที่เฝ้ารอ ก็เกิดขึ้นจริงๆ

ในส่วนของครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยหวงห้าม เรื่องการไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือไปอยู่ที่ไหนไกล ท่านสอนให้ดูแลตัวเอง กล้าเผชิญกับโลกภายนอก และเน้นว่าภาษานั้นเป็นเรื่องสำคัญ

คุณแม่เคยบอกกับลูกๆ “ฝันให้ไกลและไปให้ถึง แต่คุณแม่มาบอกภายหลัง ไม่คิดว่ามิ้งจะไปถึงอวกาศ” คุณแม่ตกใจ ตอนที่มิ้งบอกจะไปแข่งแฟนพันธุ์แท้เพราะอยากไปอวกาศ ในความทรงจำของคุณแม่ มิ้งเป็นคนขี้กลัวมากตอนเด็กๆ เป็นคนที่ไม่เคยมีความมั่นใจ และกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ

อดีต ไม่ได้เป็นตัวตัดสินอนาคตเสมอไป มิ้งเรียนรู้ว่า ความคิดมีผลมากๆต่อการดำเนินชีวิต ถ้าคิดว่าเราไม่เก่ง ก็คือไม่เก่ง แต่ถ้าคิดว่าเราก็เก่งไม่แพ้ใคร เราก็จะเก่งจริงๆ

สำหรับการเตรียมตัวไปขึ้นอวกาศ ซึ่งกำหนดไว้ปีหน้า มิ้งต้องดูแลร่างกายเป็นสำคัญ ล่าสุด มิ้งได้รับฟอร์มให้ไปตรวจสุขภาพว่าพร้อมจะบินหรือไม่

คุณหมอในประเทศไทยเป็นผู้ตรวจ ส่งผลกลับไป ร่างกายมิ้งพร้อมสำหรับการบิน แต่ฟอร์มนี้มีระยะเวลาหกเดือน ซึ่งหมายความว่า มิ้งอาจจะต้องยังมีการตรวจในครั้งต่อๆไป ก่อนที่จะบินจริงๆ

ชีวิตกำลังถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ได้กำลังใจจากคนใกล้ตัวหรือไม่ มิ้งไม่ปิดบัง ตอนนี้ไม่มีแฟน “เราคบกันเกือบเจ็ดปี เลิกกันก่อนมิ้งแข่งแฟนพันธุ์แท้ได้ 1 เดือนกว่าๆ การแข่งขัน เป็นช่วงชีวิตที่ยาก การสูญเสียรัก ก็สูญเสียความอบอุ่นทางใจไปบ้าง”

เรื่องความรักเปลี่ยนแปลงได้ แต่ความฝันเป็นนักบินอวกาศ เลื่อนไม่ได้ ไม่ทำก็ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ทำ จะยิ่งเสียใจไปตลอดชีวิต.

26 มี.ค. 2557 14:06 1 เม.ย. 2557 23:22 ไทยรัฐ