วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมิน'นายกฯม.7' 'พลากร' โวยการเมืองยุ่ง

เป็น‘องคมนตรี’มงคลสูงสุดแล้ว! ปึ้งประจานโลก-ตัดสิน2ก.พ.โมฆะ ‘เต้น’นัดเปิดโพยครม.คนกลางอีก

“ยิ่งลักษณ์” ยึดประชาธิปไตย ย้อนถามที่มานายกฯคนกลาง เหน็บ ปชป.เมื่อไหร่จะพร้อมเลือกตั้ง “ปึ้ง” ร่อนแถลงการณ์ประจานทั่วโลก 2 ก.พ. โมฆะ ปล้นสิทธิ 20 ล้านเสียง ยุฟ้องศาลถูกละเมิดสิทธิ “เต้น” ปูดแผนอำมาตย์ เม.ย. อัปเปหิ ครม. “ปู” ดันนายกฯคนกลาง-รัฐบาลนอกระบบ นัดเปิดโพย ครม.-ส.ส.เถื่อน พท.สั่งผู้สมัคร ส.ส.ฟ้องกราวรูดทั้งแพ่งและอาญา กกต.-ปชป.-กปปส.-ศาล รธน.ทุกเขตทั่วประเทศ 28 มี.ค. พรรคร่วม รบ.ผนึก 53 พรรค กดดัน กกต.จัดเลือกตั้งใหม่ “มาร์ค” สับข่าวเท็จติดโผนายกฯวิธีพิเศษ บี้นายกฯเร่งเจรจาคู่ขัดแย้ง ด้าน “พลากร” ปฏิเสธเต็งหนึ่งนายกฯ ม.7 เป็นองคมนตรี 12 ปี คือมงคลชีวิตสูงสุดแล้ว ยอมรับพบปะ “สุเทพ” 5 เดือนก่อนแล้วไม่เคยพบอีก “บิ๊กตู่” โวยลั่นไม่มีเอี่ยว ออกโรงแทน “บิ๊กป้อม” บ่นรำคาญถูกลากเข้าไปโยง ป.ป.ช.ยกคำร้องเปลี่ยนตัว “วิชา”

กรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมฟ้องชาวโลกว่ามีขบวนการสมคบคิดทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และมีความพยายามจะเสนอนายกรัฐมนตรีคนกลาง ตามมาตรา 7 โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และเลขาธิการ นปช.ได้เปิดเผย 10 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯคนกลาง จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมาย

“ปู” นั่งวีลแชร์คุมหัวโต๊ะถก ครม.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 มี.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จากสนามบินกองบินตำรวจ ท่าแร้ง เขตบางเขน มาลงลานศรียานนท์ ภายในโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายกฯสวมสูทสีครีม ทับเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีดำ และยังคงใส่เฝือกอ่อนนั่งรถวีลแชร์ สื่อมวลชนสอบถามอาการบาดเจ็บข้อเท้าซ้าย นายกฯ ยิ้มก่อนตอบว่า อาการเจ็บดีขึ้นแล้ว จากนั้นเข้าห้องประชุม ครม.ทันที ทั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ นายพ้อง ชีวานันท์ รมช.คมนาคม ไม่ได้เข้าประชุม

ย้อนถามที่มานายกฯคนกลาง

ต่อมาเวลา 13.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม ครม. ถึงกรณีการเสนอนายกฯคนกลาง ตามมาตรา 7 ว่า ประเด็นนี้ตนไม่อยู่ในข่ายจะวิพากษ์วิจารณ์ ตามหลักประชาธิปไตยถ้าเทียบกับการเลือกตั้ง ผู้เลือกตั้งต้องเสนอนโยบายวิธีการแนวทางบริหารประเทศ และทำให้พอรู้ว่าใครจะมาเป็นนายกฯ ถ้าจะมีนายกฯคนกลางหรืออะไรต่างๆ ก็ควรจะมีแนวทางบอกให้ประชาชนรู้ว่าการจะมีนายกฯคนกลางนั้นจะมาด้วยวิธีไหน ถ้ายึดตามขั้นตอนตามกรอบรัฐธรรมนูญที่เคยปฏิบัติไว้การยอมรับต้องมี แต่ถ้าเป็นวิธีการนอกเหนือรัฐธรรมนูญ หรือสิ่งที่ไม่ได้รับการยอมรับ ผู้เสนอต้องมีแนวทางว่าทำอย่างไรถ้าประชาชนไม่ยอมรับ ถึงได้บอกว่าจะทำอะไรก็ตามต้องให้มีการยอมรับ และประชาชนต้องมีส่วนร่วมตัดสินใจด้วย เพราะประชาชนหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงมีสิทธิเท่ากัน ควรจะรู้เรื่องของคนที่จะมาเป็นผู้นำ และจะมาเป็นด้วยวิธีการไหน แบบไหน จะอยู่เหนือกติกาของรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นสิ่งที่ประชาชนควรจะรับทราบ

เหน็บ ปชป.เมื่อไหร่จะพร้อม ลต.

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า สำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ เป็นเรื่องอนาคต สิ่งที่ถามขั้นตอนยังอีกไกล ขั้นแรกคงต้องถามก่อนว่า เมื่อไหร่ที่ทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคใหญ่พร้อมใจกันจะลงเลือกตั้ง

สั่ง “พงศ์เทพ–วราเทพ” ศึกษาคำตัดสิน

ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.ให้ความสนใจกับค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ว่า กกต.ได้ใช้งบประมาณไปเท่าใด โดย ผอ.สำนักงบประมาณแจ้งว่าใช้งบประมาณ 3,200 ล้านบาทเศษ ครม.เห็นว่าตัวเลขนี้น่าจะเป็นบรรทัดฐานที่ กกต.จะขออนุมัติใช้ในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป คงไม่ขอเกิน 3,300 ล้านบาท นอกจากนี้ นายกฯได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ และนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ ร่วมหารือวิเคราะห์คำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ แล้วจัดทำข้อเสนอกลับมายังรัฐบาลว่ามีประเด็นอะไรที่รัฐบาลต้องดำเนินการต่อไป

“เหลิม” ขู่นรกมีจริงหาทุกข์ใส่ตัว

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวว่า เห็นรายชื่อนายกฯคนกลาง มีความรู้ความสามารถทุกคน บางคนรู้จักและสนิท จึงอยากเรียนด้วยความเคารพ ท่านอย่าหาทุกข์ใส่ตัวเลย ถ้าเข้ามาเป็นนายกฯคนกลางจะพบทันทีว่านรกมีจริง เริ่มตั้งแต่ประกาศชื่อ ครอบครัวจะเดือดร้อน โทรศัพท์จะลั่นบ้าน ถ้าถามว่าพรรคประชาธิปัตย์บอยคอตไม่ลงเลือกตั้งอีกจะเข้าข่ายยุบพรรคหรือไม่ พรรคเทวดา ทำอะไรไม่ผิด อยากฝากไปยังนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ เอาเลยถ้ามั่นใจคะแนนนิยมดีก็ลงเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิมได้แจกเอกสารประกอบระบุว่าหากปฏิบัติตามข้อเรียกร้องเรื่องนายกฯคนกลางตามมาตรา 7 จะมีปัญหาตามมาใครจะเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ แต่งตั้ง เพราะไม่ใช่มติที่ประชุมสภาฯ ใครจะรับผิดชอบถ้าการบริหารประเทศล้มเหลว เรื่องมาตรา 7 ในหลวงรับสั่งเรื่องไว้ต่อคณะตุลาการศาลปกครองและคณะผู้พิพากษาศาลยุติธรรมแล้ว ควรมาใส่เกล้าฯปฏิบัติ

“ปึ้ง” ประจานทั่วโลกโมฆะล้ม ลต.

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ตนได้ออกแถลงการณ์ให้ทุกประเทศทั่วโลกรับทราบถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ ประชาชนกว่า 20 ล้านเสียงถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน อยากให้สังคมโลกเฝ้าจับตามองประเทศไทย ให้ความเป็นธรรมคนไทยที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย หากตนเป็นประชาชนกว่า 20 ล้านเสียงจะไปร้องต่อศาลยุติธรรมเนื่องจากถูกละเมิดการใช้สิทธิพื้นฐาน ส่วนการชุมนุมใหญ่ของ กปปส.วันที่ 29 มี.ค. คนส่วนใหญ่เข้าใจข้อเรียกร้องของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.แล้วว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกต้องบอกรายชื่อว่าใครจะเป็นนายกฯแทน ถ้ามานอกเหนือรัฐธรรมนูญ คนส่วนใหญ่รับไม่ได้

นายชัยเกษม นิติศิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า สงสัยว่าทำไมศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาเร็วแต่ทำเหตุผลออกมาช้า ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งถ้าจะเรียกร้องความชอบธรรมคงมีช่องทาง แต่ตอนนี้ยังพูดอะไรไม่ถนัด ศาลรัฐธรรมนูญมาจากการเมือง แต่เป็นศาลการเมืองหรือไม่ตอบยาก สุดท้ายถ้าที่พึ่งประชาชนไม่มีแล้ว คงต้องพึ่งศาลหลักเมือง

บี้ กกต.จัดเลือกใหม่โดยเร็วที่สุด

ด้านนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ต้องรอให้ กกต.ผู้ร้องโดยตรงส่งมา เมื่อการเลือกตั้งเป็นโมฆะ กกต.ซึ่งเป็นองค์กรรับผิดชอบจัดการเลือกตั้ง ต้องแก้ไขกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ รัฐบาลมีหน้าที่เพียงนำเสนอพระราชกฤษฎีกา และนายกฯรับสนองพระบรมราชโองการ ดูจากแนวทางการเลือกตั้งปี 49 พ.ร.ฎ.ฉบับใหม่ ผู้รักษาการตาม พ.ร.ฎ.จะเป็น กกต.เพียงผู้เดียว สำหรับข้อเสนอให้ทอดเวลาเลือกตั้งออกไปก่อน กลุ่มผู้ชุมนุมยังมีเงื่อนไขนอกรัฐธรรมนูญ ดังนั้นแนวทางตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ คือต้องจัดการเลือกตั้งเร็วที่สุด เพื่อจะมีรัฐบาล ถ้าไม่จัดการเลือกตั้งถือว่าเราฉีกรัฐธรรมนูญ โดย กกต.จะหารือกับทุกพรรคการเมืองก่อนก็ไม่มีปัญหา

ขวางสุดลิ่มนายกฯ นอก รธน.

นายวราเทพกล่าวว่า ส่วนการนำเสนอชื่อนายกฯคนกลางนั้น ต้องยุติสิ่งที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะแข็งกร้าว เอารัฐธรรมนูญเป็นกรอบการตัดสินใจ แต่ถ้าตัดสินใจไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญจะมีปัญหาตามมา ไม่ทราบจะนำอะไรมาอ้างอิง เมื่อถามว่า มองเจตนาการเปิดชื่อนายกฯคนกลางในเวลานี้อย่างไร นายวราเทพกล่าวว่า ต้องถามนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ แกนนำ นปช.เอง

พท.ตบเท้าแต่งดำประชุมใหญ่สามัญ

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2557 ของพรรคเพื่อไทย ภายใต้ชื่อ “มุ่งมั่น ผลักดัน รักษาประชาธิปไตย” โดยคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรค และสมาชิกพรรค ทยอยเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรค เพื่อไทย เดินทางมาสมทบช่วงบ่าย ทั้งนี้สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนแต่งกายชุดสีดำเพื่อไว้ทุกข์ให้กับคำตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะ จากนั้นช่วงบ่ายได้เลือกคณะกรรมการบริหารพรรคเพิ่มจาก 19 คน เป็น 22 คน เพิ่มเติมรองเลขาธิการพรรค 3 คน ได้แก่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นายธวัช
ชัย สุทธิบงกช น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์

รื้อ กก.ยุทธศาสตร์หลังโดนรุมจวก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยได้ปรับโครงสร้างคณะยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย หลังมีเสียงเรียกร้องจากสมาชิกพรรคต้องการมีส่วนร่วมมากขึ้น เนื่องจากหลายครั้งการตัดสินใจของคณะยุทธศาสตร์พรรค สมาชิกพรรคไม่รับทราบและไม่เห็นด้วย เช่น กรณีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ไปเจรจากับพระพุทธอิสระ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในพรรค รวมทั้งมีเสียงตำหนิจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ โดยมีการขยายขนาดวงประชุมคณะยุทธศาสตร์ให้ใหญ่ขึ้น ภายใต้ชื่อคณะกรรมการกิจการพรรค นำคณะยุทธศาสตร์พรรคเดิมรวมกับตัวแทนจากคณะกรรมการภาคและโซนต่างๆ โดยนายสมชายยังคงเป็นประธาน มีนายโภคิน พลกุล นายวัน มูหะมัดนอร์ มะทา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรองประธาน นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นเลขาฯ

“ปู” ลั่นรักษาการจนมีรัฐบาลใหม่

กระทั่งเวลา 14.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม เข้าร่วมประชุมและขึ้นกล่าวบนเวทีว่า มาที่นี่ทุกครั้งยังรู้สึกอบอุ่นเสมอ ถึงแม้ตอนนี้ขายังเจ็บอยู่แต่ก็ใจสู้ ขอขอบคุณสมาชิกพรรคเพื่อไทย และ ครม.ที่ร่วมกันทำงานมากว่า 2 ปี เราตัดสินใจยุบสภา เพราะอยากเห็นความขัดแย้งลดลงไป แต่กลับมีเหตุการณ์ต่างๆทำให้การเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ เราต้องทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนประชาชน ต้องรักษาประชาธิปไตยต่อไป สิ่งที่อยากเห็นคือทุกคนยึดมั่นในกติกาความสมดุลของ 3 เสาหลัก ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายอำนวยความยุติธรรม ผู้นำรัฐบาลภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้มีการว่างเว้น เพราะจะเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ทำให้ต้องรักษาการจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่

ครวญเดินบนเส้นทางเปล่าเปลี่ยว

“ดิฉันไม่ยึดติด พร้อมจะส่งมอบหน้าที่นี้กับผู้จะมาเป็นรัฐบาลใหม่ ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ อยากให้สมาชิกทุกคนไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอยู่ใน ใจเราตลอดเวลา อะไรที่เราเคยทำได้ตลอด 2 ปีกว่า เราทำทุกงานที่ทำได้ ถึงแม้ตอนนี้จะมีข้อจำกัด แต่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด สุดท้ายนี้หวังว่าถนนหนทางที่เราต้องเดินข้างหน้าไปสู่เส้นทางประชาธิปไตย แม้จะมีทางแยกมากมายจะทำให้เราต้องเดินไปคนละทางสองทาง แต่ถ้าเราเดินด้วยความสุขุม เดินด้วยเป้าหมายของประชาธิปไตยด้วยกัน แม้ตอนแรกอาจรู้สึกเปล่าเปลี่ยว แต่สักพักจะมีคนร่วมเดินไปกับเราด้วยกัน” นายกฯยิ่งลักษณ์กล่าว

สั่งผู้สมัครทุกเขตแจ้งความ กกต.

พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลจะเป็นรัฐบาลรักษาการนานไม่ได้ หากมีคำวินิจฉัยกลางศาลรัฐธรรมนูญออกมา 53 พรรคการเมืองที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งจะหารือร่วมกับ กกต.ร่วมกำหนดการจัดการเลือกตั้งใหม่ การเลือกตั้ง 2 ก.พ. ที่เป็นโมฆะ พรรคประชาธิปัตย์ กปปส. กกต. ต้องรับผิดชอบ เมื่อมีคำวินิจฉัยกลางออกมาขอให้ผู้สมัคร ส.ส.ฟ้องทั้งทางแพ่งและอาญาต่อ กกต. พรรคประชาธิปัตย์ กปปส. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลรัฐธรรมนูญ ในทุกเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ เรียกร้องความเป็นธรรมให้ผู้ไปเลือกตั้ง 20 ล้านเสียง

นัดหารือ 53 พรรคกดดัน กกต.

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมว่า ประธานในที่ประชุมได้แจ้งให้ทราบถึงการหารือร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล และการเชิญพรรคการเมือง 53 พรรค มาหารือร่วมกันที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ในวันที่ 28 มี.ค.กรณีคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตนของศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินการเลือกตั้งเป็นโมฆะว่า แต่ละ พรรคมีความเห็นอย่างไร โอกาสนี้ขอเชิญพรรคประชา– ธิปัตย์มาร่วมหารือเพื่อเสนอทางออกร่วมกัน หากไม่มาถือว่าไม่จริงใจต่อประชาชนและระบอบประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค. แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล 4 พรรค ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา และพรรคพลังชล นัดหารือกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ. เป็นโมฆะ โดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ  เปิดเผยว่า  ได้หารือกับพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องความเสียหายของทั้งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง พรรคที่ใช้จ่ายเงินไปกับการเลือกตั้งว่าจะต้องทำอย่างไร ในวันที่ 28 มี.ค. ที่นัดหารือกับ 53 พรรคการเมือง จะบอกว่าพรรคร่วมรัฐบาล 4 พรรค เห็นตรงกันว่า จะลงเลือกตั้ง และจะสอบถามพรรคการเมืองอื่นๆมีความเห็นอย่างไร รวมทั้งสอบถามว่า  จะทำอย่างไรกับการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ

ส่งตัวแทนตามตื๊อเจรจา “เทือก”

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวในรายการมองรัฐสภา ทางสถานีโทรทัศน์รัฐสภาว่า อีก 100 วัน ไทยจะเข้าสู่เป็นประชาคมอาเซียน หากยังขัดแย้งภายในประเทศจะทำให้เสียโอกาสการเป็นศูนย์กลางประชาคมอาเซียนที่ตั้งเป้าหมายไว้ สิ่งที่กังวลที่สุดคือการคัดประเทศไทยออกจากประชาคมอาเซียน การแก้ไขปัญหาการเมืองขณะนี้ จึงต้องพูดคุยกัน เร็วๆนี้ทุกพรรคการเมืองจะนัดหารือกันเพื่อแก้ไขปัญหาขัดแย้ง รวมถึงการเลือกตั้ง หากตกลงกันได้  จะนำเสนอรายละเอียดไปยัง กกต.และรัฐบาล รวมทั้งจะมอบหมายตัวแทนพรรคการเมืองที่สนิทสนมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ไปพูดคุยเพื่อร่วมกันหาทางออกต่อไป

“มาร์ค” ฉะข่าวเท็จนั่งนายกฯวิธีพิเศษ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ระบุว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีชื่อเป็นนายกฯคนกลางว่า เป็นไปไม่ได้ จะไม่รับตำแหน่งดังกล่าว เพราะไม่ได้เป็นกลาง หากจะเป็นนายกฯต้องมาตามระบบพรรคการเมืองและการเลือกตั้งเท่านั้น ขอให้หยุดให้ความเท็จปลุกระดมให้เกิดความแตกแยก ให้เกิดการเผชิญหน้าและรักษาอำนาจ เพราะไม่มีใครได้ประโยชน์ รัฐบาลควรหันมาแก้ปัญหาให้ตรงจุดดีกว่า ปัญหาการชุมนุมที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของผู้ชุมนุมคู่กรณีกับรัฐบาล ไม่ใช่คู่กรณีกับ กกต.หรือพรรค การเมือง รัฐบาลจึงต้องแก้ปัญหาทางการเมืองเอง

บี้ “ยิ่งลักษณ” เร่งเจรจาคู่ขัดแย้ง

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลที่ร่วมกดดันให้ กกต.จัดการเลือกตั้ง ควรรับฟังข้อเรียกร้องของประชาชนทุกกลุ่ม และหาคำตอบให้การเลือกตั้งเรียบร้อย ไม่ใช่คิดแต่อยากจะเลือกตั้งเร็วๆจะได้กลับมามีสถานะ ที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ให้จับตาดูพรรคการเมืองที่ไม่ลงเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ขัดข้องเรื่องการเลือกตั้ง ถ้าพรรคลงสมัครขณะที่ประชาชนมีทัศนคติเหมือนเดิมก็ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร จึงอยู่ที่รัฐบาลใช้โอกาสช่วงรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ เริ่มพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนเชื่อมั่น ให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับได้อย่างไร พรรคพร้อมให้ความร่วมมือ ถ้ารัฐบาลมีคำตอบว่าจะรับฟังความเห็นและทำให้เกิดความมั่นใจเรื่องการปฏิรูป การเลือกตั้งโมฆะเมื่อปี 2549 กว่าจะมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งใช้เวลาถึง 2 เดือน พรรคประชาธิปัตย์ก็กลับไปลงเลือกตั้ง แต่ทำไมครั้งนี้ต้องเอาเป็นเอาตาย ตนแปลกใจที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล้าพูดว่าต้องยึดหลัก ทั้งที่ตัวเองไม่ยึดหลักการเคารพกฎหมาย

“จุฤทธิ์” ตะเพิด “เต้น” พ้น รมต.

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์และเลขาธิการ นปช. ออกมาเปิดรายชื่อนายกฯคนกลางว่า นายณัฐวุฒิกำลังสับสนบทบาทตัวเอง ขอให้ออกจากรัฐมนตรี ซึ่งไม่เคยทำหน้าที่ได้ มีแต่ใช้จินตนาการขายฝันสร้างความวุ่นวายในสังคม ที่กล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะมาเป็นนายกฯคนกลางก็ไม่เป็นความจริง นายอภิสิทธิ์จะเข้ามาเป็นนายกฯตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯหยุดผลักภาระไปให้ กกต.แก้ปัญหาจัดการเลือกตั้ง รัฐบาลต้องร่วมรับผิดชอบแก้ปัญหาเพราะเป็นคู่ขัดแย้งกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยต้องร่วมเจรจากับคู่ขัดแย้งและร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายกว่า 3,800 ล้านบาท ที่สูญเสียไป และต้องส่งสัญญาณถึงฝ่ายผู้สนับสนุนให้หยุดใช้ความรุนแรง

“เต้น” ปูด เม.ย.อัปเปหิ ครม.ปู

วันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการ นปช. กล่าวถึงการเปิดเผย 10 รายชื่อผู้ที่คาดหมายจะเป็นนายกฯคนกลางของ กปปส.ว่า เป็นช่วงเวลาเหมาะสมประชาชนจะได้พิจารณารายชื่อที่กลุ่มของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และเครือข่ายเบื้องหลัง เจรจาทาบทามจัดเตรียมเอาไว้ เนื่องจากปลายทางสุดท้าย คือการสถาปนาอำนาจรัฐขึ้นมาใหม่ มีรัฐบาลนอกรัฐธรรมนูญ และฝ่ายนิติบัญญัติมาจากนอกกติกาไม่ผ่านการเลือกตั้ง ทราบมาว่าเดือน เม.ย.นี้จะมีการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยให้นายกฯและ ครม.พ้นไปทั้งคณะ แล้วตั้งนายกฯและรัฐบาลขึ้นใหม่ ทั้งที่รัฐธรรมนูญไม่เปิดช่อง ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยคงไม่ยินยอมแน่นอน คำว่านายกฯคนกลาง นายกฯคนดี หรือนายกฯมาตรา 7 แท้จริงแล้ว กฎหมายไม่เปิดให้ทำได้ เป็นนายกฯนอกกฎหมาย เป็นนายกฯเถื่อน และตามข้อเท็จจริงไม่มีทางจะเกิดสุญญากาศทางการเมืองได้ เมื่อนายกฯพ้นตำแหน่งมีรองนายกฯลำดับถัดมาทำหน้าที่แทน หรือ ครม.พ้นทั้งคณะ กฎหมายให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่แทน

แฉโพยรายชื่อ ครม.–ส.ส.เถื่อน

ต่อมา ที่ชั้น 6 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายณัฐวุฒิแถลงอีกครั้งในหัวข้อ “ถลกหนังเทือก” ว่า น่าแปลกที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ไม่หยิบโผนายกฯเถื่อนไปพูดบนเวที กปปส. จงใจไม่พูดมากกว่า หรือไม่นายกฯเถื่อนที่เล็งไว้ต้องอยู่ในรายชื่อนี้ ทราบมาว่าเป้าจริงๆไม่เกิน 3 คนในรายชื่อ เห็นโม้ไปทั่วว่าในเดือน เม.ย.นี้จะต้องจบ ใครรับเดิมพันกันบ้างว่าจะไม่จบ นายสุเทพและเครือข่าย พูดทุกวันว่ามีชื่อนายกฯคนกลางอยู่ในใจ แต่ถามชื่ออะไรก็ไม่ตอบ คนดีของนายกสุเทพอาจเป็นคนชั่วของคนทั้งชาติก็ได้ แต่คนที่ถูกเสนอชื่อเหล่านี้หลายท่านมีประวัติประสบความสำเร็จในอาชีพ ขอให้ทบทวนและใช้สติให้มาก ขอประกาศให้ทราบทั่วกันว่า ในวันที่ 26 มี.ค.จะรวบรวมรายชื่อบุคคลที่สนับสนุน กปปส.ที่จะได้ประโยชน์หลังการรัฐประหาร และได้ประโยชน์จากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ จะนำรายชื่อ ครม.และ ส.ส.เถื่อนที่มีรายชื่อหมดแล้ว นำเสนอ เพื่อชี้ให้เห็นว่าคนที่ออกมามีบทบาทร่วมกับนายสุเทพมีเป้าหมายทางอำนาจด้วยกันทั้งสิ้น นปช.ไม่ยอมรับการรัฐประหาร และไม่ยอมรับนายกฯเถื่อน หากเหตุการณ์ถึงจุดนั้นต้องออกมาต่อสู้ทันที โดยสันติวิธีตามแนวทางประชาธิปไตย ไม่มีความคิดนำประชาชนเข้าเผชิญหน้ากับ กปปส.หรือเจ้าหน้าที่รัฐ

ตีแผ่สายสัมพันธ์ “พลากร–สุเทพ”

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า สำหรับข้อสงสัยที่นายสุเทพนัดคุยกับนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ที่แปซิฟิกคลับ ย่านสุขุมวิท จากข้อมูลตรวจสอบพบว่า คลับแห่งนี้ถูกบริหารโดยบริษัทแปซิฟิกเอ็กซ์คลูซิฟซิตี้ ในรายงานบัญชีผู้ถือหุ้นมี น.ส.น้ำทิพย์ เทือกสุบรรณ บุตรสาวนายสุเทพถือหุ้นใหญ่ รองลงมานายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชาย น.ส.แขแสง เทือกสุบรรณ นายณัฐพล ทีปสุวรรณ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ถือหุ้นคนละ 5 เปอร์เซ็นต์ ที่ว่ากันว่านายณัฐพล ทีปสุวรรณ เป็นผู้สืบทอดจากนายสุเทพ ทราบว่ามีสายสัมพันธ์กันในระดับไม่ธรรมดา นายสุเทพบอกเอาเงินซ่อนไว้บ้านนั้นบ้านนี้ หากเป็นอะไรไปให้ไปเอาเงินเหล่านี้มาใช้ น่าจะเป็นนายณัฐพล นอกจากนี้ รายชื่อกรรมการบริษัทก็น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง อดีตอัยการ เป็นคีย์แมนเกี่ยวโยงกับนายสุเทพและพรรคประชาธิปัตย์ มีชื่อทำธุรกิจกับตระกูลเทือกสุบรรณ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่บริหารสถานีโทรทัศน์บลูสกาย และสถานีโทรทัศน์ทีนิวส์ สื่อของกลุ่มม็อบนกหวีด

“พลากร” ปฏิเสธไม่เกี่ยวนายกฯ ม.7

วันเดียวกัน นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถึงกรณีที่มีรายชื่อเป็นเต็งหนึ่งของบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯคนกลาง ตามมาตรา 7 ว่า “เรื่องนี้ ผมไม่เกี่ยวข้องด้วย ผมเป็นองคมนตรีมา 12 ปี ถือเป็นมงคลสูงสุดในชีวิตแล้ว ไม่ปรารถนาที่จะเป็นอะไรอีก ผมไม่เกี่ยวข้องด้วย ผมมีตำแหน่งที่สำคัญยิ่ง ผมจะเป็นได้ยังไงถ้าผมไม่สมัครใจไม่ลาออก ใครจะเสนอชื่อ เวลานี้ตนเองนั้นภูมิใจสูงสุดในชีวิตแล้ว อย่างอื่นไม่สำคัญ ไม่อยากเป็น อยู่ๆ ก็เอาชื่อขึ้นมา ผมนั้นรับใช้พระองค์ท่านมา และจะขอรับใช้ไปตลอดชีวิต ถ้าไม่สมัครใจใครจะมาบังคับ การเมืองอย่ามายุ่งกับผมเลย “นายพลากรกล่าวและว่า  ส่วนเรื่องที่ว่าได้พบกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณนั้นก็เป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว หลังจากนั้นไม่เคยติดต่อกันเลย

“ประยุทธ์” ชิ่งโวยไม่มีเอี่ยว

ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.  เปิดเผยชื่อนายกฯคนกลางว่า ต้องไปถามคนพูด เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เรื่องของตน หากไม่ใช่เรื่องจริงคิดขึ้นมาเอง การพูดที่ไม่มีหลักฐานใช้การวิเคราะห์ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ดูหมิ่นเกลียดชัง ถือว่าไม่เป็นธรรม ละเมิดความเป็นส่วนตัว คนพูดต้องไปหาทางแก้ปัญหาของตัวเองให้ได้เสียก่อน ทั้งคดีความเรื่องข้าว อย่ามาพูดทำให้คนอื่นเดือดร้อน เมื่อถามว่า นายณัฐวุฒิระบุ พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯคนกลาง ผบ.ทบ.กล่าวว่า เขาตั้งตนได้ไหม ถ้าตั้งไม่ได้แล้วจะมาถามทำไม จะให้ไปเป็นนายกฯด้วยกติกาไหน เมื่อถามว่ามีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นแคนดิเดตด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ท่านไม่เคยบอกว่าอยากจะเป็นอะไร ไม่มีคนมาขอร้อง มีแต่คนพูดกันมากต้องการหวังผลอะไร ตนไม่เคยคุยอะไรเรื่องนายกฯคนกลาง พล.อ.ประวิตร ก็รำคาญ

ทางออก ปท.ต้องไม่ขัดแย้ง

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร สนิทสนมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า “ผมสนิทกับคุณสุเทพเพราะเขาเคยเป็นรัฐบาล ผมทำงานกับทุกรัฐบาลไม่เห็นมีปัญหา ท่านก็มีคดีไปสู้คดีในกระบวนการยุติธรรม ต้องยึดถือแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องตามกระบวนการ ถ้าไม่ยอมรับกันก็ไม่รู้ว่าจะอยู่กันด้วยอะไร หรือจะให้รบราฆ่าฟันเหมือนสมัยโบราณ” ผบ.ทบ.กล่าว ต่อข้อถามว่า นายกฯคนกลางจะเป็นทางออกได้หรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ไม่รู้ ตอบไม่ได้ เมื่อความขัดแย้งมีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่เคยมีบทเรียนเสียที ยังกลับไปสู่วังวนอันเก่า ทางออกมีอยู่แล้วไปหากันเอง ตนพูดมา 3 ปีครึ่ง มีคำแนะนำ 100 กว่าข้อ เมื่อไม่เอาก็ช่วยไม่ได้ ทุกคนมีความขัดแย้งต้องแก้ปัญหากับประชาชนด้วยกัน ไม่ใช่อีนุงตุงนัง โยงใยไปหมด ใครก็แก้ไม่ได้ ต้องลดความขัดแย้งให้ได้เสียก่อนประชาชนต้องไม่ตีกัน เมื่อถามว่า มีการตั้งความหวังว่า พล.อ.ประยุทธ์แก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติได้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอบคุณ ตนเป็นความหวังของครอบครัวและกองทัพบก ไม่ได้เลิศเลออะไรมากมาย ไม่ใช่ว่ามีคนตั้งความหวังแล้วจะต้องพองตัว
ดีใจ ส่วนกรณีที่มีการตัดต่อภาพตนล้อเลียนเสียดสีทางการเมืองก็จิตใจมันต่ำทราม

ศาล รธน.เผยคำวินิจฉัยกลางปม ลต.

ช่วงบ่าย ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่คำวินิจฉัยกลางอย่างไม่เป็นทางการของศาลรัฐธรรมนูญ ลงบนเว็บไซต์ของศาลรัฐธรรมนูญ ในคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า  การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีเนื้อหาทั้งหมด 6 หน้าที่ได้วินิจฉัยว่า การเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการจัดการเลือกตั้งไม่ได้เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร เป็นการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 วรรคสอง ทั้งนี้เนื้อหาในคำวินิจฉัยกลางดังกล่าว ไม่ได้ระบุถึงคำแนะนำในแนวทางการปฏิบัติการจัดการเลือกตั้งหลังจากนี้

กกต.โต้ พ.ร.ฎ.เลือก ส.ว.ไม่ขัด ก.ม.

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวชี้แจงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นเรื่องขอให้ กกต.ระงับการจัดการเลือกตั้ง ส.ว. เนื่องจากเสนอตรา พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ว.ก่อน ส.ว.เลือกตั้งจะหมดวาระว่า กกต.ยอมรับว่าได้ส่งร่าง พ.ร.ฎ.ไปยังสำนักเลขาธิการ ครม.เมื่อวันที่ 4 ก.พ.และส่งต่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาควบคู่กัน จากนั้นจึงนำขึ้นทูลเกล้าฯและมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯลงมาวันที่ 26 ก.พ. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 2 มี.ค. หลังวันที่ 1 มี.ค. ที่ ส.ว.เลือกตั้งหมดวาระไม่ถือว่ากระทำผิดกฎหมาย ขณะนี้ กกต.ยังต้องรอคำวินิจฉัยกลางชี้เลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน สำนักงาน กกต. ร่วมกับ กกต.กทม.จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง ส.ว.จัดเวทีกลางปราศรัยหาเสียงให้ผู้สมัคร ส.ว.กทม.กระตุ้นผู้มีสิทธิตื่นตัวออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ว.ในวันที่ 30 มี.ค. มีนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.เป็นประธานเปิดงาน พร้อมโชว์กาบัตรเลือกตั้งบนจอมอนิเตอร์ยักษ์และหย่อนบัตรเลือกตั้ง พร้อมให้ผู้สมัคร ส.ว. อาทิ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา นายโฆสิต สุวินิจจิต นายศรีสุวรรณ จรรยา ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์คนละ 5 นาที

ป.ป.ช.ยกคำร้องเปลี่ยนตัว “วิชา”

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้พิจารณาคำร้องของทีมทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ขอให้เปลี่ยนตัวนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ออกจากการเป็นองค์คณะไต่สวนโครงการรับจำนำข้าว โดยที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติให้นายวิชานั่งเป็นองค์คณะไต่สวนคดีดังกล่าวต่อไป เนื่องจากเห็นว่า เหตุผลที่ทีมทนายนายกฯอ้างเหตุมาว่า นายวิชาให้สัมภาษณ์เย้ยหยัน มีอคติเอนเอียง ฟังไม่ขึ้น จึงไม่เป็นเหตุผลตามกฎหมายให้เปลี่ยนตัวนายวิชาออกจากองค์คณะไต่สวน ซึ่งจะทำหนังสือแจ้งให้ทีมทนายนายกรัฐมนตรีทราบต่อไป ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีต้องมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในวันที่ 31 มี.ค.นั้น ขณะนี้นายก– รัฐมนตรียังไม่มีการติดต่อมายัง ป.ป.ช.ว่าจะมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาหรือไม่ หากนายกฯไม่มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในเวลาที่กำหนด ป.ป.ช.จะพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ปัดวุ่นแท็กทีมโค่นล้มรัฐบาล

นายสรรเสริญกล่าวอีกว่า กรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายนิคม ไวรัชพานิช ประธานวุฒิสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.โดยมิชอบ จนถูกมองว่าร่วมมือกับองค์กรอิสระเพื่อแต่งตั้งนายกฯคนกลางว่า ป.ป.ช.พิจารณาคดีจากพยานหลักฐาน เป็นหลัก ไม่ได้รีบเร่งตัดสิน รวมถึงคดีกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯทุจริตโครงการรับจำนำข้าวก็เช่นกัน หากมีข้อมูลมากต้องใช้เวลาพิจารณา ยืนยันว่า ป.ป.ช.มีอิสระในการทำหน้าที่ ตัดสินคดีตรงไปตรงมา ไม่ทำงานสอดรับหรืออิงกับองค์กรใด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาว่าเป็นส่วนหนึ่งในการตั้งนายกฯคนกลาง การตั้งข้อสังเกตต่างๆน่าจะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช.มากกว่า

นายกฯอุบไต๋เข้าแก้ต่างคดีจำนำข้าว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเดินทางเข้าชี้แจงข้อกล่าวหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าวคณะ ป.ป.ช.ในวันที่ 31 มี.ค.หรือไม่ว่า ไม่บอก ขอบอกเป็นวันๆไป

ขณะที่นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ นายกฯจะไปชี้แจง ป.ป.ช.ด้วยตัวเองหรือไม่ ต้องรอให้ทนายดูรายละเอียดก่อนว่า มีอะไรที่ต้องควรชี้แจง ส่วนข้อเสนอให้ชี้แจงผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ยังตอบไม่ได้ ขอหารือทนายก่อน

ครม.อนุมัติคืนเก้าอี้เลขาฯ สมช.

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 12.30 น. ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.มีมติยกเลิกคำสั่ง ครม.แต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ และเสนออนุมัติโอน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากนั้นนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาอนุมัติก่อนส่งกลับมายังรัฐบาล เพื่อนายกฯลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป โดยจะมอบหมายให้ พล.ท.ภราดร ดูแลปัญหาภาคใต้และความมั่นคง

ตั้งคณะ กก.สอบ “ถวิล” ขึ้นเวที กปปส.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ครม.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ได้ซักถามกรณีที่นายถวิล ไปขึ้นเวที กปปส.ว่า ผิดระเบียบข้าราชการหรือไม่ ควรมีมาตรการไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ข้าราชการอื่น ซึ่งนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯกล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนนายถวิลแล้ว หากใครมีข้อมูลหรือมีหลักฐานว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ขอให้ส่งข้อมูลมาได้ ขณะที่นายกฯกล่าวว่า สิ่งที่นายถวิลอ้างต่อศาลว่าช่วงที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ ไม่เคยได้รับมอบหมายภารกิจที่ชัดเจนจากรัฐบาลว่าให้ทำอะไร ไม่เป็นความจริง เพราะมอบหมายให้นายถวิลไปร่วมประชุมงานแก้ไขปัญหาความสงบจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ตลอด

26 มี.ค. 2557 07:43 26 มี.ค. 2557 07:58 ไทยรัฐ