วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เร่งสอบ 'พุทธิศักดิ์คลินิก' รอเจ้าอาวาสกลับจากกิจนิมนต์มาเลเซีย

เร่งสอบ 'พุทธิศักดิ์คลินิก' รอเจ้าอาวาสกลับจากกิจนิมนต์มาเลเซีย

  • Share:

พศ.เตือนพระสงฆ์ห้ามตั้งตนเป็น "หมอเสน่ห์" มีโทษถึงขั้นสึก หลังมีการแชร์ภาพพระสงฆ์ปิดแผ่นทองบนหน้าสีกา เผยตรวจสอบแล้วพบเป็นพระต่างชาติขอบวชที่วัด จ.เพชรบูรณ์ ก่อนสึกออกไป ขณะขอความร่วมมือ ไม่ใช้คำว่า "พุทธิศักดิ์คลินิิก" เหตุเป็นการล้อเลียนศาสนา และขอประชาชนอย่างมงายไสยศาสตร์...

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพพระสงฆ์กำลังปิดแผ่นทองคำลงบนหน้าหญิงสาววัยกลางคน และบุคคลที่แต่งกายคล้ายชุดแม่ชี ผ่านทางโชเชียลมีเดีย ที่ ชมรมคนรักพระพุทธศาสนาได้ร้องเรียนถึง นายสงกานต์ อัจริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมระบุชื่อภาพว่าพุทธิศักดิ์คลินิกเมื่อวันที่ 23 มี.ค.57 ที่ผ่านมานั้น

 

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 57 นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ถึงกรณีดังกล่าว ว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และคาดว่าจะเป็นวัดซับอุดมมงคลธรรม .ศรีเทพ .เพชรบูรณ์ ซึ่งตนได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) เพชรบูรณ์ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมกับเจ้าคณะตำบลแล้ว

จากการตรวจสอบพบว่า เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวติดกิจนิมนต์ที่ประเทศมาเลเซีย จะกลับมาวันที่ 3 เม.ย. 57 เจ้าหน้าที่จึงสอบถามจากพระลูกวัด ทราบข้อมูลว่า รู้จักพระ 1 รูป ที่อยู่ในภาพดังกล่าวจริง ซึ่งเป็นพระต่างชาติที่เข้ามาบวชและสึกออกไปนานแล้ว ขณะที่กุฏิที่คาดว่าจะเป็นสถานที่ในการปิดแผ่นทองบนใบหน้านั้น ขณะนี้ยังถูกปิดอยู่ ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้เจ้าคณะอำเภอทราบเรื่องแล้ว และทำบันทึกถึงเจ้าอาวาสให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ามีใครเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่อย่างไร และใครจะต้องเข้ามารับผิดชอบ

นายนพรัตน์ กล่าวอีกว่า ขอความร่วมมือทุกฝ่ายไม่ให้ใช้คำว่า "พุทธิศักดิ์คลินิก" เนื่องจากชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อที่พระสงฆ์รูปนั้นตั้งขึ้น แต่เป็นการตั้งชื่อที่มาจากการล้อเลียน ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่งที่นำชื่อของพระพุทธเจ้ามาล้อเลียนเช่นนี้ ซึ่ง พศ.ได้ส่งหนังสือถึงเฟซบุ๊ก FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย เพื่อขอความร่วมมือไม่ให้ใช้คำนี้อีกด้วย

 

"พศ.ยังคงย้ำเตือนในที่ประชุมเสมอ ให้มีการดูแลและกำชับพระสงฆ์ในปกครอง ให้ระมัดระวังเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการตั้งตนเป็นหมอทำเสน่ห์ ซึ่งหากมีการฝ่าฝืน หรือมีผู้ร้องเรียนแจ้งเป็นหลักฐานมายัง พศ. หรือเจ้าคณะปกครอง และพิสูจน์ได้ว่า ภิกษุเป็นหมอทำเสน่ห์ยาแฝดจริง ต้องถูกพิจารณาลงโทษให้สึกภิกษุนั้นทันที ขณะเดียวกัน ยังขอความร่วมมือประชาชนว่า เมื่อเข้าวัด อยากให้ศึกษาเรื่องหลักคำสอนมากกว่าการงมงายในไสยศาสตร์ ซึ่งไม่ใช่แก่นแท้ของศาสนาจริงๆ" นายนพรัตน์ กล่าว.

 

 


คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้