วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อินโดฯจับ3เรือไทย

ตอบโต้รุนแรง ที่2ทหารถูกฆ่า กต.สั่งทูตช่วย

ตำรวจขอเวลา 3 วัน สรุปผลสอบคดีลูกเรือตังเกไทยรุมสังหาร 2 ทหารเรืออินโดฯโยนศพทิ้งทะเล เผยได้ตัวไต้ก๋งเรือมาเป็นพยานปากเอกแล้ว ขณะที่รัฐบาลอิเหนาเริ่มตอบโต้หนัก หลังสั่งปิดน่านน้ำห้ามเรือประมงไทยเข้าพื้นที่ ยังสั่งไล่จับเรือประมงไทย 3 ลำไปกักขัง กระทรวงการต่างประเทศรู้ข่าวจี้ทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา เร่งช่วยเหลือ ด้านนายกสมาคมประมงสงขลาวอนทุกภาคส่วนคลี่คลายสถานการณ์โดยด่วน หวั่นอุตสาหกรรมประมงไทยพังทั้งระบบ

กรณีทหารเรืออินโดนีเซีย 2 นาย ถูกลูกเรือประมงไทยฆาตกรรมขณะขึ้นไปตรวจสอบเรือและโยนศพทิ้งน้ำ บริเวณหมู่เกาะนาทูนา แถบทะเลใต้ ใกล้น่านน้ำมาเลเซีย เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยอินโดนีเซียระบุชื่อเรือที่ก่อเหตุคือ เรือเคเอ็ม มุเทียร่า มินา-39 หรือเรือ “นาตยา 7” ขณะนี้จอดที่ท่าเทียบเรือสงขลา จ.สงขลา และจากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลอินโดนีเซียมีคำสั่งห้ามเรือประมงไทยเข้าพื้นที่น่านน้ำอินโดนีเซีย ส่งผลให้อุตสาหกรรมประมงของไทยสูญเสียรายได้วันละกว่า 30 ล้านบาท และอาจลุกลามกลายเป็นปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้นั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 25 มี.ค. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตามคำร้องขอของทางการอินโดนีเซีย คือการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุที่เกิดขึ้น และติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ โดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. กำชับให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เป็นการแสดงความจริงใจในการช่วยเหลือทางการอินโดนีเซีย เพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยในการประชุมล่าสุด กงสุลอินโดนีเซียที่เข้าร่วมประชุมด้วยมีความพอใจมากที่ได้เห็นปฏิบัติการของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการติดตามคดีนี้ และตนมีคำสั่งให้ ผบช.ภ.9 ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นภายใน 3 วัน โดยจะประชุมคณะทำงานในวันที่ 26 มี.ค. เวลา 10.00 น. เพื่อสรุปเสนอ พล.ต.อ.อดุลย์ และ พล.ต.อ.เอก ซึ่งกำชับให้ดำเนินการโปร่งใส รวดเร็ว เพราะกระทบต่อการประมงในน่านน้ำสากล

พล.ต.ท.จักรทิพย์กล่าวอีกว่า ในส่วนอำนาจสอบสวนเป็นของไทยหรืออินโดนีเซียนั้น ได้รับหนังสือร้องทุกข์จากทางการอินโดนีเซียมาที่ ผบก.ตท. และกงสุลอินโดนีเซีย มอบหมายให้ทางการไทยรับคดี เป็นอำนาจตามกฎหมาย มาตรา 4 และ ป.วิอาญา มาตรา 20 ขณะนี้ได้สั่งการให้ บช.ภ.9, บก.รน. และ สตม. ตรวจสอบความผิดของเรือประมงลำดังกล่าวในข้อหาอื่น ทั้งการเข้า-ออกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เรือจดสัญชาติถูกต้องตาม พ.ร.บ.เดินเรือน่านน้ำสากลหรือไม่ จะได้ควบคุมเรือและตามหาตัวไต้ก๋งและลูกเรือไว้ก่อน เพื่อรอคำสั่งอัยการสูงสุดเรื่องอำนาจสอบสวน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีมีเรือประมงไทยที่มีใบอนุญาตถูกทางการอินโดนีเซียจับกุมไว้ พล.ต.ท.จักรทิพย์กล่าวว่า เป็นเรื่องระหว่างประเทศ สมาคมเรือประมงไทยและกระทรวงการต่างประเทศ หรือผู้รับผิดชอบจะต้องประสานขอความร่วมมือทางการอินโดนีเซีย เนื่องจากเกินขอบเขตอำนาจตำรวจ ขณะนี้ตำรวจทำได้เพียงตรวจสอบเฉพาะข้อเท็จจริงและติดตามจับกุมลูกเรือที่ก่อเหตุในคดีฆาตกรรมทหารเรืออินโดนีเซีย ตามที่ทางการอินโดนีเซียประสานมาเท่านั้น

มีรายงานว่า ขณะนี้ทางการอินโดนีเซียมีคำสั่งห้ามเรือประมงไทยที่มีใบอนุญาตเข้าในน่านน้ำสากลทั้งหมด โดยทางการอินโดนีเซียจับกุมเรือไทยที่มีใบอนุญาตประกอบอาชีพการประมงน่านน้ำสากล ควบคุมเรือและลูกเรือไว้ที่ประเทศอินโดนีเซีย 3 ลำ ได้แก่ เรือ ก.สินประทานชัย, เรือ ส.ศักรินทร์ และเรือแสงสุริยา ซึ่งสมาคมชาวเรือประสาน และกระทรวงการต่างประเทศ เจรจาเพื่อผ่อนปรนไม่ให้เกิดผลกระทบชาวเรือประมงไทย

พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จ.สงขลา เปิดเผยว่า ได้แต่งตั้งชุดทำงานโดยให้ พ.ต.อ.นเรศร์ อินทร์พรหม รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน และให้ พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวน เร่งหาเบาะแสลูกเรือไทยอีก 10 คน จากทั้งหมด 12 คน ซึ่งคาดว่าอาจจะหลบหนีไปกับเรือประมงลำใดลำหนึ่งออกนอกน่านน้ำไปแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประสานเจ้าของเรือใน จ.สงขลา ให้ช่วยติดตามและนำตัวกลับมาให้ปากคำ ส่วน 2 คน ที่ควบคุมตัวไว้ตั้งแต่แรก เจ้าหน้าที่ได้กันไว้เป็นพยานและอยู่ระหว่างสอบปากคำ

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ชุดสืบสวนภาค 9 ได้เข้าควบคุมตัว 1 ใน 15 ลูกเรือนาตยา 7 ที่มีส่วนเกี่ยวข้องการทำร้ายทหารเรืออินโดนีเซียเสียชีวิต โดยประสานตำรวจ ภ.จ.จันทบุรี เข้าประกบนายโอภาส เจริญพร ไต้ก๋งเรือลำดังกล่าว ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จันทบุรี ก่อนควบคุมตัวนายท้ายและพ่อครัวของเรือมาสอบปากคำเพื่อกันไว้เป็นพยาน ส่วนลูกเรือที่เหลือขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานเรือลำอื่นที่นำลูกเรือออกน่านน้ำมาเลเซีย มีกำหนดกลับในอีก 12 วัน

ด้านนายประพร เอกอุรุ นายกสมาคมประมงจังหวัดสงขลาเผยว่า สมาคมฯได้ทำหนังสือไปยังสมาคมประมงแห่งประเทศไทย เพื่อให้ประสานกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลไทย ทำหนังสือแสดงความเสียใจไปยังรัฐบาลอินโดนีเซีย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเรือประมงไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจในการแจ้งเบาะแสต่างๆเพื่อคลี่คลายคดีโดยเร็วที่สุด และพร้อมรับผิดชอบความเสียหายในการกระทำของลูกเรือประมงไทย แต่ขอให้ทางการอินโดนีเซียแยกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น 2 ส่วน เรื่องคดีก็ให้ตำรวจสืบสวนสวนไปตามกฎหมาย ในส่วนการทำประมง ให้อินโดนีเซียเร่งเปิดน่านน้ำให้เรือประมงไทยเข้าไปทำประมงตามปกติ เพราะขณะนี้ธุรกิจประมงทั้งระบบ ทั้งผู้ประกอบการเรือประมง ธุรกิจแปรรูปสัตว์นํ้า รวมถึงพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยต่างได้รับผลกระทบขาดแคลนวัตถุดิบ หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่เข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะการเปิดน่านน้ำก็จะยิ่งกระทบต่ออุตสาหกรรม ประมงไทยทั้งระบบ

วันเดียวกัน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้กองทัพเรือและตำรวจ กำลังเร่งสอบปากคำลูกเรือประมงไทย 2 คน ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยกระทรวงการต่างประเทศได้กำชับไปยังเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาร์กาตา ให้ประสานกับรัฐบาลอินโดนีเซีย ขอให้ผ่อนปรนให้เรือประมงไทยเข้าไปทำประมงในน่านน้ำอินโดนีเซียได้เหมือนเดิม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานกลับมาถึงท่าทีของทางการอินโดนีเซีย ส่วนเรือประมง ไทย 3 ลำที่ถูกจับในน่านน้ำอินโดนีเซียนั้น กระทรวงการต่างประเทศรับทราบแล้ว และได้แจ้งให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตาประสานกับทางการอินโดนีเซียเช่นกัน

26 มี.ค. 2557 08:12 ไทยรัฐ