วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขยะ

โดย ลมกรด

“ขยะ” แบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1.ขยะชุมชนหรือขยะครัวเรือน 2.ขยะอุตสาหกรรม ตัวเลขจากกรมควบคุมมลพิษระบุปริมาณขยะสะสมในปี 56 มีอยู่ 22.7 ล้านตัน ส่วนสถานที่กำจัดขยะทั่วประเทศมีเกือบ 2,500 แห่ง แต่ไม่น่าเชื่อว่าที่ขออนุญาตถูกต้องมีเพียงแค่ 466 แห่ง เฉลี่ยยังไม่ถึง 20%

ขยะแต่ละประเภทมีวิธีการกำจัดแตกต่างกัน ฝังกลบ เผา หรือใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ ขยะชุมชนหรือขยะครัวเรือนที่คนทั่วไปทิ้งกันอยู่ทุกวันนี้ อาทิ กระดาษ ขวด แก้ว พลาสติก เศษไม้ โฟม สามารถเอาไปทำประโยชน์ได้อีก เช่น เอาไปทำปุ๋ย เอาไปหมักทำแก๊สชีวภาพ หรือเอามารีไซเคิล

การก่อสร้างโรงกำจัดขยะจะต้องสร้างเป็นสถานที่ปิด เพื่อควบคุมไม่ให้กลิ่น ก๊าซ และน้ำขยะไปก่อมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ปล่อยขยะทิ้งไว้เป็นกองภูเขาอยู่ในที่โล่งเหมือนอย่างที่เห็นกันทั่วไป อย่างนี้ไม่เรียกว่าโรงกำจัดขยะ เป็นได้แค่ที่ทิ้งขยะเท่านั้น

นอกจากสร้างในสถานที่ปิดแล้ว ยังต้องแยกหลุมขยะออกจากกัน และในแต่ละวันที่นำขยะชุมชนมากลบฝังจะต้องปิดหน้าดินทับอีกชั้นหนึ่ง แต่โรงกำจัดขยะส่วนใหญ่ไม่ทำตามหลักเกณฑ์ เพราะลงทุนสูงกว่า

ทีนี้มาดูขยะอุตสาหกรรมกันบ้าง มีทั้งที่เป็นขยะอันตราย และขยะไม่อันตราย ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.วัตถุอันตรายบ่งบอกชนิดไว้ชัดเจนครอบคลุมอยู่แล้ว กฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดมาตรการควบคุมวัตถุอันตรายตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตไปจนถึงขั้นตอนการกำจัดทำลาย

กรรมวิธีในการกำจัดขยะอุตสาหกรรมนั้นยุ่งยากและสิ้นเปลืองมาก เจ้าของกิจการเลยหาช่องทางหลบเลี่ยงกฎหมาย โรงงานอุตสาห-กรรมในประเทศมี 3 หมื่นกว่าแห่ง มีกากของเสียเฉลี่ยปีละ 4 ล้านตัน แต่มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่เข้าสู่ระบบกำจัดอย่างถูกวิธี อีกครึ่งหนึ่งถูกลักลอบเอาไปทิ้งปนอยู่ในบ่อขยะชุมชน แหล่งน้ำสาธารณะ ริมถนนสายเปลี่ยว

แม้แต่ บ่อขยะภายในซอยแพรกษา 8 อ.เมืองสมุทรปราการ ที่เพิ่งถูกไฟไหม้ ก็มีข้อสงสัยว่าอาจจะแอบเอาขยะอุตสาหกรรมมาทิ้งไว้ด้วย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถึงได้เข้ามาร่วมทำคดี

ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะมาหลายครั้ง เช่นตอนต้นเดือน มี.ค.นี้ เพิ่งเกิดไฟไหม้บ่อขยะที่ จ.บึงกาฬ วันที่ 17 เม.ย.56 ไฟไหม้บ่อขยะที่ จ.เชียงราย วันที่ 25 ม.ค.56 ไหม้ที่ จ.เชียงใหม่ แต่หลังจากดับไฟเสร็จแล้ว ปรากฏว่าความไม่ชอบมาพากลต่างๆก็ถูกทิ้งหายไปกับกองขยะด้วย

บังเอิญคราวนี้บ่อขยะแพรกษาเป็นบ่อใหญ่ ขยะปริมาณมหาศาล เกิดควันไฟและฝุ่นละอองเยอะ เลยกลายเป็นข่าวดัง

ตอนนี้อยู่ในช่วงของการแก้ไขสถานการณ์ แม้ดับไฟบ่อขยะได้แล้ว แต่ต้องยังฉีดน้ำหล่อเลี้ยงป้องกันไฟคุโชนอีก รวมทั้งต้องหาทางจัดการกับน้ำที่ใช้ฉีดดับไฟ เพราะสันนิษฐานว่ามีการปนเปื้อนสารเคมีอันตราย ถ้าน้ำส่วนนี้ซึมไปตามผิวดินและลงไปในบ่อน้ำบาดาล จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ต้องฟื้นฟูกันขนานใหญ่

ส่วนชาวบ้านที่สูดควันและฝุ่นละอองเข้าไป มีอาการเบื้องต้นระคายเคืองตา แสบคอ แสบจมูก ต้องไปตรวจเช็กให้ละเอียดด้วยว่าได้รับสารก่อมะเร็งเกินค่ามาตรฐานหรือเปล่า โดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่ในรัศมี 200 เมตร

ร่ำๆว่าจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกันกราวรูด ตั้งแต่เจ้าของที่ดิน ผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่างๆ

หวังว่าไฟไหม้ขยะจะไม่กลายเป็นไฟไหม้ฟาง.

ลมกรด

26 มี.ค. 2557 13:50 26 มี.ค. 2557 13:50 ไทยรัฐ