วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตายเพิ่มเป็น'29ศพ' รถทัวร์2ชั้น-ดิ่งเหว

รํ่าไห้รับศพแน่นรพ. รมว.คมนาคม ลุยตรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ พาคณะทัวร์ อสม.-ผู้สูงอายุ หลุดโค้งพุ่งตกเหว กระแทกก้อนหิน เทกระจาด ผู้โดยสารตายเกลื่อน 29 ศพ บาดเจ็บระนาว ญาติ ร่ำไห้ทยอยรับศพแน่นโรงพยาบาล ด้านโชเฟอร์ตีนผีอ้างขับรถลงเขาด้วยเกียร์ต่ำ แต่เบรกขัดข้องเลยบังคับรถไม่อยู่ ขณะที่กรมการขนส่งทางบกจ่อระงับใช้รถบัส 2 ชั้นในเส้นทางลาดชัน ขึ้นเขา-ลงเขา และคดเคี้ยวทั่วประเทศ หลังพบปัญหาการทรงตัวไม่ดี ให้วิ่งได้เฉพาะทางตรงและจำกัดความเร็ว

ที่ริมถนนสายตาก-แม่สอด ดอยรวก ต.แม่ท้อ อ.เมืองตาก เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 มี.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม พร้อมคณะเดินทางมาตรวจสถานที่เกิดเหตุรถบัสโดยสาร 2 ชั้นตกเหว เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 29 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีก 23 คน จากนั้นนายชัชชาติและคณะเดินทางไปยัง รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อ.เมืองตาก เพื่อเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ก่อนไปตรวจสอบที่ห้องเก็บศพ ซึ่งมีญาติผู้เสียชีวิตมารอรับศพเหยื่อรถบัสมรณะกันเนืองแน่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า การเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้มาจาก 3 ประการคือ 1. คนขับประมาท 2.สภาพรถไม่ดี และ 3.ถนนเป็นทางโค้งอันตราย เบื้องต้นได้สอบถามคนขับรถที่ได้รับบาดเจ็บด้วยอ้างว่า ขับรถลงเขาด้วยเกียร์ต่ำ แต่มาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง จึงแตะเบรกแต่บังคับรถไม่ได้ จึงพุ่งฝ่ากำแพงกั้นทางพุ่งลงไปในเหว ขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่ขนส่งทางบกเข้ามาตรวจสอบว่าสาเหตุมาจากอะไร และขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่มีจำนวนมากด้วย สำหรับเส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางที่มีจุดอันตรายหลายจุด หากคนขับเป็นคนในพื้นที่จะไม่มีปัญหาอะไร ส่วนใหญ่เกิดจากคนขับเป็นคนพื้นที่อื่นไม่ชำนาญเส้นทาง จึงมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยก่อนถึงจุดเกิดเหตุมีทางลงฉุกเฉินห่างกันไม่ถึง 50 เมตรทางฝั่งซ้ายมือ แต่คนขับมองไม่เห็น ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมดังกล่าวขึ้น

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุอ้างว่ารถคันเกิดเหตุ แซงรถชาวบ้านตรงทางโค้งซ้ายทำให้หลุดโค้ง และเสียหลักตกเหว ขณะนี้กรมการขนส่งทางบก ได้ส่งวิศวกรและชุดสืบสวนอุบัติเหตุลงพื้นที่เกิดเหตุแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบเรื่องการประกันภัย และตรวจสอบเรื่องการบรรทุกผู้โดยสารเกินหรือไม่ด้วย ซึ่งในเบื้องต้นผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินประกันภัยรายละ 350,000 บาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ถนนสาย 12 แม่สอด-ตาก เป็น 4 เลนแล้ว แต่ในช่วงที่เกิดเหตุ กม. 69+700 เป็น 2 เลน และมีโครงการขยายเป็น 4 เลน โดยตั้งไว้เป็นโครงการลำดับต้นใน พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท แต่เมื่อ พ.ร.บ. 2 ล้านล้านยุติไป จึงให้กรมทางหลวงปรับแผนเสนอรัฐบาลใหม่ต่อไป

สำหรับข้อมูลรถบัสคันเกิดเหตุ เป็นรถโดยสารไม่ประจำทาง ทะเบียน 31-5633 กทม. ยี่ห้ออีซูซุ เป็นรถโดยสาร 2 ชั้นปรับอากาศ จดทะเบียนเมื่อ 26 ต.ค.48 ตรวจสภาพครั้งล่าสุด เมื่อ 25 ก.ย.56 โดยมีบริษัท จงเจริญแคปปิตอล จำกัด เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ส่วนผู้ประกอบการ คือ หจก.มิ้ง แอนด์ ม้อ ทราเวล อยู่เขตมีนบุรี กทม. ใบอนุญาตเลขที่ กท 311/2553 สิ้นอายุวันที่ 7 ส.ค.58 คนขับรถชื่อ นายธรรมนูน ขัดโพธิ์ อายุ 41 ปี มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ เลขที่ 1072/2556 สิ้นอายุ 26 พ.ค.59 โดยรถคันเกิดเหตุทำประกันชั้น 3 ไว้กับบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด

ทั้งนี้ เหตุสลดใจดังกล่าวเกิดเมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 24 มี.ค. พนักงานสอบสวน สภ.แม่ท้อ อ.เมืองตาก รับแจ้งเหตุมีรถบัสนักท่องเที่ยวตกเหวริมถนนสายตาก-แม่สอด ดอยรวก ต.แม่ท้อ อ.เมืองตาก จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวน อาสากู้ภัยมูลนิธิตาก ร่วมใจสงเคราะห์ อปพร.เทศบาลเมืองตาก แพทย์-พยาบาล รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ไปที่เกิดเหตุ พบรถบัสโดยสาร 2 ชั้น ทะเบียน 31-5633 กรุงเทพมหานคร ตกลงไปในเหวลึกราว 40 เมตร รถพังยับทั้งคัน ผู้โดยสารกระเด็นออกมาตายนอกรถ รวม 25 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีก 27 ราย เจ้าหน้าที่ นำส่ง รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากต้องลำเลียงศพและผู้บาดเจ็บขึ้นจากเหวลึก ลาดชัน และมืด ซึ่งเป็นอุปสรรคทำให้เกิดความล่าช้า ต่อมามีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 4 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ รวม 29 ศพ

สอบสวนทราบว่า รถบัสคันดังกล่าวมีนายธรรมนูญ ขัดโพธิ์ อายุ 40 ปี บ้านอยู่เขตตลิ่งชัน กทม. เป็นคนขับ รับชาวบ้านจากชุมชนสหกรณ์ และชุมชนมิตรสัมพันธ์ เขตเทศบาลตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม อสม. ผู้นำชุมชน กลุ่มแม่บ้าน และผู้สูงอายุ ไปทัศนศึกษาที่ จ.อุบลราชธานี และข้ามไป สปป.ลาว โดยมีรถบัสแล่นตามกันออกมาจากตัว อ.แม่สอด เป็นขบวนรวม 4 คัน มีผู้โดยสารทั้งหมดราว 200 คน ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ รถบัส 3 คันแรกผ่านพ้นไปแล้ว เหลือคันเกิดเหตุเป็นคันสุดท้าย คนขับรถเห็นว่าเริ่มจะทิ้งห่างขบวน จึงเร่งความเร็วเพื่อไล่รถคันหน้า เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางลงเขายาวกว่า 5 กม. คนขับอ้างว่าเบรกขัดข้อง บังคับรถไม่อยู่ รถเสียหลักพุ่งชนกำแพงคอนกรีตกั้นทางและรถพุ่งตกลงไปในเหว กระแทกก้อนหินขนาดใหญ่ เป็นเหตุทำให้รถพังยับ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณดังกล่าวชาวบ้านเรียกว่าโค้ง 1,000 ศพ เนื่องจากเป็นทางโค้งลงเขายาวกว่า 5 กม. คนที่ไม่ชำนาญเส้นทางและขับโดยประมาทจะเกิดอุบัติเหตุตกเหวทุกคัน ภายหลังเกิดเหตุนายสำรวย วิริยะ นายกเทศมนตรีตำบลท่า–สายลวด ซึ่งเดินทางล่วงหน้าไปแล้ว ได้ย้อนกลับมาและสั่งยกเลิกทัวร์ทัศนศึกษาครั้งนี้ทั้งหมดทันที ต่อมานายสุริยะ ปราสาทบัณฑิตย์ ผวจ.ตาก เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นสั่งให้แขวงการทาง ติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ที่สัญจรไปมาระมัดระวังเส้นทางอันตรายบริเวณดอยรวกในจุดนี้

สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิต 1.นางเอื้อย บุยต่าง อายุ 52 ปี 2.นางลัดดา โพเท อายุ 50 ปี 3.นางอรุณ บุญเกิด อายุ 66 ปี 4.นางสาวศศิธร หมี้แสน อายุ 34 ปี 5.นายศรีนวล สะขัดอ้อย อายุ 64 ปี 6.นายวรรณ กิตติรัชตานันท์ อายุ 54 ปี 7.นางราตรี สว่างจันทร์ อายุ 24 ปี 8.นายสนั่น ไพโรจน์จิร–พันธ์ 9.นางจันตา จันพอ อายุ 39 ปี 10.นายจักรี ใจเครือ อายุ 25 ปี 11.นางบัว อินเต อายุ 50 ปี 12.นายสุรเดช หล้าเมือง 13.นางราตรี เพียงโง๊ก 14.นางพรทิพย์ กาวินำ 15.นายบุญธรรม กาวินำ 16 นายวรชิต กิตติโชค ส่วนอีก 13 ศพ ยังไม่ทราบชื่อ เนื่องจากยังไม่มีญาติมารับศพ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 23 ราย ถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก 1 ราย เป็นหญิง อายุราว 30 ปี เพราะบาดเจ็บสาหัส แพทย์ต้องผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะเพื่อระบายเลือดคั่งในสมอง อาการยังวิกฤติ

วันเดียวกัน นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถทัวร์ตกเหวที่ จ.ตาก ว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ได้ประชุมผ่านวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์กับขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้แนวทางลดอุบัติเหตุ โดยขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการรถขนส่งสาธารณะประจำทาง และรถไม่ประจำทางทั่วประเทศ งดใช้รถประเภท 2 ชั้น วิ่งให้บริการในเส้นทางคดเคี้ยว ขึ้น-ลงภูเขา หรือลาดชันทั่วประเทศ และให้รถ 2 ชั้น วิ่งเฉพาะเส้นทางตรงและจำกัดความเร็วในระดับที่เหมาะสม ในช่วงแรกจะเป็นการทดลองขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการรถ 2 ชั้นก่อน 2-3 เดือน หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นและยังเกิดอุบัติเหตุอยู่ กรมฯ อาจต้องหารือกับกรมทางหลวง พิจารณาออกเป็นประกาศชัดเจน ห้ามรถ 2 ชั้นวิ่งในเส้นทางอันตรายอย่างชัดเจน ภายใต้อำนาจกฎหมาย พ.ร.บ.จราจร โดยปัจจุบันมีรถสาธารณะ 2 ชั้นในระบบประมาณ 20,000 คัน จากรถทั้งหมด 40,000 คัน

นายอัฌษไธค์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการตั้งข้อสังเกตถึงความปลอดภัยในตัวรถ 2 ชั้น ว่าไม่เหมาะกับวิ่งทางคดเคี้ยวและลาดชัน เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัวของรถ รถ 2 ชั้นจะเหมาะสมเฉพาะเส้นทางตรงและจำกัดระดับความเร็ว อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการขับรถ 2 ชั้นยังมีความปลอดภัยอยู่ หากขับโดยรักษาความเร็วและอยู่ในเส้นทางตรง ดังนั้น จึงได้กำชับให้พนักงานขับรถปฏิบัติตามคู่มือการขับรถสาธารณะอย่างเข้มงวด เช่น การใช้ความเร็วในเส้นทางลาดชันและคดเคี้ยว การศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง นอกจากนี้ กรมฯ กำลังพิจารณากำหนดอายุการใช้รถโดยสารสาธารณะให้มีระยะเวลากำหนด จากเดิมที่ไม่ได้กำหนดเลย ซึ่งจะศึกษาชัดเจนภายในสิ้นปีนี้

26 มี.ค. 2557 08:21 26 มี.ค. 2557 08:21 ไทยรัฐ