วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครั้งหนึ่ง เมื่อผมมีโอกาสคุยกับนักรบปัตตานี ตอนที่ 3 ทำไมถึงเชื่อทักษิณ

ครั้งหนึ่ง เมื่อผมมีโอกาสคุยกับนักรบปัตตานี ตอนที่ 3 ทำไมถึงเชื่อทักษิณ

ทำไมถึงเปลี่ยนจากการจับอาวุธ มาสู่การพูดคุยกับรัฐบาลไทย เพราะเหตุใดจึงรับฟังข้อเสนอ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และถูกมาเลเซียกดดัน จนต้องมาพูดคุยกับรัฐบาลไทยจริงหรือไม่ วันนี้ นายฮกหลง จะมาให้คำตอบกับบรรดาแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ในตอนที่ 3 ของครั้งหนึ่ง เมื่อผมมีโอกาสคุยกับนักรบปัตตานี ทำไมถึงเชื่อทักษิณ


ทำไมจึงเปลี่ยนแนวทางจากการจับอาวุธต่อสู้ มาสู่การพูดคุย

 

นักรบปัตตานี ยอมรับว่าเป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลไทย ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยอมรับข้อเสนอ 3 ข้อ ที่พวกเขาเสนอ คือ 1. รัฐบาลไทยต้องทำให้กระบวนการพูดคุยเป็นกระบวนการที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ 2. ต้องมีมาเลเซียเป็นผู้ประสานงาน และ 3. กระบวนการนี้ต้องครอบคลุมถึงทุกกลุ่ม ซึ่งเมื่อรัฐบาลไทยยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวได้ กระบวนการพูดคุยจึงได้เริ่มต้นนับหนึ่ง เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2556 ที่ผ่านมา ซึ่งสำหรับพวกเขาถือเป็นเรื่องที่แทบไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง เพราะแม้ว่ารัฐบาลไทยชุดที่ผ่านๆ มาจะพยายามหาทางที่นำไปสู่การพูดคุย แต่ที่สุดแล้วจะไม่ยินยอมให้การพูดคุยเป็นเรื่องเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ดี หนึ่งพวกเขายอมรับในช่วงการหารืออย่างไม่เป็นทางการว่า ในกลุ่มของพวกเขายังคงมีความเห็นต่างในเรื่องการพูดคุยที่เกิดขึ้น โดย 30% เห็นด้วยกับกระบวนการที่เกิดขึ้น อีก 30% คัดค้าน และอีก 30% อยู่กลางๆ เพราะฉะนั้น หากรัฐบาลไทยสามารถผลักดันกระบวนการที่เกิดขึ้นให้มีแนวโน้มไปในทางที่ดีขึ้นได้ เชื่อว่ากลุ่ม 30% ที่ยังอยู่กลางๆ ก็จะมาร่วมมือ และที่สุดทั้งหมดที่เหลือก็จะเดินไปในทิศทางเดียวกันในอนาคต เพราะหากไม่คิดจะเข้าร่วมก็อาจจะตกขบวนรถไฟสันติภาพเที่ยวนี้ได้


ทำไมจึงเชื่อมั่นในตัวผู้ริเริ่ม อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีชนักติดหลังเรื่องเหตุการณ์ตากใบ

นั้น

เป็นเพราะอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ยอมรับในข้อเสนอทั้ง 3 ข้อ ที่เสนอไป แม้ว่าพวกเขาจะรู้ดีว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับผลประโยชน์จากกระบวนการที่เกิดขึ้นก็ตาม ขณะที่ในการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับนักรบปัตตานีคนหนึ่ง ฮกหลง ได้รับคำตอบในประเด็นนี้เพิ่มเติมมาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ให้การรับประกันกับพวกเขาว่า หากเข้าร่วมในการพูดคุย การันตีได้ว่าการพูดคุยจะมีความต่อเนื่อง ไม่สะดุดหยุดลงเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลเช่นในอดีตที่ผ่านมาแน่นอน เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศด้วยความเชื่อมั่นอย่างล้นเหลือว่า พรรคเพื่อไทยจะเป็นรัฐบาลต่อไปอีกอย่างน้อย 10 ปี เพราะฉะนั้นจะเชื่อตนเอง หรือจะเชื่อพรรคประชาธิปัตย์

 


ทำไมจึงต้องมีเงื่อนไขดึงมาเลเซีย เข้ามามีส่วนร่วม และมาเลเซียจะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ด้วยใช่หรือไม่


เรื่องนี้เป็นเพราะส่วนหนึ่งพวกเขาเห็นว่า การพูดคุยจำเป็นต้องมีคนกลางในการประสาน และมาเลเซีย เป็นผู้ที่รู้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวมากที่สุด ในอดีตที่ผ่านมา พวกเขาเองเคยมีความพยายามเสนอประเทศในทวีปยุโรปประเทศหนึ่งเข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าวแล้ว แต่รัฐบาลไทยในสมัยนั้นปฏิเสธ โดยยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาภายในของไทย

นอกจากนี้ มาเลเซียเองก็ทำหน้าที่ในการประสานการหารือในทางลับมาแล้วก่อนหน้านี้ด้วย จึงไม่เห็นว่าจะมีประเทศใดเหมาะสมเท่ากับมาเลเซียอีกแล้ว

ส่วนในประเด็นเรื่องผลประโยชน์นั้น นักรบปัตตานี กล่าวแบบตรงไปตรงมากับสื่อไทยชนิดเล่นเอาอึ้ง เพราะไม่คิดว่าจะตอบแบบขวานผ่าซาก ว่า “เรารู้ดีว่า มาเลเซียมีเป้าหมายเรื่องผลประโยชน์ ทุกคนมีผลประโยชน์ ทักษิณเองก็มีผลประโยชน์ แต่เราคิดว่า หากเราเข้าร่วมโดยมีมาเลเซียเป็นคนกลาง เราจะได้รับประโยชน์มากที่สุด”

 

ถูกมาเลเซียบังคับให้มาพูดคุย จริงหรือไม่

นักรบปัตตานี ให้คำอธิบายในเรื่องนี้ว่า ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน น่าจะเกิดจากการที่ฝ่ายตนเองได้ลงนามเรื่องการเริ่มต้นการพูดคุย ทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อม จากเหตุผลที่รัฐบาลไทยยอมรับ 5 ข้อเสนอแบบสุดเซอร์ไพรส์ จึงมีความจำเป็นต้องรับและลงนาม ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงที่ไม่มีใครรู้ ก็คือกระบวนการพูดคุยในทางลับ ได้ดำเนินการมาเป็นปีๆ แล้ว ก่อนที่จะมีการลงนามในวันที่ 28 ก.พ. ตั้งแต่เมื่อครั้งที่มีตัวแทนทุกกลุ่ม ได้คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อเดือน มี.ค. 2555


พร้อมกันนี้ เหล่านักรบปัตตานี ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ทุกกลุ่มมีความเป็นอิสระจากมาเลเซีย สิ่งที่สามารถยืนยันในเรื่องนี้ได้ก็คือ การที่มีบางกลุ่มไม่ได้ไปร่วมลงนามการเริ่มต้นการพูดคุย เมื่อวันที่ 28 ก.พ. แม้จะมีคำเชิญจากมาเลเซียก็ตาม

ข้อเสนอเขตปกครองพิเศษ!


สำหรับเรื่องนี้ เหล่านักรบปัตตานี ค่อนข้างให้คำตอบด้วยท่าทีที่ระมัดระวังอย่างที่สุด โดยกล่าวเพียงว่า ทุกกลุ่มยังไม่ได้มีการหารืออย่างจริงจังในประเด็นนี้ว่าควรจะมีแนวทางอย่างไร เพราะกระบวนการพูดคุยกับฝ่ายรัฐบาลเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และยังไม่มีความคืบหน้าไปมากนัก และในการพบกัน 3 ครั้งที่ผ่านมา กับผู้แทนรัฐบาลไทย ยังเป็นเพียงการแนะนำตัว ทำความรู้จักกันเท่านั้น

 

ส่วนที่มีข่าวว่า เขตปกครองพิเศษที่มีการนำเสนอ จะอยู่ในรูปแบบเดียวกับ กทม. หรือพัทยา ซึ่งเป็นการจัดการตัวเองบนพื้นฐานเศรษฐกิจนั้น ยังไม่เคยมีการพูดถึง เพราะเป็นเพียงสิ่งที่พวกเขายกตัวอย่างขึ้นว่ามีอยู่ในประเทศไทย แต่พวกเขาไม่ต้องการเช่นนั้น เพราะสิ่งที่ต้องการคืออยากจะอยู่ในพื้นฐานของการเมืองและประวัติศาสตร์

หากเกิดเขตปกครองพิเศษขึ้นจริง จะดูแลชาวไทยพุทธในพื้นที่อย่างไร

นักรบปัตตานี ให้การรับประกันว่า พร้อมที่จะดูแลความปลอดภัยให้กับคนในพื้นที่ดั้งเดิมทุกคน โดยจะมีความเสมอภาคเท่าเทียมกับคนมลายูปัตตานี ตามกระบวนการของประชาธิปไตย และจะไม่มีการริบคืนที่ดิน หรือไล่คนไทยพุทธออกจากพื้นที่แน่นอน

ส่วนในการพบกันครั้งต่อไป ซึ่งปัจจุบันยังถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากติดปัญหาการเมืองนั้น ได้ตั้งประเด็นการหารือในเรื่องอะไรไว้บ้าง


น้ำเสียงของนักรบปัตตานี เปลี่ยนไปเป็นความจริงจังมากขึ้น โดยเน้นอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า เรื่องสิทธิความเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องเบื้องต้น 5 ประการ หมายถึง แผ่นดิน ประชากร อำนาจ เพราะเป็นสิ่งที่พวกเขารู้สึกว่าได้ถูกพรากเอาไป พร้อมยกประวัติศาสตร์ ดินแดนปัตตานี ซึ่งปรากฏในหลักฐานตั้งแต่สมัยลังกาสุกะ มาเป็นเครื่องรองรับในประเด็นนี้ และอีกข้อคือ การกำหนดชะตากรรมของตนเอง ซึ่งหมายถึงการปลดปล่อยจากการถูกกระทำ

ฝากสื่อ-กองทัพ-รัฐบาล ผลักดันการพูดคุยสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ


ในช่วงท้ายของการพูดคุย นักรบปัตตานี ได้ฝากถึงสื่อไทย กองทัพ และรัฐบาล ร่วมกันผลักดันประเด็นการพูดคุยสันติภาพ ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้กระบวนการต่างๆ สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลไปอีกกี่ชุดก็ตาม เพราะมิเช่นนั้น ความพยายามที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นเรื่องสูญเปล่าไปในทันที พร้อมกับให้คำมั่นต่อคณะสื่อไทยว่า นับจากนี้ ยินดีที่จะทำงานร่วมกับสื่อไทยในการให้ข้อมูล เพื่อที่จะได้เกิดความจริงอย่างรอบด้านด้วย

เรื่องที่ใครก็อยากรู้

สะแปอิง บาซอ มีความสำคัญแค่ไหน?

ในองค์กรของเรามีระบบการบริหารจัดการ เราเป็นนักเคลื่อนไหวไม่ใช่ราชการ เพราะฉะนั้น คนที่ชัดเจนจึงไม่จำเป็นต้องเสนอหน้า และที่สำคัญภายในองค์กรนั้น จะรู้จักกันเพียงคนที่เป็นหัวหน้าและลูกน้องเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆ ไม่รู้ว่าคือใคร

ปัจจุบันเหลืออีกกี่กลุ่มที่ยังเคลื่อนไหว


พื้นฐานหลักๆ ที่มีก็คือ บีอาร์เอ็น พูโล และบีไอพีพี

การพูดคุยกับฝ่ายผู้แทนรัฐบาลไทยที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นอย่างไร


ยังไม่ประสบปัญหาอะไร บรรยากาศยังเป็นไปด้วยดี โดยผู้ที่ทำหน้าที่หลักในการพูดคุยของฝ่ายไทยในวงหารือ จะมีเพียง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เท่านั้นที่เป็นคนพูด

 

เพราะเหตุใดเมื่อมีการหารือเรื่องการหยุดยิง จึงยังเกิดความรุนแรงในพื้นที่อยู่เนืองๆ โดยเฉพาะในช่วง การทดลองการหยุดยิงที่ผ่านมา

นักรบปัตตานี ให้คำอธิบายว่า ลำดับขั้นในการสื่อสารภายในองค์กรของพวกเขานั้น มีความสลับซับซ้อน เพราะฉะนั้น การเดินทางของข้อเสนอต่างๆ บนโต๊ะการหารือ กว่าจะถึงผู้ที่ตัดสินใจในขั้นสุดท้ายของพวกเขา เหมือนกับที่ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้ตัดสินใจ แล้วจากนั้นจึงสื่อไปถึงบรรดากลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ จึงอาจต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นบางครั้งจึงอาจเกิดการ ''ออฟไซด์'' ไปบ้าง

มุมมองต่อรัฐบาลและกองทัพ ในการเดินหน้าสันติภาพ

ประเด็นนี้ นายฮกหลง ลองสอบถามกับหนึ่งในนักรบปัตตานี ในการพูดคุยนอกรอบระหว่างการรับประทานอาหาร ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า พวกเขารู้ดีว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยและกองทัพมิได้เป็นเนื้อเดียวกันในการพูดคุยครั้งนี้ เพราะพวกเขารู้สึกว่า แม้รัฐบาลตอบรับข้อเสนอในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง แต่หากกองทัพไม่เอาข้อตกลงนั้น ก็จะถือว่าตกไปในทันที เพราะฉะนั้น พวกเขาจึงเห็นว่า การพูดคุย จำเป็นต้องพยายามผลักดันกองทัพให้เข้ามามีส่วนในการพูดคุยด้วย

อุปนิสัยของนักรบปัตตานีเป็นเช่นไร

ส่วนใหญ่เท่าที่ฮกหลงสัมผัส ทุกคนเหมือนผู้ใหญ่ใจดี ยิ้มง่าย และยินดีที่จะตอบเกือบทุกคำถาม ทั้งในการหารืออย่างเป็นทางการบนโต๊ะเจรจา และการหารืออย่างไม่เป็นทางการ แต่ดวงตาและแววตาของบุคคลที่ฮกหลงเชื่อว่าเป็นสายเหยี่ยวนั้น แม้หน้าตาจะยิ้มแย้ม แต่แววตาในการตอบบางคำถามดุดันและจริงจัง และพวกเขาจะนับถือลำดับอาวุโสอย่างจริงจัง.



ทำไมถึงเปลี่ยนจากการจับอาวุธ มาสู่การพูดคุยกับรัฐบาลไทย เพราะเหตุใดจึงรับฟังข้อเสนอ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และถูกมาเลเซียกดดัน จนต้องมาพูดคุยกับรัฐบาลไทยจริงหรือไม่ วันนี้ นายฮกหลง จะมาให้คำตอบกับบรรดาแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ในตอนที่ 3 ของครั้งหนึ่ง เมื่อผมมีโอกาสคุยกับนักรบปัตตานี ทำไมถึงเชื่อทักษิณ 26 มี.ค. 2557 09:52 ไทยรัฐ