วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เซโก'เบิล!! 'เรือ'โหดบุกดับ'ผี' 3-0 ,'ปืน'แห้วเจ๊า'หงส์ขาว' 2-2

เอดิน เซโก จัดการเหมาสองประตู พา "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาย้ำแค้น "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 ขยับขึ้นเป็นรองจ่าฝูง ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล อกหักชวดเก็บ 3 แต้ม หลังมาพลาดท้ายเกมจากการทำเข้าประตูตัวเองของ มาติอู ฟลามินี ทำให้ เสมอกับ "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี้ ไป 2-2...

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอังคารที่ 25 มี.ค. มีโปรแกรมลงสนาม 3 คู่ เกมไฮไลท์เป็นศึกดาร์บี้แมตช์ เมืองแมนเชสเตอร์ "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 7 ของตาราง เปิดรังโอลด์ แทรฟเฟิร์ด รับการมาเยือนของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3 ของตาราง

เกมนี้ เดวิด มอยส์ นายใหญ่เจ้าถิ่นได้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ กลับมาคุมเกมรับ เกมรุกฝากความหวังไว้ที่ เวย์น รูนีย์ ,ฆวน มาตา และ แดนนี เวลเบค ด้าน มานูเอล เปเยกรินี เทรนเนอร์เรือใบได้ แวงซอง กอมปานี ปราการหลังกัปตันทีมกลับมาคุมเกมรับ เกมรุกใช้บริการ เฆซุส นาบาส,ดาบิด ซิลบา,ซามีร์ นาสรี และมี เอดิน เซโก คอยจบสกอร์

เปิดเกมเพียง 47 วินาที แมนฯซิตี้ ก็ฉวยโอกาสที่คู่แข่งยังไม่ทันตั้งตัวยิงขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ แฟร์นันดินโญ เก็บบอลได้ในแถวสองก่อนจะไหลเข้ากรอบเขตโทษด้านซ้ายให้ ซามีร์ นาสรี แตะหลอกยิงแฉลบเสาบอลเด้งมาเข้าทาง เอดิน เซโก กดซ้ำด้วยขวาไม่พลาด

หลังจากนั้นยังคงเป็นทีมเยือนที่มีโอกาสได้ลุ้นมากกว่าจนเกือบจะได้ประตูที่สองใน น.18 จากจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา ผ่านบอลให้ เอดิน เชโก กดเหน่งๆด้วยขวาในกรอบเขตโทษแต่ ดาบิด เด เคอา ออกแรงเซฟไว้ได้  หลังจากนั้น 3 นาที แมนฯยู ได้ลองบ้าง ไมเคิล คาร์ริค จ่ายออกซ้ายให้ เวย์น รูนีย์ ลากตัดเข้าเขตโทษก่อนจะยิงด้วยขวา โจ ฮาร์ท รับได้สบาย

มาถึง น.39 เจ้าถิ่นเกือบมีเฮจากจังหวะที่ ราฟาเอล ดา ซิลวา เติมเกมขึ้นมาทางขวาก่อนจะเปิดเรียดไปที่เสาแรกให้ เวย์น รูนีย์ ตวัดยิงแต่พลาดไม่โดนบอล ลูกเลยมาตกตรงกลางเข้าทาง ฆวน มาตา ซัดเต็มข้อข้ามคานออกไป และด้วยรูปเกมที่เป็นรองทำให้ช่วงเวลาที่เหลือ "ปิศาจแดง" ก็ยังคงตีเสมอไม่ได้ จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1

กลับมาต่อในครึ่งหลัง แมนฯซิตี้ ยิงเพิ่มเป็น 2-0 ใน น.56 จากจังหวะที่ ซามีร์ นาสรี เปิดลูกเตะมุมฝั่งขวามาทางเสาแรกและเป็น เอดิน เซโก ที่สลัดหนีการประกบของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ โดดเข้าไปแปด้วยขวาไม่พลาด

"เรือใบสีฟ้า" เดินเครื่องบุกต่อเนื่องแต่ก็เล่นอย่างรัดกุมมากขึ้น ขณะที่ แมนฯยู ได้ลุ้นใน น.69 ราฟาเอล พาบอลขึ้นมาทางขวาก่อนจะจ่ายยัดไปที่เสาแรกให้ แดนนี เวลเบค หันหลังดีดบอลไปชนตัว โจ ฮาร์ท

ในช่วงท้ายเกม แมนฯซิตี้ มาได้ประตูส่งท้ายจากจังหวะที่ ยาย่า ตูเร เก็บบอลได้หน้าเขตโทษก่อนจะแตะหาช่องยิงผ่าน เด เคอา เข้าประตู ทำให้จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 ขยับขึ้นเป็นรองจ่าฝูงมี 66 คะแนน ตามหลัง เชลซี อยู่ 3 แต้มและเล่นน้อยกว่า 2 นัด ขณะที่ แมนฯยู นิ่งอยู่ในอันดับที่ 7 เล่น 31 นัดมี 51 คะแนน อยู่ห่างจากโซนไปแชมเปียนส์ลีก 12 แต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริง

แมนฯยู : ดาบิด เด เคอา,ราฟาเอล ดา ซิลวา,ปาทริช เอวรา,ฟิล โจนส์,ริโอ เฟอร์ดินานด์,ไมเคิล คาร์ริค,ทอม เคลฟ์เวอร์ลีย์,มารูยาน เฟลไลนี,ฆวน มาตา,เวย์น รูนีย์,แดนนี เวลเบค

แมนฯซิตี้ : โจ ฮาร์์ท,แวงซอง กอมปานี,พาโบล ซาปาเลตา,กาเอล คลิชี,มาร์ติน เดมิเคลิซ,ซามีร์ นาสรี,เฆซุส นาบาส,ดาบิด ซิลบา,แฟร์นานดินโญ,ยาย่า ตูเร,เอดิน เซโก

ด้านการแข่งขันที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดียม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 ของตาราง เปิดรังรับการมาเยือนของ "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี้ ทีมอันดับที่ 15

เปิดฉากมา อาร์เซนอล ก็เป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่าจนเมื่อมาถึง น.11 สถานการณ์ก็เปลี่ยน หลัง สวอนซี เป็นฝ่ายคว้าประตูขึ้นนำได้ก่อนจากจังหวะที่ นีล เทย์เลอร์ ครอสบอลเข้าหน้าเขตโทษให้ วิลฟรีด โบนี ขึ้นโขกส่งบอลตุงตาข่าย พา "หงส์ขาว" ออกนำ 1-0

น.42 อาร์เซนอล เกือบได้ประตูตีเสมอ ซานติ กาซอร์ลา รับบอลพลิกเข้ากลางก่อนจะแตะหนีตัวประกบแล้วกดเต็มข้อ แต่ มิเชล ฟอร์ม ยังออกแรงเซฟเอาไว้ได้ ทำให้จบครึ่งแรกไปด้วยผลสกอร์ดังกล่าว

มาต่อในครึ่งหลัง อาร์เซนอล พลิกขึ้นนำหลังมาได้สองประตูรวด ใน น.73 จากจังหวะที่ คีแรน กิบบ์ส ลากบอลเข้าหาประตูตามริมเส้นหลังก่อนจะกระดกให้ ลูคัส โพลดอลสกี แปเน้นๆเข้าไป และหลังจากนั้นนาทีเดียว "ปืนใหญ่" ก็มาได้ประตูพลิกขึ้นนำเป็น 2-1 โพดอลสกี ตัดบอลมาได้ก่อนจะลากจี้เข้าหาเขตโทษแล้วจ่ายตัดเข้าหน้าประตูให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ สไลด์เสียบบอลตุงตาข่าย

แต่ในช่วงท้ายเกม น.89 "ปืนใหญ่"ก็มาพลาดคว้าชัย หลัง วอยเซียค เชสนี ล้มตัวเตะสกัดบอลแต่พลาดไปโดนหน้าแข้ง มาติอู ฟลามินี บอลเปลี่ยนทางกลายเป็นการทำเข้าประตูตัวเอง ส่งผลให้จบการแข่งขัน อาร์เซนอล ทำได้แค่เสมอกับ สวอนซี ซิตี้ ไป 2-2 อาร์เซนอล อยู่ในอันดับ 4 เล่น 31 นัดมี 63 คะแนนตามหลังจ่าฝูงอยู่ 6 แต้ม ส่วน สวอนซี อยู่ในอันดับที่ 15 มี 30 แต้ม

ขณะที่เกมในสนาม เซนต์ เจมส์ ปาร์ค "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด อันดับที่ 8 ของตาราง เปิดรังพ่าย "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 6 ไป 0-3 โดย เอฟเวอร์ตัน คว้าประตูขึ้นนำก่อน ใน น.22 จาก รอส บาร์คลีย์  ก่อนจะมาเก็บสองประตูเพิ่มในครึ่งหลังจาก โรเมลู ลูกากู น.52 และ ลีออน ออสแมน น.87 ส่งผลให้ทีมมี 57 แต้มจะเกม 30 นัด ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 5 ของตาราง

เอดิน เซโก จัดการเหมาสองประตู พา "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาย้ำแค้น "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 ขยับขึ้นเป็นรองจ่าฝูง ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล อกหักชวดเก็บ 3 แต้ม หลังมาพลาดท้ายเกมจากการทำเข้าประตูตัวเองของ มาติอู ฟลามินี ทำให้ เสมอกับ "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี้ ไป 2-2... 26 มี.ค. 2557 05:00 ไทยรัฐ