วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระวังมิคสัญญี

โดย หมัดเหล็ก

สื่ออังกฤษได้ข้อมูลว่าขณะนี้ ตำรวจมาเลเซีย พบเงื่อนงำ เกี่ยวกับการสาบสูญของเครื่องบิน  มาเลเซียแอร์ไลน์ส โดยพุ่งเป้าไปที่ กัปตันเครื่องบิน ซาฮารี อะหมัด ซาห์ ซึ่งเมื่อตรวจเช็กโทรศัพท์ของกัปตัน คนดังกล่าวพบว่ามีการรับโทรศัพท์จากหญิงคนหนึ่งที่พบการใช้เอกสารปลอม ไปซื้อซิมโทรศัพท์แบบเติมเงินก่อนเครื่องขึ้นจากสนามบิน

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่มาเลเซียเชื่อว่าจะเกี่ยวข้องกับ กลุ่มก่อการร้าย แต่ไม่มีรายละเอียดมากนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียปกปิดข้อมูลและไม่มีการเร่งสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภรรยาของกัปตัน

ประเด็นนี้สร้างความข้องใจให้กับ เอฟบีไอ ของสหรัฐฯที่ส่งลงไปตรวจสอบข้อมูลการก่อการร้ายอย่างมาก และพยายามกดดันการสอบสวนของทางการมาเลเซียอย่างหนัก แหล่งข่าว เอฟบีไอถึงกับระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่มาเลเซียต้องการตัดกัปตันออกจากคดีนี้ การหายสาบสูญของเครื่องบิน เอ็มเอช 370 เป็นเรื่องใหญ่มาก แต่กลับไม่ค่อยได้รับความสนใจ จนกระทั่งเกิดความตึงเครียดระหว่างเจ้าหน้าที่มาเลเซียกับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอขึ้น

ความสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่การหายสาบสูญของเครื่องบิน เอ็มเอช 370 เป็นการก่อการร้าย จริงหรือไม่ ถ้าเป็นการก่อการร้าย อาเซียนจะต้องตกอยู่ภายใต้ตาข่ายการตรวจสอบขององค์กรต่อต้านก่อการร้ายสากล รวมถึงประเทศไทยด้วย

เพราะที่ผ่านมาไทยก็เป็นเป้าสายตาของสหรัฐฯและสหประชาชาติ ทั้งจากการก่อการร้ายในภาคใต้  ความรุนแรงทางการเมืองที่เสี่ยงว่าจะเกิด สงครามกลางเมือง  ขึ้นในภูมิภาคนี้
การใช้อาวุธสงครามในการต่อสู้ทางการเมือง เป็นเรื่องที่ไม่พึงประสงค์ของประเทศโลกเสรีอยู่แล้ว แต่ล่าสุดปรากฏคาร์บอมบ์ขึ้นทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด จะเป็นการข่มขู่หรือตั้งใจจะทำให้เกิดความสูญเสียก็ตาม

แต่นี่คือภาพของความรุนแรงที่จะพัฒนาไปสู่สงครามกลางเมือง

บทเรียนจากการใช้อาวุธเคมีกับผู้ชุมนุมที่ประเทศซีเรีย ทำให้สหรัฐฯและสหประชาชาติตระหนักดีว่าการที่จะปล่อยให้การเมืองลุกลามและพัฒนาไปสู่การจุดชนวนสงครามกลางเมืองจะเกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง

การก่อการร้ายใช้อาวุธสงคราม ระเบิดคาร์บอมบ์และยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในสงคราม เป็นเรื่องที่จะเพิกเฉยไม่ได้เด็ดขาด ที่เห็นภาพความรุนแรงในภาคใต้ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อรายวัน  สักวันหนึ่งอาจจะเห็นภาพเหล่านี้ในเมืองหลวงของประเทศไทย

ถึงเวลานั้นการปฏิวัติรัฐประหารก็แก้ไม่ได้ ถึงเวลานั้นองค์กรอิสระคงไม่มีโอกาสที่จะชี้เป็นชี้ตายใครได้ ต้องหลบหนีเอาตัวรอด และประเทศไทยไม่พ้นที่จะถูกแทรกแซงจากองค์กรสากลระหว่างประเทศแน่นอน พอบ้านเมืองเกิดมิคสัญญี กลียุค นักการเมือง องค์กรอิสระ มีโอกาสที่จะลี้ภัย ปัดสวะความรับผิดชอบได้

คนที่รับกรรมคือประชาชนตาดำๆของประเทศ.


หมัดเหล็ก

25 มี.ค. 2557 12:29 25 มี.ค. 2557 12:29 ไทยรัฐ