วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปริญญาตรีตกงาน ปัญหาใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

โดย ซูม

ในท่ามกลางข่าวความถดถอยในเกือบทุกสาขาของเศรษฐกิจไทย อันเป็นผลจากภาวะความขัดแย้งทางการเมือง ที่นอกจากมองไม่เห็นทางออกแล้ว  ยังกลับร้าวลึกขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง

ก็มีรายงานที่ตอกย้ำความโชคร้ายของประเทศไทยอีกหนึ่งรายงานที่นักวางแผนพัฒนาทั้งหลาย จะต้องให้ความเอาใจใส่ให้มากขึ้นในอนาคต

ได้แก่ ผล การสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือนมกราคม 2557 จากการเปิดเผยของสำนักงานสถิติแห่งชาติ

พบว่า...ในเดือนแรกของปีปัจจุบันนี้ ยอดผู้ว่างงานของประเทศไทยอยู่ที่ 361,000 คน เพิ่มขึ้น 78,000 คน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ประเด็นที่น่ากังวลอยู่ที่การว่างงานของผู้สำเร็จการศึกษาในระดับอุดม- ศึกษาครับ...สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่า มีจำนวนสูงถึง 113,000 คน

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีกลาย 31,000 คน

ปัญหาเรื่องผู้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา หรือระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นระดับปริญญาตรี ที่เราเรียกกันว่าระดับ “บัณฑิต” นั้น ได้รับการคาดหมายล่วงหน้ามาเกือบ 20 ปีแล้ว

เพราะการขยายตัวของสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรีเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก และส่วนใหญ่ก็เปิดสอนในสาขาสังคมศาสตร์ที่ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานเท่าไรนัก

ขณะเดียวกัน การเรียนสูงขึ้นก็ย่อมจะทำให้ผู้ร่ำเรียนมีความฝันมีความต้องการที่จะทำงานที่ดีขึ้น มีความก้าวหน้าสูง ฯลฯ ทำให้หางานยากขึ้นไปอีก เพราะทุกๆคนก็อยากได้งานที่ตรงกับที่ตัวเองเรียนมา

ในขณะที่ความต้องการแรงงานของประเทศไทย โดยส่วนรวมจะอยู่ที่แรงงานระดับกลาง เช่น ระดับวิชาชีพ หรือช่างเทคนิคต่างๆ รวมไปถึงแรงงานในระดับล่างๆ ที่ไม่ต้องการฝีมือ และความชำนาญมากนัก

จึงเกิดภาวะที่ไม่สมดุลมาโดยตลอด เพราะแรงงานระดับสูงหรือระดับปริญญาตรีนั้นมีความต้องการน้อย แต่เรามีผู้จบการศึกษามาก ในขณะที่แรงงานในระดับล่างๆกลับว่างงาน เพราะผู้เรียนจบระดับมัธยมหรืออาชีวะระดับต้นๆส่วนใหญ่จะเลือกเรียนต่อกันเสียหมด

ทุกวันนี้ เจ้าของโรงงานจำนวนมากยังต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานระดับกลาง เพราะไม่สามารถจะหาผู้จบการศึกษากลางๆมา

ทำงานได้ ส่วนในระดับที่ใช้ฝีมือน้อย  หรือในระดับล่างนั้น คนงานไทยเราแทบไม่มีอยู่แล้ว ต้องพึ่งพาอาศัยแรงงานต่างด้าวเป็นส่วนใหญ่

สำหรับปัญหาการว่างงานของผู้จบระดับอุดมศึกษาโดยตรงนั้น ถ้าหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ ก็น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

แม้ตัวเลขที่สำรวจมาจะไม่บ่งบอกถึงรายละเอียดของผู้จบการศึกษาที่ตกงาน แต่สันนิษฐานได้เลยว่า กว่าครึ่งหรือค่อนด้วยซ้ำจะมาจากครอบครัวที่มีฐานะปานกลางลงมาจนถึงยากจน รวมทั้งส่วนใหญ่จะเป็นครอบครัวเกษตรกร หรือครอบครัวในต่างจังหวัด

กลายเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าของพ่อแม่  ผู้ปกครอง  ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีฐานะไม่ค่อยจะดีอยู่แล้ว

รวมทั้งตัวบัณฑิตที่จบมหาวิทยาลัยและว่างงานนั้นเอง ก็สูญเสียรายได้ที่พอจะหาได้บ้างจากงานทั่วๆไป เพราะส่วนใหญ่ก็จะไม่ยอมทำงานที่มีตำแหน่งว่างอยู่ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่รับจากผู้ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี และงานอาจจะหนักกว่าในระดับปริญญาตรี

ทางแก้ที่ง่ายที่สุด ประการแรกก็คือ จะต้องเพาะบ่มแนวความคิดที่ว่า งานอะไรก็ได้ที่เป็นงานสุจริต และมีรายได้พอสมควร แม้จะหนักหนาอยู่บ้าง หรือต่ำกว่าระดับบัณฑิตบ้าง ก็ควรจะทำไปก่อน

อย่างน้อยก็จะช่วยแก้ปัญหาแรงงานบางส่วนของประเทศชาติที่ยังขาดแคลน และขณะเดียวกันก็จะช่วยเรียกทุนคืนได้บ้างสำหรับครอบครัวยากจน ที่ต้องลงทุนไปกับการศึกษาของลูกหลาน

ส่วนการแก้ที่ลึกซึ้งกว่านี้ แยบยลกว่านี้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาระยะยาวนั้น จะต้องระดมสมอง ระดมความคิดกันอย่างจริงจัง

เท่าที่จำได้ก็ดูเหมือนจะมีความคิด มีแผนการที่เตรียมการไว้ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้อยู่บ้างแล้ว แต่น่าเสียดายที่การเมืองของเรายังไม่นิ่ง แผนต่างๆที่เคยเตรียมไว้บ้างก็คงรวนกันไปหมด

พูดไปพูดมาก็ต้องวนกลับมาที่ประเด็นที่พูดกันซ้ำๆซากๆ และขอร้องกันอยู่ทุกวันอีกแหละครับว่า เลิกทะเลาะกันเสียทีเถอะ ก่อนที่ประเทศไทยของเราจะถดถอยไปมากกว่านี้.

"ซูม"

26 มี.ค. 2557 13:41 ไทยรัฐ